พระเครื่อง

ศีล๕ที่พึ่งแห่งชีวิต(๔)คำพูดที่เป็นทรัพย์

ศีล๕ที่พึ่งแห่งชีวิต(๔)คำพูดที่เป็นทรัพย์

27 ก.ย. 2556

ศีล๕ที่พึ่งแห่งชีวิต(๔)คำพูดที่เป็นทรัพย์ : บาตรเดียวท่องโลก โดยพระพิทยา ฐานิสฺสโร

             พระภิกษุชาวต่างชาติได้เข้ามาบวช เรียนรู้ ปฏิบัติ เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาประมาณ ๔ ปีกลับไปเยี่ยมบ้านที่พ่อแม่ยังคงนับถือศาสนาคริสต์ ความสำรวม เรียบง่าย มักน้อย สันโดษ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นหลายๆ ด้านของพระลูกชาย และประสบการณ์จากการเป็นพระภิกษุสงฆ์สร้างความประทับใจให้ครอบครัวเป็นยิ่งนัก ก่อเกิดความสัมพันธ์ที่ดีงามมากขึ้น เพราะพระลูกชายสงบเสงี่ยม สามารถฟังเรื่องราวต่างๆ ที่พ่อแม่ระบายด้วยท่าทีที่กรุณา ไม่ตัดสิน โต้เถียง หรือขัดแย้งในสิ่งที่ท่านปรารภ

             เมื่อกลับมาที่วัดท่านขอโอกาสปลงอาบัติ (ประจานความผิดต่อหน้าสงฆ์) เพราะท่านรู้สึกไม่สบายใจในเรื่องการประเคนอาหารที่ไม่เป็นรูปแบบจากการอยู่ร่วมกันระหว่างครอบครัวที่มีวัฒนธรรมต่างกันและตัวท่านเองไม่กล้าพอที่จะบอกทางบ้านว่าควรดูแลท่านอย่างไรในฐานะพระภิกษุ อีกทั้งไม่อยากให้พ่อแม่รู้สึกอึดอัด อาจเกิดการเข้าใจผิดพลาดถ้าท่านอธิบายเหตุผลไม่ชัดเจน อาจดูเหมือนการแบ่งแยก ไม่เท่าเทียม

             การตระหนักรู้ว่าเราได้คิด กระทำ หรือพูดอะไรที่ไม่ดี ถูกต้องในบทบาทหน้าที่ หรือในสถานะที่เป็นอยู่ และต้องการประกาศความจริงนั้นต่อหน้าบุคคลอื่น เป็นเรื่องที่งดงามยิ่งนัก เป็นการสอนตัวเองและบุคคลที่อยู่ร่วมด้วย ที่สำคัญผู้ใดก็ตามที่สามารถกระทำเช่นนั้น เขาจะได้รับอิสรภาพในทันทีหลังจากได้กล่าวสิ่งนั้นเรียบร้อยแล้ว และยังสามารถป้องกันความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นในครั้งต่อไป เพราะมีพยานบุคคลร่วมเป็นพลังสนับสนุนในการกระทำครั้งนั้น

             ถ้าหากเรายังปกปิดความผิดการกระทำด้วยการโกหก เราอาจต้องโกหกไปเรื่อยๆ และเพิ่มมากขึ้นจนกลายเป็นความเคยชิน เหนือสิ่งอื่นใดเราจะขาดความเคารพและศรัทธาในตัวเรา เราถูกอำนาจแห่งความกลัวกับการพูดความจริง เราไม่กล้ายอมรับในการกระทำของตัวเราเอง ความยึดมั่นแห่งความเป็นตัวตน ของตนจะมีมากขึ้นๆ และดำเนินไปสู่หนทางเสื่อม

             เมื่อใครทั้งหลายรู้ความจริงในเรื่องที่เราโกหก คนที่อับอาย เสียใจเป็นที่สุดก็คือตัวเรา แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะเปลี่ยนแปลงที่จะไม่โกหกอีก ตราบใดที่เรายังไม่กล้าเผชิญกับความจริงในการกระทำที่ไม่ดี

             ศีลข้อ ๔ สอนให้เราตระหนักรู้ในการพูดความจริง เรียนรู้ที่จะยอมรับความไม่สมบูรณ์ในตัวเองและผู้อื่น เมื่อปฏิบัติไปเรื่อยๆ เราจะเข้าใจลึกซึ้งของความแตกต่างระหว่างเราและสิ่งต่างๆ ด้วยท่าทีที่เป็นกลางและสงบมากขึ้นเรื่อยๆ และเราจะพัฒนาศักยภาพในตัวเองด้วยการกระทำที่ดีมากยิ่งขึ้น มีสติมากขึ้นที่จะไม่กระทำในสิ่งที่ไม่ดี ที่เคยผิดพลาด นอกจากนี้เราเรียนรู้ที่จะฟังมากกว่าพูด และเราจะฟังด้วยใจมากกว่าเพื่อชนะหรือหาเหตุผลที่ทำให้ตัวเองดูเป็นคนเก่งหรือคนดี เราจะกล้าพอที่เป็นตัวเราเองอย่างที่เป็น แม้วันนี้เราอาจเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีไม่ได้ทั้งหมด แต่การยอมรับตนเอง ความศรัทธาและเคารพในตัวเองและผู้อื่นจะค่อยๆ ปรากฏเป็นรูปธรรม

             เราทุกข์ไม่ใช่เพราะเขาไม่ยอมรับ แต่เราไม่ยอมรับตัวเองต่างหาก

             คำพูดเป็นทรัพย์เมื่ออยู่บนพื้นฐานความจริง

"}])