พระเครื่อง

ชรวย ณ สุนทรเรื่องอาถรรพณ์ณ'บ้านร้อยอันพันอย่าง'

ชรวย ณ สุนทรเรื่องอาถรรพณ์ณ'บ้านร้อยอันพันอย่าง'

05 ต.ค. 2556

ชรวย ณ สุนทรเรื่องอาถรรพณ์ณ'บ้าน ร้อยอันพันอย่าง' : พระเครื่องสรณะคนดัง เรื่องและภาพ ไตรเทพ ไกรงู

                "บ้าน ๑๐๐ อัน ๑,๐๐๐ อย่าง" ตั้งอยู่บนถนนเชียงใหม่-สันป่าตอง ต.หารแก้ว อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ซึ่งงานหลายๆ ชิ้นหาดูไม่ได้จากที่ใดในโลก แม้จะมีคนมาขอซื้อด้วยจำนวนเงินถึงหลักสิบล้าน แต่ "อ.ชรวย ณ สุนทร" ผู้เป็นเจ้าของก็ไม่ยอมขาย ครั้งหนึ่งมีนักธุรกิจชาวจีนติดต่อขอซื้อโครงการทั้งหมดกว่า ๓๐๐ ล้านบาท แต่ อ.ชรวย ยืนยันว่า ขอเก็บไว้เป็นมรดกแก่ชนรุ่นหลังเพื่อเป็นสถานที่เรียนรู้และสัมผัสศิลปวัฒนธรรมล้านนาแท้ๆ ดังนั้นการขายไม่ใช่เรื่องยากแต่เพียงอยากให้ผลงานทุกชิ้นที่นี่อยู่คู่กับเมืองไทยต่อไปตลอดกาล
 
                อ.ชรวย เล่าให้ฟังว่า ด้วยใจหัวใจที่รักในงานศิลปะแรกเริ่มของการก่อสร้าง เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๑ ได้ไปกู้เงินก้อนหนึ่งมาลงทุนซื้อบ้านเพื่อมาทำเป็นสถานที่สะสมงานแกะสลักโดยเฉพาะ ซึ่งช่วงที่รวบรวมสะสมงานแกะสลักไม้ ชรวยถูกชาวบ้านบางคนเรียกขานเป็น "ครูผีบ้า" เพราะเขาได้ไปซื้อยุ้งข้าวที่ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นยุ้งของผีปอบ ผีกะ มาจำนวน ๓ หลัง เพื่อมาสร้างเป็นบ้านร้อยอันพันอย่างนั้น คนไม่ซื้อเพราะเชื่อว่ามีอาถรรพณ์ เป็นอัปมงคลที่จะทำให้ผู้อยู่อาศัยพินาศวิบัติยิ่งซื้อ ๓ หลังแล้วมาปลูกสร้างรวมกันที่เรียกว่า "สามเส้า" เขาไม่ทำกัน

                ใครจะมองว่าอย่างไร แต่ในมุมของตัวเองมองว่าเป็น "พระรัตนตรัย ซึ่งประกอบด้วย พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์" จะไม่ดีได้อย่างไร ยุ้งข้าวหลังแรกที่ซื้อมาเป็นยุ้งข้าวผีปอบ มีเสา ๘ ต้น โดยตั้งราคาไว้ที่ ๘๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่มีใครซื้อเพราะเป็นยุ้งข้าวผีปอบ จึงซื้อมาได้ราคา ๔๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น หลังที่ ๒ มีเสา ๖ ต้น เจ้าของถูกรถชนตายไม่มีคนซื้อ ส่วนหลังที่ ๓ ก็มีประวัติไม่ดีเช่นกัน นอกจากนี้แล้วบริเวณที่ปลูกยังคร่อมบ่อน้ำเก่าๆ ยิ่งเพิ่มความอาถรรพณ์เข้าไปอีก

                เมื่อครั้งที่สร้างเสร็จใหม่ๆ ใครๆ ก็ปรามาสว่าเป็นอัปมงคลที่สุด ยิ่งมีผึ้งหลวงมาทำรังก็ผสมความเชื่อว่า ยุ้งข้าวสามเส้าต้องอาถรรพณ์เพราะมีสัตว์มีพิษเข้ามาอาศัย แต่ตนเองมองว่าเป็นมงคลอย่างยิ่ง เพราะเมื่อมีผึ้งมาทำรังเราย่อมได้น้ำผึ้งบริสุทธิ์ไว้กิน ขณะเดียวกัน คืนแรกฝันว่าขับรถไปชนคนตาย คืนต่อมาฝันว่านั่งรถบรรทุกศพที่ชนตายไว้คืนก่อน ก็เกิดความกังวลใจขึ้นมาจึงไปนั่งสวดคาถาชินบัญชร โดยตั้งชื่อยุ้งข้าวสามเส้าว่า "ศาลาพระสุปฏิปันโณ" โดยอัญเชิญรูปเหมือนสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี แกะสลักมาประดิษฐาน และฝันว่ามีคนมาให้เลขเด็ดรุ่งเช้าไปซื้อหวยใต้ดิน ๓ ตัวตรง เลขเดียว ๓,๐๐๐ บาท ไม่น่าเชื่อว่าจะถูก ๓ ตัวตรงจริงๆ

                นอกจากนี้แลัวยังได้ตั้งจิตอธิษฐานไว้ว่า "หากมีบุญบารมีขอให้เจอคนดีๆ คนมีบุญบารมีมาเยี่ยมชมศาลาพระสุปฏิปันโณ ในที่สุดปาฏิหาริย์ คำอธิษฐานก็เป็นจริง สิ่งไม่เคยคาดคิดมาก่อนและถือเป็นมหามงคลที่สุดในชีวิต คือ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จฯ เป็นการส่วนประองค์ถึง ๓ ครั้ง และได้มาลั่นฆ้องให้ด้วย จากนั้นก็มีพระราชวงศ์อีกหลายพระองค์เสด็จฯ กษัตริย์ต่างประเทศ ร่วมทั้งคนดังทั้งในและต่างประเทศแวะเวียนมาเยี่ยมไม่เคยขาด ใครที่เคยว่า ยุ้งข้าวสามเส้าอาถรรพณ์นั้น บัดนี้ได้พิสูจน์แล้วว่าไม่มีอาถรรพณ์ใดๆ มีแต่สิ่งที่ถือว่าเป็นสุดยอดมหามงคล แสดงว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สามารถเรียกคนมาดูได้ราวปาฏิหาริย์"

                "ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยมีความเชื่ออะไรเกี่ยวกับปาฏิหาริย์เลย แต่ภายหลังมีเรื่องที่อยากจะหาคำอธิบายเกิดขึ้นกับตนเองหลายครั้ง ทำให้ทุกวันนี้อิทธิปาฏิหาริย์เป็นสิ่งที่มีอยู่จริง แม้จะให้คำอธิบายและหาคำตอบด้วยกระบวนการวิทยาศาสตร์ไม่ได้ก็ตาม" อ.ชรวยกล่าว

                สำหรับสิ่งมงคลที่ อ.ชรวย ใช้และพกติดตัวตลอดเวลา คือ เครื่องรางที่แกะจากไม้พญางิ้วดำ (พญาแห่งไม้ทั้งมวล) พลีต้นยืนตายพราย ทั้งนี้ อ.ชรวย ได้ให้เหตุผลว่า ทุกวันนี้เลี้ยงชีวิตเลี้ยงครอบครัวด้วยไม้ทั้งสิ้น ไม้มีบุญคุณต่อตัวเองและครอบครัว จึงหาไม้ที่เป็นมงคลมาแกะเป็นพระเครื่องและเครื่องราง ไม้ที่มีคุณสมบัติดังกล่าว ก็คือ  ต้นนางพญางิ้วดำ ซึ่งเป็นต้นไม้ที่มีเทพรักษา โบราณท่านว่าไว้เป็นต้นไม้ขององค์อินทร์ เกิดในป่าลึกโดยเฉพาะป่ามีอาถรรพณ์เร้นลับ เนื้อไม้มีสีดำ แข็งแกร่ง เป็นมัน จึงมักนิยมพลีมาเพื่อแกะเป็นวัตถุมงคลอาถรรพณ์ แต่ก็ไม่ใช่จะพบเจอง่ายๆ

                โบราณจารย์ว่าหลายร้อยปีทีเดียวถึงจะเกิดสักต้นหนึ่ง จัดเป็นของทนสิทธิ์มหาวิเศษชั้นดีชั้นเลิศชนิดหนึ่ง เมื่อถึงเวลาอันสมควรเทพเทวาที่ดูแลปกปักรักษางิ้วดำ จะพลีต้นยืนตายพรายทิ้งไว้ให้ผู้มีบุญบารมีนำไปสร้างประโยชน์เพื่อพระพุทธศาสนา ซึ่งถ้าหากกลายสภาพเป็นหิน (คต) เมื่อใด ก็จะยิ่งมีพลังอานุภาพแรงกล้าเป็นทวีคูณ พญางิ้วดำมีอานุภาพดีเด่นทางมหาอุดคงกระพัน แคล้วคลาด โชคลาภ เมตตามหานิยม ป้องกันคุณไสยมนต์ดำ และภูตผีปีศาจ วิญญาณร้ายเกรงกลัวนัก
  
                "บ้าน ๑๐๐ อัน ๑,๐๐๐ อย่าง" ตั้งอยู่บนถนนเชียงใหม่-สันป่าตอง ต.หารแก้ว อ.หางดง (ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ ๑๙-๒๐) เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวตามรอยพระราชอาคันตุกะ เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา ๐๘.๓๐-๑๖.๓๐ น. ช่วงแรกๆ ของการเปิดบ้านนั้น เป็นการเปิดให้ชมฟรี แต่ว่าก็ทำให้ชรวยต้องประสบกับการถูกคนแอบเข้ามาขโมยของเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีทัวร์มาลงเพื่อขอใช้ห้องน้ำ ทำให้งานบางส่วนถูกขโมย บางส่วนเสียหาย จนท้ายที่สุดชรวยต้องใช้วิธีเก็บค่าเข้าชมเพื่อเป็นการคัดผู้เข้าชมไปในตัว ชั้นล่าง ๕๐ บาท ชั้นบน ๑๐๐ บาท ชาวต่างชาติ ๒๐๐ บาท โดยมีชากาแฟและของว่างให้รับประทาน และทุกๆ วันพระนอกจากใส่บาตรพระป่าสายหลวงปู่ชาแล้วยังตั้งโรงทาน แต่หากใครที่เบี้ยน้อยหอยน้อยหรือพาหมู่คณะมาเพื่อศึกษาหาความรู้ก็สามารถติดต่อล่วงหน้าเป็นพิเศษกับชรวยได้ สำหรับผู้ที่ต้องการให้ อ.ชรวย เป็นวิทยากรบรรยายนำชมบ้าน ควรติดต่อก่อนที่ โทร.๐-๕๓๘๒-๒๖๔๙ และ ๐๘-๙๘๕๐-๗๑๒๖

เปลี่ยนซ่องเป็นธรรมสถาน     

                ปาฏิหาริย์ที่ อ.ชรวย ต้องเล่าให้ทุกคนฟัง คือ ที่ดินในการสร้างสวนธรรมะ เพราะเป็นที่ดินเดิมเคยเป็นซ่องโสเภณีมาก่อน ตอนที่บ้านร้อยอันพันอย่างสร้างใหม่ๆ กิจการโสเภณีก็ยังดำเนินการอยู่ ถึงขนาดต้องสร้างกำแพงสูงกั้นไว้ เท่าที่ทราบ นอกจากการค้าน้ำกามแล้ว มีทั้งคนตาย เป็นสถานที่ทำแท้ง รวมทั้งมีต้นไม้ที่คนเคยแขวนคอตายก็ยังมีอยู่ ภายหลังตำรวจมาทลายจนกลายเป็นบ้านร้างอยู่ระยะหนึ่ง ด้วยเหตุที่พื้นที่ติดกันจึงอยากซื้อเพื่อขยายพื้นที่ให้กว้างขวาง แต่มีหลายคนแนะนำไม่ให้ซื้อ เพราะเป็นที่อัปมงคลต้องอาถรรพณ์

                ด้วยความอยากได้มากๆ โดยเจ้าของเดิมเรียกราคาสูงถึง ๑ ล้านบาทแต่ไม่มีเงินซื้อ จนกระทั่งเจ้าของที่ดินตายอยู่ๆ ก็มีคนมาเสนอขายเป็น ๒๒๐,๐๐๐ บาท เท่านั้น เพราะรับจำนองไว้ จึงไปนั่งสมาธิในที่ดินดังกล่าว โดยได้จุดธูป ๓๒ ดอก พร้อมกับเอาหัวเช็ดแผ่นดิน ๓ ครั้ง และตั้งจิตอธิษฐานว่า "แผ่นดินนี้เป็นของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านเป็นเจ้าของแผ่นดินข้าพเจ้าขอแผ่นดินนี้มาครอบครองโดยปาฏิหาริย์ หากได้มาครอบครองจะนำมาสร้างสถานที่ปฏิบัติธรรมทั้งหมด" โดยเข้าไปนั่งสมาธิอยู่ ๓ คืน

                ในที่สุดคำอธิษฐานและปาฏิหาริย์ก็เป็นจริง อยู่ๆ มีลูกค้าท่านหนึ่ง (หมออุกฤษ์ บวรเวียงรนันท์) มาซื้องานแกะสลักที่บ้านร้อยอันพันอย่าง โดยได้โอนเงินเกินมา ๒ แสนบาท ทั้งนี้ ได้โทรศัพท์กลับไปทักท้วงว่าโอนเงินเกินมาทำไม และได้รับคำตอบว่า "ช่วยซื้อที่ดิน ๒ แสนบาท" สุดท้ายแล้วจากที่ดิน ๑ ล้านบาทจ่ายเงินซื้อจริงๆ ๒ หมื่นบาทเท่านั้น จากนั้นก็สามารถซื้อที่ดินอีก ๔ แปลงติดต่อกัน ซึ่งกว่าจะได้ต้องไปจุดธูป นั่งสมาธิ สวดมนต์บนพื้นดินที่จะซื้อนับสิบๆ ครั้ง ในที่สุดก็ได้ที่ดินครบทั้ง ๕ แปลง เมื่อได้ที่ดินมาก็ได้สร้างสถานที่ปฏิบัติธรรมดังที่อธิษฐานจิตไว้ เมื่อสร้างเสร็จไม่ได้นิมนต์พระเกจิอาจารย์ที่ไหนมาสวดถอนอาถรรพณ์ แต่ได้สวดมนต์กรวดน้ำแผ่เมตตาให้สัมภเวสีบนที่ดิน

"}])