
ทนายถอนตัวหลัง'สมีคำ'เบี้ยวมอบตัว
ทนาย'สมีคำ'ถอนตัวจากคดีหลังเบี้ยวมอบตัว ทนายความนำอดีตภรรยาสมีคำ-บุตรชาย เข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กศรีสะเกษ
23ส.ค.2556 นายสุกิจ พูนศรีเกษม ผู้ประสานงานการเข้ามอบตัวของนายวิรพล สุขผล หรืออดีตพระวิรพล ฉัตติโก (หลวงปู่เณรคำ) เปิดเผยว่า จากที่ตนได้ประสานงานครั้งล่าสุดว่าจะให้เวลาอดีตเณรคำตัดสินใจเข้ามอบตัวหรือไม่ภายใน 3 วัน ซึ่งวันที่ 23 ส.ค. ถือว่าครบกำหนดนัดแล้ว แต่อดีตเณรคำยังไม่ได้ติดต่อกลับมาที่ตน ดังนั้นเมื่อไม่ติดต่อกลับมาตนก็คงต้องถอนตัวจากการทำหน้าที่ประสานงานเข้ามอบตัวแล้ว เพราะที่ผ่านมาพยายามประสานงานให้แล้วแต่สุดท้ายเมื่อไม่เป็นไปตามข้อตกลงที่ต้องติดต่อกลับ ตนก็คงไม่มีหน้าที่เข้าไปจัดการใด ๆ ให้อีก
ด้านนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวว่า กรณีที่ดีเอสไอออกหมายเรียกตัวนายสุริ สุขผล น้องชายอดีตเณรคำเข้าพบเพื่อให้การประกอบสำนวนคดีภายใน 7 วันซึ่งจะครบกำหนดในวันจันทร์ที่ 26 ส.ค.นั้น ล่าสุดยังไม่ได้รับการติดต่อและหากไม่เข้าพบก็ต้องถูกดำเนินคดีฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน
"อย่างไรก็ตาม ในส่วนการดำเนินคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปีนั้น ดีเอสไอรวบรวมสำนวนพร้อมพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดชัดเจนแล้ว โดยเฉพาะผลพิสูจน์ดีเอ็นเอความเป็นพ่อลูกของอดีตเณรคำและเด็กชาย 11 ปี ที่เกิดจากหญิงที่อ้างมีสัมพันธ์กับอดีตเณรคำ ดังนั้น แม้นายสุริไม่มาให้การดีเอสไอก็สรุปสำนวนส่งฟ้องกับอัยการภายในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ยังไม่มีดำเนินการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนดีเอสไอจะยังให้โอกาสในการเดินทางเข้ามามอบตัวของอดีตเณรคำ ซึ่งล่าสุดดีเอสไอรู้ตำแหน่งที่พักแต่ไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะเกรงจะเคลื่อนไหวออกนอกพื้นที่เป้าหมาย" นายธาริต กล่าว
"อดีตภรรยา-ลูก"เข้าให้ปากคำ!
เมื่อเวลา 09.45 น.ที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดศรีสะเกษ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ นายสมชาติ วงศ์ธราธร ทนายความ ได้นำ น.ส.เอ (นามสมมุติ ) อดีตภรรยาสมีคำ พร้อมด้วยบุตรชายที่เกิดกับสมีคำวัย 11 ปี เข้าพบพบเพื่อให้บันทึกปากคำ ต่อเจ้าหน้าที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กฯ หลังจากที่ผลการตรวจของดีเอ็นเอ ยืนยันว่า เป็นบุตรชายที่เกิดกับ นายวิรพล สุขผล หรือ อดีตหลวงปู่เณรคำ ประธานที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรม จริง ซึ่งการเดินทางเข้าให้ปากคำวันนี้มียายของ น.ส.เอ ที่อยู่ในเหตุการณ์เมื่อ 12 ปีที่แล้วมาด้วย
นายสมชาติ ทนายความ เปิดเผยว่า ในขั้นตอนกระบวนการฟ้องเรียกร้องเงินค่าเลี้ยงดูบุตร ที่ลูกความของตนได้ยื่นฟ้องไว้แล้ว ที่ศาลเด็กและเยาวชนจังหวัดศรีสะเกษ ให้นายวิรพลจ่ายเงินค่าเลี้ยงดูบุตร จนกว่า บุตรจะมีอายุครบ 20 ปี เป็นเงินทั้งหมด 40 ล้านบาทนั้น ขณะนี้ ทางขั้นตอนของกระบวนการทางกฎหมาย กำลังดำเนินการเข้าสู่การสืบพยาน ทั้งพยานบุคคลและพยานแวดล้อม หลังจากนี้ก็จะได้นำข้อมูลทั้งหมดรวมไปถึง ผลตรวจทางพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอที่สรุปออกแล้วว่าเป็นพ่อลูกกันจริง มาถึงตรงนี้ ตนไม่มีความหนักใจอะไร เนื่องจากเรามีข้อมูลรวมทั้ง พยานแวดล้อม และหลักฐานชี้ชัดก็จะให้เรื่องดำเนินการตามกระบวนของกฎหมายต่อไป
น.ส.เอ กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนตกเป็นจำเลยของสังคมมาโดยตลอด ถูกกล่าวหาจากบรรดาลูกศิษย์ของหลวงปู่เณรคำ พอเรื่องจริงปรากฏออกมาในวันนี้ ก็ยังถูกสังคมกล่าวให้ร้ายว่า ในตอนนี้นายวิรพล กำลังลำบากไม่มีที่ซุกหัวนอน ถูกติดตามตัวจากกฎหมาย ในฐานะภรรยาแทนที่จะละเว้น กลับเร่งดำเนินการทางกฎหมาย ก็อยากจะบอกว่าในฐานะอดีตภรรยาที่ถูกนายวิรพล มาหลอกทำให้ท้องแล้วไม่รับผิดชอบ ออกมาเรียกร้องสิทธิ์ของตนเพื่อลูก ในความเป็นแม่ที่พึงจะกระทำได้ แม้จะต้องอับอายต่อสังคมรอบข้าง แต่เพื่อลูกก็ต้องยอม ที่ผ่านมานายวิรพลหลอกลวงว่าจะเลี้ยงดู ไม่ให้ลำบาก แต่กลับไม่ใยดี กับภรรยาคนอื่นให้ค่าเลี้ยงดูเดือนละหลายหมื่นได้
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากแม่ลูกให้ปากคำกับเจ้าพนักงานสอบสวนที่ศาลพินิจและคุ้มครองเด็กเสร็จก็ได้เดินทางกลับบ้านที่อำเภอน้ำเกลี้ยงทันที ภายใต้การดูแลคุ้มครองของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการคุ้มครองพยานของดีเอสไอ



