พระเครื่อง

คมเลนส์ส่องพระประจำวันอาทิตย์ 14 มิ.ย.

คมเลนส์ส่องพระประจำวันอาทิตย์ 14 มิ.ย.

14 มิ.ย. 2552

*** "คมเลนส์ส่องพระ" วันนี้ได้รับภาพพระเครื่องยอดนิยมมาให้ชมกันหลายองค์ เริ่มจาก พระสมเด็จจิตรลดา ปี ๒๕๑๒ ของ ป๋อง สุพรรณ ช่วงนี้ได้มาเป็นประจำ เพราะมีใบสั่งมาเยอะ จนแทบจะหาป้อนลูกค้าไม่ทัน สมัยนี้พระแท้อย่างเดียวไม่ได้ ต้องสวยด้วยถึงจะมีผู้สนใจเช่าหา

** องค์ต่อมาเป็น พระสมเด็จ พิมพ์ใหญ่ วัดระฆัง ของ ต้อย เมืองนนท์ อุปนายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย ช่วงนี้มี พระสมเด็จ อยู่ในครอบครองหลายสิบองค์ จนเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วทุกวงการ เพราะมีนักธุรกิจชั้นนำสั่งซื้อกันเป็นว่าเล่น

** พระสมเด็จ พิมพ์ใหญ่ วัดระฆัง องค์นี้ "พี่ต้อย" บอกว่าเป็น องค์เปาบุ้นจิ้น เพราะมีรักดำติดมาแต่เดิมทั่วองค์พระ ต่อมาได้มีล้างออกไปบ้าง ทำให้เห็นเนื้อแท้ภายในที่สวยสมบูรณ์คมชัดเป็นพิเศษ พระองค์นี้มีภาพอยู่ในหนังสือ "เล่มครู" ของ ประชุม กาญจนวัฒน์ ซึ่งสมัยนั้นถ่ายไว้เป็นภาพขาวดำ ถือเป็นองค์เกียรติยศอีกองค์หนึ่ง ที่วงการนักสะสมพระสมเด็จใฝ่ฝันอยากเป็นเจ้าของกันมาก มาถึงวันนี้ "พี่ต้อย" ได้ถ่ายภาพเป็นภาพสี ทำให้เห็นถึงความคมชัดและสีแท้ขององค์ได้อย่างชัดเจน พระสวยสมบูรณ์ระดับ ต้องมีเงินไม่ต่ำกว่า ๒๐ ล้านถึงจะเป็นเจ้าของได้ ใครสนใจจริงๆ ไปขอ "พี่ต้อย" ชมได้ทุกเวลา 

** พระกริ่งปวเรศ เป็นพระกริ่งองค์แรกที่สร้างขึ้นโดย สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า องค์ที่ ๘ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ วัดบวรนิเวศวิหาร เพื่อถวายเจ้านายชั้นสูง จำนวนไม่เกิน ๓๐ องค์

** อ.ประชุม กาญจนวัฒน์ เขียนไว้ในหนังสือ พระกริ่ง (จัดพิมพ์โดยคณะ "มิตรอิศรเวช" ๒๑ ธันวาคม ๒๕๑๔) ว่า...มีผู้กล่าวกันว่า เนื้อพระกริ่งปวเรศ ส่วนหนึ่งได้มาจากเนื้อโลหะจากฐานพระพุทธชินสีห์ซึ่งชำรุด...โดยใช้ตำราการสร้างของ สมเด็จพนรัต วัดป่าแก้ว สมัยกรุงศรีอยุธยา ปีที่สร้าง พระกริ่งปวเรศ น่าจะประมาณ พ.ศ.๒๔๑๗-๒๔๒๕ ซึ่งช่วงนั้น สมเด็จฯ ยังทรงสมณศักดิ์ที่ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระปวเรศวริยาลงกรณ์...นับเป็นอีกความคิดเห็นหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะเรื่องของ พระกริ่งปวเรศ มีความเชื่อกันมาหลายกระแส แต่ที่แน่ๆ คือ เป็นพระกริ่งที่หายากมากๆ และราคาแพงสุดๆ จนประมาณค่ามิได้ ขณะเดียวกันก็มีของหมุนเวียนในวงการน้อยมากเช่นกัน นานทีปีหนถึงจะพบเห็นสักองค์หนึ่ง องค์ในภาพนี้เป็นของ เช็ง สุพรรณ คนหนุ่มสายเลือดใหม่ ผู้กำลังก้าวไกลไปสุดๆ บนเส้นทางสายนี้

** ต่อจาก พระกริ่งปวเรศ ของ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ตำราการสร้างพระกริ่งก็ไปตกอยู่กับ พระพุฒาจารย์ (มา) หรือ ท่านเจ้ามา วัดสามปลื้ม แต่พระที่ ท่านเจ้ามา สร้างเป็น พระชัยวัฒน์ หรือ พระชัย ซึ่งมีขนาดองค์เล็กกว่าพระกริ่ง และไม่มีการอุด เม็ดกริ่ง ที่ใต้ฐาน

** พระชัยท่านเจ้ามา มีการสร้างหลายวาระหลายรุ่น อาทิ พิมพ์ล้มลุก พิมพ์บัวฟันปลา พิมพ์ฐาน ๖ เหลี่ยม พิมพ์ ร.ศ.๑๑๘ พิมพ์คอหนอก พิมพ์หน้าครุฑ พิมพ์หน้ากระบี่ พิมพ์เศียรทุย พิมพ์ฐานสูง ฯลฯ สำหรับองค์ในภาพนี้ คือ พิมพ์บัวฟันปลา เนื้อทองคำ ขนาดองค์พระสูงประมาณ ๑.๓ นิ้ว ใต้ฐานกลวง เนื่องจากเททองแบบพระพุทธรูปบูชา พระพิมพ์นี้มี ๒ แบบ คือ แบบสมาธิ และแบบมารวิชัย องค์ที่เห็นนี้เป็นแบบสมาธิ เป็นพระองค์หวงของ หมึก ท่าพระจันทร์ ผู้ชำนาญพระกริ่งพระชัยวัฒน์และรูปหล่อพระเกจิอาจารย์ยุคเก่า โดยปกติ พระหลักยอดนิยม องค์สำคัญๆ "เสี่ยหมึก" ไม่ค่อยจะนำภาพออกมาเผยแพร่บ่อยนัก การนำภาพมาให้ชมเป็นวิทยาทานในครั้งนี้ ถือว่าเป็นกรณีพิเศษจริงๆ

** พร้อมกันนี้ ขอบอกกล่าวให้ทราบว่า หนังสือ หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ฉบับสมบูรณ์ ของ หมึก ท่าพระจันทร์ จัดพิมพ์เสร็จเรียบร้อยและวางตลาดแล้ว ผู้สั่งจองไปรับหนังสือได้ ท่านที่ไม่ได้สั่งจอง ยังพอมีหนังสือจำหน่ายอยู่อีกเล็กน้อย เล่มละ ๒,๕๐๐ บาท สอบถาม โทร.๐-๒๘๐๑-๐๓๙๗, ๐-๒๖๒๓-๕๔๔๑ หรือตามสนามพระชั้นนำทุกแห่ง หนังสือพิมพ์จำนวน ๓,๕๐๐ เล่ม ทุกเล่มมีหมายเลขกำกับ หน้า ๔๐๐ หน้า ปกแข็งบรรจุกล่องอย่างสวยหรู

**  สำหรับประวัติ พระพุฒาจารย์ เดิมชื่อ มา อินทร์สร เกิดเมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๓๘๐ ตรงกับวันจันทร์ ขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีระกานพศก (จุลศักราช ๑๑๙๙) ณ ต.บ้านเขาแหลม อ.สำเพ็ง กรุงเทพฯ อุปสมบท เมื่อมีอายุได้ ๒๕ ปี ณ วัดจักรวรรดิราชาวาส (วัดสามปลื้ม) ต่อมาเมื่ออายุ ๓๕ ปี พรรษา ๑๐ ได้เป็นปลัดใน พระวรญาณมุนี (เสง) อายุ ๕๓ ปี พรรษา ๒๘ ได้รับพระราชทานสัญญาบัตร (สมัย ร.๕) ให้เป็น พระครูภาวนาวิจารน์ อายุ ๕๖ ปี พรรษา ๓๑ ได้รับพระราชทานสัญญาบัตร (สมัย ร.๕) ขึ้นเป็น พระมงคลทิพมุนี  ต่อมาในสมัย ร.๖ โปรดเกล้าฯให้ท่านเป็นพระราชาคณะผู้ใหญ่ เจ้าคณะอรัญวาสีที่ พระพุฒาจารย์ จนถึงวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๔๕๗  ท่านเจ้ามา ได้ถึงแก่มรณภาพ สิริรวมอายุ ๗๘ ปี พรรษา ๕๒

 ** แม้ว่า พระหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จ.พิจิตร จะมีมูลค่าเป็นเงินล้านทุกพิมพ์ แต่ก็ยังพอมีของหมุนเวียนอยู่ในตลาดพระอยู่บ้าง  แม้จะไม่มากนัก ล่าสุด เกี๊ยก ทวีทรัพย์ ได้มาองค์หนึ่ง เป็น พิมพ์จอบเล็ก แข้งติด สวยสมบูรณ์คมชัดมาก สภาพผิวเดิมๆ ทุกซอกมุม ใครโชคดีได้เป็นเจ้าของคนต่อไปก็ยังไม่รู้

** ขึ้นชื่อว่า เต้ สระบุรี มิใช่จะเก่งกล้าสามารถเฉพาะพระเนื้อดินชินผงเท่านั้น จำพวก เครื่องราง ก็มีความเชี่ยวชาญชำนาญเช่นกัน เห็นได้มาอยู่เรื่อยๆ ล่าสุด ก็คือ องคต หลวงพ่อปาน วัดบางกระสอบ พระประแดง จ.สมุทรปราการ พระเกจิอาจารย์ยุคก่อน หลวงพ่อเชย วัดบางกระสอบ

** เล่าสืบต่อกันมาว่า สมัยนั้นท่านได้จ้างให้ช่างไปก่อสร้างโบสถ์วัดบางกระสอบ ไม่ทราบด้วยเหตุใด พวกช่างที่ปีนขึ้นไปทำงานบนที่สูงๆ มักจะพลัดตกลงมาอยู่เสมอๆ จนได้รับบาดเจ็บไปตามๆ กัน หลวงพ่อปาน ท่านจึงได้เอาด้ามไม้ ตาลปัตร มาแกะสลักเป็นรูป องคต ขนาดเท่ากับปลายนิ้วก้อย (ยาวประมาณ ๑.๕ ซม.) ลงพระคาถาองคต ซึ่งเป็นพญาวานรทหารเอกของพระราม พระลักษณ์ จึงคุณวิเศษในการป้องกันมิให้ตกจากที่สูงได้ชะงัดนัก พวกช่างที่ได้รับแจก องคต จากหลวงพ่อปานก็ทำงานได้อย่างปลอดภัย ไม่พลัดตกจากที่สูงอีกเลย จนเป็นที่เลื่องลือกันว่า องคต ของหลวงพ่อปาน ดีทางแคล้วคลาดปลอดภัย จนโด่งดังไปทั่วเมืองปากน้ำ และกลายเป็นเครื่องรางยอดฮิต ในทุกวันนี้ ซึ่งเช่าหากันที่หลายหมื่นบาทขึ้นไป...ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลจาก เต้ สระบุรี ที่ให้มาพร้อมกับภาพ องคต ไม้ตาลปัตรแกะสลัก พร้อมกับลงเหล็กจารอักขระเต็มสูตรไปทั่วตัวพญาวานรผู้เก่งกล้าสามารถมาก

** สังเกตให้ดี ที่ฐานของ องคต ที่เป็นชั้นๆ นั้น คือ หางลิง ตามที่ปรากฏในเหตุการณ์ตอนที่ พระราม ได้ส่งองคตเป็นทูตไปเจรจากับทศกัณฐ์ เพื่อทวง นางสีดา คืน องคตเห็นทศกัณฐ์นั่งสูงกว่าตนเอง จึงได้เนรมิตให้หางตัวยาวขึ้น พร้อมกับขนดหางให้เป็นชั้นๆ เพื่อให้สูงเท่ากับ ทศกัณฐ์ แล้วขึ้นไปนั่งบนห้างของตัวเอง เพื่อจะได้สูงเท่ากับ ทศกัณฐ์ นั่นเอง

** องคต เป็นลิงมีกายสีเขียว เป็นบุตรของ พาลี กับ นางมณโฑ ที่พาลีไปแย่งมาจาก ทศกัณฐ์ ต่อมาทศกัณฐ์ไปฟ้อง ฤาษีอังคัต อาจารย์ของพาลี จนพาลียอมคืนนางมณโฑให้ทศกัณฐ์ แต่ได้ขอลูกในท้องไว้  ฤาษีอังคัตจึงทำพิธีเอาลูกออกจากท้องนางมณโฑไปใส่ในท้อง แพะ เมื่อครบกำหนดคลอด พระฤาษีก็ทำพิธีเอาลูกออกจากท้องแพะ ให้ชื่อว่า องคต  เพื่อให้คล้ายกับชื่อของฤาษีอังคัต ต่อมาองคตได้เป็นทหารเอกของ พระราม ช่วยรบทศกัณฐ์อย่างเต็มความสามารถ

** นิตยสาร พระท่าพระจันทร์ ฉบับใหม่ ปก พระปิดตาเนื้อเมฆสิทธิ์ หลวงพ่อทับ วัดอนงคาราม พร้อมกับเรื่องราวชนิด "เจาะลึก" ตามแบบฉบับของ ม.ร.ว.อภิเดช อาภากร และ หมึก ท่าพระจันทร์ ที่ให้สาระน่ารู้อย่างมากมาย รวมทั้งภาพ พระเมฆสิทธิ์ อีกหลากหลายองค์...สุดคุ้ม ** นิตยสาร ไทยพระ ฉบับใหม่ อ่านเรื่อง ตะกรุดนารายณ์แปลงรูป พระอาจารย์นอง วัดทรายขาว พระหูยาน กรุพระปรางค์ วัดราชบูรณะ จ.พระนครศรีอยุธยา ชี้จุด เหรียญหลวงพ่อคูณ รุ่นสร้างบารมี ปี ๒๕๑๙ และภาพพระเครื่องที่เปิดราคาให้เช่าอย่างน่าสนใจยิ่ง

** วันนี้...มี...งานประกวดพระ บนชั้น ๘ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน จัดโดย กองกำลังทหารพราน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ ๒ อาสาช่วยรบทหารพราน กองทัพบก ๑ โดย นำชัยชนะ ดีวิ เป็นประธานจัดงาน

** ขึ้นชื่อว่า เต้ สระบุรี มิใช่จะเก่งกล้าสามารถเฉพาะพระเนื้อดินชินผงเท่านั้น จำพวก เครื่องราง ก็มีความเชี่ยวชาญชำนาญเช่นกัน เห็นได้มาอยู่เรื่อยๆ ล่าสุด ก็คือ องคต หลวงพ่อปาน วัดบางกระสอบ พระประแดง จ.สมุทรปราการ พระเกจิอาจารย์ยุคก่อน หลวงพ่อเชย วัดบางกระสอบ

** เล่าสืบต่อกันมาว่า สมัยนั้นท่านได้จ้างให้ช่างไปก่อสร้างโบสถ์วัดบางกระสอบ ไม่ทราบด้วยเหตุใด พวกช่างที่ปีนขึ้นไปทำงานบนที่สูงๆ มักจะพลัดตกลงมาอยู่เสมอๆ จนได้รับบาดเจ็บไปตามๆ กัน หลวงพ่อปาน ท่านจึงได้เอาด้ามไม้ ตาลปัตร มาแกะสลักเป็นรูป องคต ขนาดเท่ากับปลายนิ้วก้อย (ยาวประมาณ ๑.๕ ซม.) ลงพระคาถาองคต ซึ่งเป็นพญาวานรทหารเอกของพระราม พระลักษณ์ จึงคุณวิเศษในการป้องกันมิให้ตกจากที่สูงได้ชะงัดนัก พวกช่างที่ได้รับแจก องคต จากหลวงพ่อปานก็ทำงานได้อย่างปลอดภัย ไม่พลัดตกจากที่สูงอีกเลย จนเป็นที่เลื่องลือกันว่า องคต ของหลวงพ่อปาน ดีทางแคล้วคลาดปลอดภัย จนโด่งดังไปทั่วเมืองปากน้ำ และกลายเป็นเครื่องรางยอดฮิต ในทุกวันนี้ ซึ่งเช่าหากันที่หลายหมื่นบาทขึ้นไป...ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลจาก เต้ สระบุรี ที่ให้มาพร้อมกับภาพ องคต ไม้ตาลปัตรแกะสลัก พร้อมกับลงเหล็กจารอักขระเต็มสูตรไปทั่วตัวพญาวานรผู้เก่งกล้าสามารถมาก

** สังเกตให้ดี ที่ฐานของ องคต ที่เป็นชั้นๆ นั้น คือ หางลิง ตามที่ปรากฏในเหตุการณ์ตอนที่ องคต นำสารจาก พระราม ไปมอบให้ ทศกัณฐ์ เนื่องจาก ทศกัณฐ์ เป็นเจ้าแห่งยักษ์ จึงนั่งอยู่บนตำแหน่งที่สูง องคต เห็นดังนั้นจึงเนรมิตให้หางตัวยาวขึ้น พร้อมกับขนดหางให้เป็นชั้นๆ สูงเท่ากับ ทศกัณฐ์ แล้วขึ้นไปนั่งบนห้างของตัวเอง เพื่อจะได้สูงเท่ากับ ทศกัณฐ์ นั่นเอง **

** นิตยสาร พระท่าพระจันทร์ ฉบับใหม่ ปก พระปิดตาเนื้อเมฆสิทธิ์ หลวงพ่อทับ วัดอนงคาราม พร้อมกับเรื่องราวชนิด "เจาะลึก" ตามแบบฉบับของ ม.ร.ว.อภิเดช อาภากร และ หมึก ท่าพระจันทร์ ที่ให้สาระน่ารู้อย่างมากมาย รวมทั้งภาพ พระเมฆสิทธิ์ อีกหลากหลายองค์...สุดคุ้ม ** นิตยสาร ไทยพระ ฉบับใหม่ อ่านเรื่อง ตะกรุดนารายณ์แปลงรูป พระอาจารย์นอง วัดทรายขาว พระหูยาน กรุพระปรางค์ วัดราชบูรณะ จ.พระนครศรีอยุธยา ชี้จุด เหรียญหลวงพ่อคูณ รุ่นสร้างบารมี ปี ๒๕๑๙ และภาพพระเครื่องที่เปิดราคาให้เช่าอย่างน่าสนใจยิ่ง **

 

"}])