พระเครื่อง

โลกกำลังจะแตก?

โลกกำลังจะแตก?

21 ส.ค. 2556

โลกกำลังจะแตก? : บาตรเดียวท่องโลก โดยพระพิทยา ฐานิสฺสโร

              การจัดสรรเกี่ยวกับขยะที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ก็เช่นเดียวกัน มีกระบวนการอย่างเป็นระบบดีเยี่ยม ทุกครัวเรือนต้องมีส่วนร่วมในการแยกประเภทขยะในแต่ละชนิด ซึ่งอาจแบ่งออกเป็นขวดพลาสติก ขวดแก้ว กระป๋องอะลูมิเนียม กระดาษ กล่องกระดาษ เศษขยะทั่วไป เศษอาหารที่เหลือจากบริโภค ฯลฯ ไม่กี่ปีที่ผ่านมาประเภทของขยะได้เพิ่มปริมาณมากขึ้น ทำให้เกิดการทำงานมากขึ้นในทุกภาคส่วน หลังจากนั้นอาทิตย์ละหนึ่งวันทุกบ้านที่มีปริมาณขยะมากพอก็จะนำไปทิ้ง ณ บริเวณโรงเก็บขยะและแยกขยะ จึงเป็นเรื่องปกติของชุมชนที่นี่ ทุกวันจันทร์เวลาบ่ายๆ บางคนก็เข็นรถใส่ขยะคันเล็กๆ เพื่อนำขยะไปทิ้งที่โรงเก็บขยะที่ดูแลทั้งในด้านความสะอาดและความเป็นระบบอย่างดี โดยที่นำขยะไปแยกตามจุดต่างๆ ที่ทางเจ้าหน้าที่จัดไว้ให้ด้วยตนเอง

              เมื่อทุกชีวิตในชุมชนประเทศมีจิตสำนึกร่วม มองไปในทิศทางเดียวกัน ให้ความร่วมมือและรู้จักเคารพรับผิดชอบในหน้าที่ของตน จึงเป็นโอกาสอันงดงามที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขเป็นระเบียบเรียบร้อยในระดับพื้นฐานแห่งการดำรงชีพ งานต่างๆ ก็ได้มีการกระจายไปในทุกภาคส่วนความรับผิดชอบ ไม่ได้หนักเกินไปหรือเอาเปรียบบทบาทหน้าที่ใดหน้าที่หนึ่ง ที่สำคัญคือการให้คุณค่า เคารพกันในแต่ละบทบาทหน้าที่

              เกือบทุกที่ ณ ประเทศนี้จึงดูสะอาดตาแม้ไม่มีถังขยะให้เห็นมากมาย เพราะคนดูแลหน้าที่ทำความสะอาดก็ทำอย่างจริงจัง ประชากรก็มีส่วนช่วยในการรักษาความสะอาด

              ในอดีตคนไทยคุ้นชินกับการใช้ใบตองและวัสดุจากธรรมชาติมาทำเป็นหีบห่อ การทิ้งสิ่งของเหล่านี้ลงโคนต้นไม้ ผิวดิน มันสามารถย่อยสลายได้ไม่นานนักและเป็นปุ๋ยธรรมชาติอย่างดี แต่ในปัจจุบัน พลาสติก โฟม และบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากโรงงานอุตสาหกรรม ไม่สามารถย่อยสลายได้ คนไทยยังคุ้นกับการทิ้งเช่นเดิม แต่สิ่งเหล่านี้ ไม่เป็นประโยชน์กับต้นไม้ ทำลายแม่น้ำ อีกทั้งเป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมอย่างหนักเมื่อมันถูกเผาไปในอากาศ บ้านเมืองเราไม่มีวัฒนธรรมการแยกขยะ เทศบาลจึงต้องทำงานหนักมาก หากมีการแยกขยะตั้งแต่ในบ้าน เทศบาลจัดถังแยกขยะไว้ให้อย่างชัดเจน เราก็ทิ้งขยะให้ถูกที่ถูกทาง การกำจัดขยะก็เป็นไปได้ง่าย บางอย่างสามารถหมุนเวียนนำมาใช้ได้อีก บางอย่างย่อยสลายเป็นปุ๋ยได้ และบางอย่างเช่น แบตเตอรี่ ก็ต้องมีวิธีการทิ้งที่ไม่ทำลายสภาพแวดล้อมสร้างมลพิษ

              โลกใบนี้คงไม่แตกสลายหายไปไหน หากเรามีจิตสาธารณะในการดูแลพื้นที่ส่วนรวม แต่ตราบใดที่มนุษย์ยังไม่ตระหนักรู้ถึงการอยู่ร่วมกันอย่างเคารพ พอเพียงและมีจิตสำนึกร่วมแห่งการอุปโภค บริโภค ธรรมชาติก็ต้องทำหน้าที่ดูแลธรรมชาติ เมื่อเราขาดความสมดุลในการบริโภค อุปโภค ธรรมชาติก็แสดงให้เห็นเท่านั้นว่าเรากำลังทำอะไรและกำลังเกิดอะไรขึ้นจากการกระทำของเรา

              ในที่สุดถ้าเรายังไม่หยุด ธรรมชาติจะจัดสมดุลให้ ทุกอย่างอาจต้องเริ่มต้นใหม่ สู่สภาวะแห่งความไม่มีธรรมชาติแปลกปลอม คงเหลือแต่ธรรมชาติบริสุทธิ์ซึ่งเป็นไปตามกฎแห่งธรรมชาติ ก็เท่านั้นเอง

              จิตสำนึกร่วมอย่างถูกธรรม คือ พลังแห่งการดำรงอยู่

              ณ ที่หนึ่งที่ไม่ดี อาจส่งผลกระทบต่อ ที่ที่ดีอยู่แล้ว เพราะเราอยู่ ณ ที่เดียวกัน

"}])