พระหลวงพ่อทวดวัดช้างให้หลังเตารีดพิมพ์กลางไม่ปั๊มซ้ำ
พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ หลังเตารีดพิมพ์กลางไม่ปั๊มซ้ำและปั๊มซ้ำ ปี ๒๕๐๕ : พระหลักยอดนิยม โดยตาล ตันหยง
พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ พิมพ์ที่มาแรงสุดๆ และเป็นที่ใฝ่หาของนักสะสม คือ เหรียญรุ่นเลื่อนสมณศักดิ์ ปี ๒๕๐๘ และพระหล่อโบราณ หลังเตารีด พิมพ์ใหญ่ เอ
ขณะเดียวกันที่ตามมาติดๆ ในระยะนี้ต้องยกให้ พระชุดหลังเตารีด พิมพ์เล็ก “อาปาเช่” ปี ๒๕๐๕ ซึ่งมีการแบ่งย่อยออกเป็น พิมพ์แข้งขีด และพิมพ์แข้งธรรมดา
อีกพิมพ์หนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมสูง คือ พิมพ์กลางปั๊มซ้ำ ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของนักสะสมที่มีกำลังซื้อในระดับกลาง จึงเริ่มหันมาเก็บพระชุดหลังเตารีดพิมพ์กลางและพิมพ์เล็กแทน ด้วยเหตุผลที่พอมีกำลังทรัพย์เช่าหาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นพระที่สร้างในยุคเดียวกันกับ พิมพ์เตารีด เอ และที่สำคัญ พระพิมพ์กลางองค์พระมีขนาดเล็ก
กะทัดรัด เหมาะที่จะห้อยคอได้ทั้งสตรีและบุรุษ อีกทั้งยังสามารถพิจารณาพระแท้เก๊ได้ไม่ยากนัก เมื่อเทียบกับพิมพ์อื่นๆ
อย่างไรก็ตาม เมื่อ ๓-๔ ปีก่อน พระพิมพ์กลางและพิมพ์เล็ก องค์สวยๆ มีค่านิยมแค่หลักแสนต้นเท่านั้น แต่ทุกวันนี้พระ ๒ พิมพ์นี้องค์สวยๆ เคยมีการเช่าบูชาสูงสุดเกิน ๕ แสนบาทกันแล้ว และมีแนวโน้มขึ้นหลักล้านในอีกไม่นานนัก
วันนี้...จะนำเสนอต่อผู้อ่านเฉพาะ พระหลวงพ่อทวด หลังเตารีด พิมพ์กลาง เพราะเป็นพิมพ์หนึ่งที่หาชม พระแท้ ที่มีสภาพสวยสมบูรณ์ได้ค่อนข้างยาก และมีจำนวนพระที่หมุนเวียนในวงการค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับพิมพ์หรือรุ่นอื่นๆ ในตระกูล พระวัดช้างให้ ด้วยกัน หวังว่าท่านผู้อ่านจะได้ข้อมูลที่ครบทุกด้าน
จากบทความนี้เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ หลังเตารีด พิมพ์กลาง ปี ๒๕๐๕ สามารถแบ่ง
ออกได้ ๒ รูปแบบ กล่าวคือ แบบไม่ปั๊มซ้ำ และแบบปั๊มซ้ำ สำหรับ พระพิมพ์กลาง นี้มีเอกลักษณ์ที่เด่นชัดคือ ขอบ
ด้านบนจะมน องค์พระมีขนาดปานกลาง ในตระกูลหลังเตารีด จึงเป็นที่มาของคำว่า พิมพ์กลาง ในอดีต พระหลวงพ่อทวด หลังเตารีด พิมพ์กลาง มีค่านิยมในระดับเดียวกับ พิมพ์หลังเตารีดใหญ่ เอ เพราะเป็นพิมพ์ที่หายากกว่าพิมพ์อื่นๆ ในตระกูลพระหลังเตารีดด้วยกัน โดยเฉพาะพระพิมพ์กลาง ไม่ปั๊มซ้ำ ยิ่งหาชมองค์จริงได้ยากที่สุด เพราะพระพิมพ์นี้เป็นเพียงพระส่วนหนึ่งที่หล่อออกมาแล้วมีสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์ จึงถูกคัดแยกออกมา แล้วทำการตกแต่งเพิ่มเติมเพียงเล็กน้อยก่อนให้ทำบุญเช่าบูชา เช่นเดียวกับ พิมพ์เตารีดใหญ่ และพิมพ์เตารีดเล็ก
ส่วน พระพิมพ์กลางปั๊มซ้ำ เกิดขึ้นจากเหตุผลที่ว่า องค์พระพิมพ์กลางที่ตัดออกมาจากช่อส่วนใหญ่ หล่อออกมาแล้วพิมพ์ติดตื้น ไม่ค่อยสวยงามคมชัดเท่าที่ควร จึงต้องนำไปผ่านกระบวนการปั๊มกระแทกซ้ำอีกครั้ง โดยใช้แม่พิมพ์ที่แกะขึ้นมาใหม่ เพื่อให้องค์พระติดรายละเอียด และมีความคมชัดสวยงามยิ่งขึ้น
หากพิจารณาจากลักษณะโครงสร้างทางกายภาพภายนอก ของพระพิมพ์กลาง ทั้ง ๒ รูปแบบ จะเห็นความแตกต่างค่อนข้างชัดเจน กล่าวคือ พระพิมพ์กลางไม่ปั๊มซ้ำ จะมีเค้าโครงหน้าหลวงพ่อทวดดูเล็ก และเป็นสันเหลี่ยมกว่า เมื่อเทียบกับพิมพ์ที่ปั๊มซ้ำแล้ว
อย่างไรก็ดี หากพิจารณา พระพิมพ์กลางที่ไม่ปั๊มซ้ำ อย่างละเอียด จะเห็นได้ชัดเจนว่า แม้ว่าจะคัดองค์ที่มีความสวยงามระดับแชมป์ของวงการ (อย่างองค์ที่ ๑ ที่โชว์วันนี้)
จะพบว่ายังมีจุดบกพร่องที่เกิดขึ้นในองค์พระ (ยิ่งองค์ที่คัดเพื่อไปปั๊มซ้ำยิ่งพิมพ์ติดตื้นขาดความสวยงามกว่านี้มากจึงเป็นที่มาของการนำจำนวนพระส่วนใหญ่ไปปั๊มอีกที)
กล่าวคือ ๑.เส้นหน้าผากที่ไม่ลึกคมชัด ๒.เม็ดตาส่วนใหญ่ไม่ปรากฏอย่างชัดเจน (แต่ก็มีบางองค์ที่ติดชัด) ๓.ริ้วจีวรย่อย
ด้านขวามือองค์พระไม่มี ๔.ฐานบัวมีรูปทรงที่ไม่มีลักษณะสัณฐานเป็นรูปสามเหลี่ยมคมชัดเหมือนพิมพ์ใหญ่เอ และที่สำคัญมิติความคมชัดตรงส่วนอื่นๆ ยังด้อยอยู่
ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้จึงต้องนำพระส่วนใหญ่เข้าสู่กระบวนการปั๊มซ้ำอีกครั้ง ดังที่กล่าวข้างต้น
จุดต่างที่เห็นได้ชัดระหว่างพิมพ์ที่ไม่ปั๊ม กับพิมพ์ปั๊มซ้ำ ก็คือ พิมพ์ไม่ปั๊ม (องค์ที่ ๑) จะสังเกตเห็นดินเบ้าสีเหลืองนวลกระจายอยู่ตามซอกทั่วทั้งองค์ เหมือนกับที่ปรากฏในพิมพ์เตารีดใหญ่ เอ และพิมพ์เตารีดเล็ก ในขณะที่ พระพิมพ์ปั๊มซ้ำ (องค์ที่ ๒) จะมีดินเบ้าปรากฏอยู่ตามซอกเพียงบางจุดเท่านั้น มากน้อยแตกต่างกันในแต่ละองค์ ส่วนใหญ่จะปรากฏอยู่บริเวณซอกคอทั้งสองฝั่ง ใต้หน้าแข้งที่ประสานกัน บริเวณพื้นที่เหนือมือที่ประสานกัน และบริเวณซอกแขนขวาขององค์พระ
ทั้งนี้ อาจจะเป็นไปได้ เพราะในจังหวะการปั๊มกระแทก ทำให้ดินเบ้าตามซอกต่างๆ หลุดหายไป และพบว่า เค้าโครงหน้าหลวงพ่อทวดและช่วงลำตัวดูขยายในแนวกว้างมากขึ้น สันนิษฐานว่า อาจจะเนื่องจากการปั๊มกระแทกในแนวดิ่งด้วยแรงมหาศาล ทำให้เนื้อโลหะยืดขยายตัวออกด้านข้างทุกทิศทาง (ส่วนข้อสันนิษฐานอื่นๆ แสดงไว้ข้างล่าง)
จะสังเกตเห็นริ้วจีวรเกิดขึ้นที่บริเวณด้านขวามือองค์พระ และจะปรากฏครีบเนื้อปลิ้นยื่นออกมา และเกิดรอยเขยื้อนที่บริเวณต่างๆ ขององค์พระ เช่นที่ขอบผ้าสังฆาฏิและริ้วจีวร แถวบัว ใต้หน้าแข้งจนถึงเข่า และพื้นผิวตรงซอกคอที่รองรับศีรษะองค์ท่าน เป็นต้น
(ธรรมชาติของครีบเนื้อ และรอยเขยื้อนนี้ สามารถนำมาพิจารณาพระแท้เก๊ได้ด้วย แต่ปัจจุบันพระเก๊ก็พัฒนาได้ใกล้เคียงเช่นกัน จะปรากฏร่องรอยสภาพผิวที่ตึงตัว เนื่องจากการปั๊มที่บริเวณพื้นองค์พระทั้งด้านหน้าและหลัง ในบางองค์จะปรากฏเม็ดตาทั้งสองข้างอย่างชัดเจน) พระพิมพ์กลางนี้ในกระบวนการสุดท้าย ก็มีการตกแต่งขอบข้าง และพื้นหลัง เช่นเดียวกับพระพิมพ์เตารีดอื่นๆ
ส่วนกระแสเนื้อของพระพิมพ์กลาง ก็เป็นเนื้อโลหะผสม เช่นเดียวกับพิมพ์ใหญ่หลังเตารีด กล่าวคือ เนื้อในลักษณะเนื้อแดงอมเหลือง ส่วนผิวด้านนอกในองค์ที่สภาพเดิมๆ จะออกผิวดำอมน้ำตาล
อย่างไรก็ตาม เท่าที่พบเห็น พระพิมพ์กลางปั๊มซ้ำ จะมีขนาดมิติขององค์พระไม่ได้ตายตัว โดยทั่วไปสามารถแบ่งพระพิมพ์ปั๊มซ้ำนี้ออกได้เป็น ๓ พิมพ์ย่อย ตามลักษณะโครงหน้าขององค์พระ คือ พิมพ์หน้าใหญ่ พิมพ์หน้ากลาง และพิมพ์หน้าเล็ก โดยเหตุผลที่อาจเป็นไปได้ ในกรณีใดกรณีหนึ่ง หรือจากทั้ง ๒ หรือ ๓ กรณีร่วมกัน (ดังที่อธิบายข้างล่างนี้) ที่ทำให้ขนาดโครงหน้า (เช่นกันกับขนาดโครงร่างองค์พระโดยรวม) นี้ต่างกัน กล่าวคือ กรณีแรก ขนาดหุ่นเทียนต้นแบบตั้งแต่ต้นมีขนาดที่ต่างกัน อีกกรณีคือ แม่พิมพ์ตัวปั๊มมีหลายตัวและขนาดต่างกัน และกรณีสุดท้ายคือ ขนาดของแรงที่ปั๊มกระแทกที่ต่างกัน ส่งผลให้การยืดขยายตัวของเนื้อโลหะที่ต่างกัน
นอกจากนี้ยังมีพระพิมพ์กลางปั๊มซ้ำ บางองค์ที่หล่อออกมาค่อนข้างสมบูรณ์ตั้งแต่ต้น จึงนำมาผ่านกระบวนการปั๊มเพียงเล็กน้อย จึงทำให้เค้าโครงหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับพระพิมพ์ไม่ปั๊ม
ในวันนี้จะขอโชว์พร้อมกันทีเดียว ๓ องค์ ๒ พิมพ์ (พิมพ์ไม่ปั๊มซ้ำ กับพิมพ์ปั๊มซ้ำ) เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้เห็นรายละเอียดของเนื้อพระและพิมพ์ทรงอย่างครบวงจร และสามารถเปรียบเทียบกันได้
องค์ที่ ๑ พิมพ์กลางไม่ปั๊มซ้ำ พระองค์นี้เป็นองค์ที่ยังคงความสวยงามและสมบูรณ์แบบดั้งเดิมแทบเต็มร้อย และเป็นหนึ่งในองค์แชมป์ของวงการ สภาพองค์พระมีดินเบ้าและคราบเบ้าเสมอเหมือนพระชุดเตารีดใหญ่ และเตารีดเล็ก ที่เป็นพระหล่อโบราณ ด้วยเหตุผลของความงดงามตั้งแต่กระบวนการหล่อและตัดช่อชนวนอกมา ดังนั้นพระองค์นี้จึงไม่จำเป็นต้องนำไปผ่านกระบวนการปั๊มซ้ำ
สนนราคาเช่าหาอย่างพระองค์นี้ต้องเกินหลักเจ็ดแสนบาท องค์นี้เป็นพระของ คุณนิพนธ์ อบเชย หรือ หนุ่ม อิงค์ไอซ์พระเครื่อง ผู้เคยสร้างสถิติ ปล่อยพระหลวงพ่อทวดองค์แพงที่สุดองค์หนึ่งของวงการ
องค์ที่ ๒ พิมพ์กลางปั๊มซ้ำ (หน้าใหญ่) ที่คงเอกลักษณ์ของพิมพ์นี้คือ มีร่องรอยการปั๊ม ทำให้เห็นครีบเนื้อยื่นออกมา และรอยเขยื้อนที่บริเวณต่างๆ รวมทั้งมีผิวโลหะที่เต่งตึง อันเนื่องจากการปั๊มกระแทก
ที่สำคัญ พระองค์นี้มีดินเบ้าและคราบเบ้าตามซอกอย่างสมบูรณ์ ซึ่งหาพบได้ยากสำหรับพระพิมพ์นี้...อดีตเคยผ่านการเป็นแชมป์งานประกวดพระมาแล้วหลายงาน ทำให้สนนราคาเช่าหาพระสภาพแชมป์อย่างนี้ต้องเกินหลักสี่แสนบาทอย่างแน่นอน
องค์ที่ ๓ พิมพ์กลางปั๊มซ้ำ (หน้ากลาง) องค์นี้มีสภาพสวยสมบูรณ์ครบสูตรเหมือนกับองค์ที่ ๒
พระ ๒ องค์นี้จัดเป็น พระแท้องค์ครู ดูง่ายชนิดไม่ต้องส่องกล้อง พระ ๒ องค์นี้เป็นของ ศ.ดร.ผดุงศักดิ์ รัตนเดโช ผู้ชำนาญการและนักสะสมผู้มี พระหลวงพ่อทวด องค์สวยแชมป์อยู่ในการครอบครองเป็นจำนวนมาก และเป็นผู้ให้ข้อมูลประกอบคอลัมน์นี้



