
ฉลอง260ปีสถาปนา'นิกายสยามวงศ์'
'มจร'ร่วมมือพศ.และคณะสงฆ์ศรีลังกาจัดสัมมนานานาชาติ เฉลิมฉลอง 260 ปีสถาปนาพระพุทธศาสนานิกายสยามวงศ์ พร้อมร่วมมือเสริมวิชาการระดับอุดมศึกษา
เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ที่สถาบันวิชาการพระพุทธศาสนานานาชาติศรีลังกา (SIBA) เมืองแคนดี้ ประเทศศรีลังกา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) และคณะสงฆ์สยามนิกาย ฝ่ายมัลลวัตตา ฝ่ายอัสสคีรี และวัดพระธาตุเขี้ยวแก้ว ประเทศศรีลังกา จัดงานสัมมนานานาชาติ เรื่องการแลกเปลี่ยนพระพุทธศาสนานานาชาติในบริบทโลก เพื่อเฉลิมฉลอง 260 ปีแห่งการสถาปนาพระพุทธศาสนานิกายสยามวงศ์ในประเทศศรีลังกา
พระพรหมบัณฑิต อธิการบดี มจร ที่เดินทางไปร่วมงานด้วย กล่าวว่า จากการที่ประเทศไทยสถาปนาความสัมพันธ์กับประเทศศรีลังกา ครบ 260 ปี ในส่วนของความสัมพันธ์ในด้านพระพุทธศาสนาไทยและศรีลังกา ได้มีการแลกเปลี่ยนพระสงฆ์ระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง จนเกิดคณะสงฆ์นิกายลังกาวงศ์ในไทย และคณะสงฆ์นิกายสยามวงศ์ในศรีลังกา ดังนั้น มจร จึงได้ร่วมกับหน่วยงานดังกล่าวจัดการสัมมนานานาชาติขึ้นระหว่างวันที่ 20-21สิงหาคม พ.ศ.2556
พระพรหมบัณฑิต กล่าวต่อไปว่า การประชุมในครั้งนี้จะมีการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของไทยและศรีลังกา รวมทั้งทิศทางการเผยแผ่ในระดับนานาชาติว่าจะมีวิธีการอย่างไรในโลกยุคปัจจุบันนี้ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ที่สำคัญคณะสงฆ์จะได้มีการหารือร่วมกัน ถึงบทบาทหน้าที่ในการนำพระพุทธศาสนา ให้เข้าถึงพุทธศาสนิกชนไปสู่การปฏิบัติ นอกจากนี้ยังจะมีการเสวนาในเรื่องดังกล่าวเป็นภาษาบาลี ซึ่งถือเป็นภาษาแม่ในพระพุทธศาสนาที่ใช้กันทั่วโลก และเป็นภาษาที่สำคัญที่คณะสงฆ์ใช้ศึกษาพระไตรปิฎก ในการเรียนรู้หลักธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อใช้ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง หากพระสงฆ์มีความรู้เรื่องภาษาบาลี ก็จะทำให้การเผยแผ่หลักธรรมไม่เกิดความผิดเพี้ยน
“รัฐบาลไทย ในนามมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และรัฐบาลศรีลังกา ได้เห็นถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ครั้งนี้ ซึ่งในพิธีเปิดงานคณะสงฆ์ไทย-ศรีลังกา ยัังได้รับเกียรติจากนายมหินทรา ราชปักษา ประธานาธิบดีแห่งศรีลังกา มาเป็นประธานฝ่ายฆราวาสกล่าวสุนทรพจน์ และมีสมเด็จพระสังฆราช พระมหานายก ประมุขสงฆ์มาร่วมกล่าวต้อนรับคณะสงฆ์และผู้แทนประเทศต่างๆ จึงถือได้ว่า การร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นการสานสัมพันธ์ระหว่างไทย-ศรีลังกา ให้มีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น”อธิการบดีมจร กล่าว
ทั้งนี้พระครูปลัดสุวัฒนวชิรคุณ (ไสว โชติโก) รองอธิการบดี มจร ฝ่ายกิจการต่างประเทศ กล่าวภายหลังร่วมพิธีเปิดว่า ภายหลังการสัมมนาดังกล่าวซึ่งจะแล้วเสร็จในวันที่ 21 ส.ค. คณะสงฆ์ไทยโดย มจร และคณะสงฆ์ศรีลังกาจะหารือร่วมกัน เพื่อร่วมมือทางด้านการศึกษาของคณะสงฆ์ ซึ่งในเบื้องต้นพบว่าคณะสงฆ์ศรีลังกามีความเชี่ยวชาญด้านภาษาบาลีมาก ดังนั้นจึงมีแนวทางที่จะขอความร่วมมือทางคณะสงฆ์ศรีลังกาในการร่วมกันศึกษาคำสอนทางพระพุทธศาสนาที่มีการจารึกลงบนคัมภีร์ใบลานเป็นภาษาบาลีด้วย ส่วนทางคณะสงฆ์ไทยซึ่งถือว่ามีความเชี่ยวชาญในเรื่องกรรมฐานมากกว่า ก็จะมาช่วยทางคณะสงฆ์ศรีลังกาส่งเสริมในเรื่องกรรมฐานด้วย
รองอธิการบดี มจร ฝ่ายกิจการต่างประเทศ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลอง 260 ปีแห่งการสถาปนาพระพุทธศาสนานิกายสยามวงศ์ในประเทศศรีลังกาทางประเทศไทยมีการให้ทุนพระสงฆ์ศรีลังกามาศึกษาในประเทศไทย รวม 26 ทุน เป็นทุนของ มจร 5 ทุน และทุนของพศ. 21 ทุน โดยในส่วนของ มจร นั้น มีพระสงฆ์ศรีลังกามารับทุนศึกษาระดับปริญญาตรี 2 ทุน ปริญญาโท 1 ทุน และปริญญาเอก 2 ทุน ในส่วนของทุนของพศ. นั้นจะให้มาศึกษาในส่วนของนักธรรมตรี จนถึงนักธรรมเอก พร้อมกันนี้ทางคณะสงฆ์ศรีลังกายังขอความร่วมมือมายัง มจร ให้ช่วยส่งเสริมการศึกษาของคณะสงฆ์ในระดับมหาวิทยาลัยในศรีลังกาด้วย เนื่องจากในศรีลังกายังไม่มีมหาวิยาลัยสำหรับพระสงฆ์โดยเฉพาะ



