
พี่สาวทิ้งลูกและสามีหนีตามผู้ชายจะช่วยอย่างไรดี
พี่สาวทิ้งลูกและสามีหนีตามผู้ชายจะช่วยอย่างไรดี : ปุจฉา -วิสัชนากับพระไพศาล วิสาโล
ปุจฉา : กราบนมัสการค่ะพระอาจารย์ ตอนนี้ดิฉันมีเรื่องทุกข์ใจซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับพี่สาวค่ะ เธออยู่กินกับพี่เขยมาเป็นเวลา ๑๑ ปีแล้ว มีลูกชายด้วยกัน ๑ คนอายุ ๙ ปี โดยในระหว่างที่อยู่กินกันมาพี่เขยมีนิสัยที่ชอบเที่ยว ดื่ม และใช้จ่ายเงินอย่างสิ้นเปลือง มีคุยกับผู้หญิงอื่นหลายครั้ง ซึ่งพี่สาวของดิฉันมักจะจับได้ และจะเลิกหลังจากพี่สาวดิฉันทราบเจ้าค่ะ
ดิฉันก็ได้ทราบเองเช่นกันว่าประมาณ ๓-๔ ปีที่ผ่านมาพี่สาวของดิฉันได้ไปคบกับผู้ชายอีกคน และมีความสัมพันธ์กัน ซึ่งในขณะที่ดิฉันทราบก็ขอร้องและเตือนพี่สาวว่าไม่ให้ทำผิดศีลธรรม
จากนั้นอีกไม่นานดิฉันจึงได้ย้ายไปทำงานอีกจังหวัดหนึ่งทำให้ไม่ค่อยได้พบกัน และในช่วงปิดเทอมที่ผ่านมาพี่สาวได้นำลูกมาฝากดิฉันเลี้ยงซึ่งจะทำเป็นประจำทุกปีเพราะดิฉันก็รักลูกชายของพี่สาวมากเหมือนกับลูกของตัวเอง จากนั้นพี่สาวได้หนีไปอยู่กับผู้ชายคนนั้น โดยบอกว่าจะไปทำงานและบอกพี่เขยว่าไปพักอาศัยอยู่กับเพื่อนที่ต่างจังหวัด
ในขณะนั้นพี่เขยเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าพี่สาวของดิฉันจะไม่อยู่ด้วยต้องการที่จะเลิก จึงขอแก้ไขและปรับปรุงตัว หลังจากเปิดเทอมดิฉันจึงนัดให้พี่เขยและพี่สาวมารับลูกพร้อมกัน และพยายาม(ซึ่งต้องใช้ความพยายามอย่างมากเจ้าค่ะ)ให้พี่สาวกลับไปอยู่กับพี่เขยเพราะดิฉันเชื่อว่าเขาสำนึกตัวได้แล้วจริงๆ สงสารลูกชายที่จะต้องมาเลิกร้างกันเพราะเหตุที่พี่สาวของดิฉันมีคนใหม่ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดศีลธรรมอย่างมาก
ที่ยิ่งทุกข์ใจมากขณะนี้ ดิฉันทราบว่าพี่สาวดิฉันจะหนีไปกับผู้ชายคนนั้นและพี่สาวของดิฉันได้ตั้งท้องขึ้นมาโดยที่ยังไม่ทราบว่าใครเป็นพ่อของเด็ก (ซึ่งพี่สาวไม่ทราบว่าดิฉันรู้เรื่องที่จะหนีไปและตั้งท้อง)
๑. กราบเรียนถามพระอาจารย์ว่า ดิฉันควรทำใจอย่างไรดีเจ้าคะที่จะไม่ให้ใจเป็นทุกข์มากไปกว่านี้ ซึ่งบางทีดิฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องของเวรกรรม ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่ผู้หญิงคนนั้นคือพี่สาวของดิฉันเจ้าค่ะ
๒. ดิฉันจะช่วยอธิบายให้พี่สาวเข้าใจอย่างไร เพื่อไม่ให้เขาทำผิดศีลธรรมแล้วทิ้งลูกทิ้งสามีไป
๓. ดิฉันควรที่จะคุยกับพ่อแม่ของฝ่ายชายดีหรือไม่เจ้าคะ เพราะหากว่าคุยกับพ่อแม่ฝ่ายชายแล้ว เพื่อที่เขาจะได้ช่วยกันห้ามปรามลูกชายและไม่ให้คนทั้งสองผิด ศีลธรรมมากไปกว่านี้เจ้าค่ะ
กราบขอความเมตตาด้วยเจ้าค่ะพระอาจารย์
วิสัชนา : จากที่คุณเล่า คุณพยายามเต็มที่แล้วในการโน้มน้าวพี่สาวให้กลับมาทำสิ่งที่ถูกต้อง ถ้ายังมีช่องทางทำได้อีกก็ควรทำต่อไป ขณะเดียวกันก็ควรทำใจด้วยว่า เรื่องนี้จะสำเร็จหรือไม่ อยู่ที่พี่สาวของคุณเป็นสำคัญ ไม่ใช่ตัวคุณ ดังนั้น หากไม่สำเร็จคุณก็ต้องวางใจเป็นอุเบกขา และในระหว่างที่ยังพยายามโน้มน้าวเธออยู่ ก็อย่ายึดติดถือมั่นในความสำเร็จว่าจะต้องทำให้ได้ หากคิดแบบนั้น คุณจะเป็นทุกข์มาก โดยไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาเลย
สำหรับการพูดคุยกับพี่สาวนั้น คุณควรเตือนสติเธอให้นึกถึงลูกซึ่งยังเล็ก ผู้ที่เป็นแม่นั้นย่อมรักลูกอยู่แล้ว และพร้อมจะเสียสละเพื่อลูก คุณควรบอกเธอว่าแม้จะไม่ห่วงสามี แต่ก็ขอให้เป็นห่วงลูก ถ้าลูกไม่มีแม่ ลูกจะอยู่อย่างไร และถ้าลูกรู้สึกว่าแม่ทิ้งเขาไป ลูกจะรู้สึกอย่างไรทั้งกับตัวเองและกับแม่ ถ้าคุณมีตัวอย่างเด็กที่มีปัญหาเพราะถูกแม่ทิ้ง ก็ควรเล่าให้เธอฟัง จะได้ไม่ทำสิ่งที่เธอต้องเสียใจในภายหลัง
ส่วนคำถามข้อที่ ๓ นั้น อาตมาคิดว่าควรทำเมื่อพี่สาวคุณกลับมาอยู่กับสามีแล้ว และสามียังไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ถึงตอนนั้นจึงค่อยขอให้พ่อแม่ของผู้ชายพูดคุยตักเตือนลูกของตนเอง



