พระเครื่อง

วัดลาวในสหรัฐฯยันไม่เกี่ยวข้องกับ'สมีคำ'

วัดลาวในสหรัฐฯยันไม่เกี่ยวข้องกับ'สมีคำ'

02 ส.ค. 2556

เจ้าอาวาสวัดลาวประกาศไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ'สมีคำ' ไม่ได้มาบิณฑบาต-สึก หรือพักอยู่ที่วัด ดีเอสไอโผล่ขอข้อมูลสยามทาวน์ยูเอส ตร.ซานดิเอโก้เผยยังไม่มีเจ้าทุกข์ฟ้อง

             2ส.ค.2556 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่หนังสือพิมพ์สยามทาวน์ยูเอสหรือ siamtownus.com ได้รายงานความเกี่ยวข้องกับอดีตพระวิรพล ฉัตติโก หรือหลวงปู่เณรคำ โดยระบุว่าอดีตพระวิรพลได้ออกบิณฑบาตบริเวณวัดวัดลาว ริเวอร์ไซด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ล่าสุดได้รายงานเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ความว่า ได้สอบถามไปยังวัดลาว ริเวอร์ไซด์ หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า Wat Lao Buddhist Samakitham ตั้งอยู่ที่ 6021 Rutland Avenue Riverside, CA 92503 ซึ่งเป็นวัดขนาดใหญ่ของชุมชนลาวในแคลิฟอร์เนีย เพื่อตรวจสอบว่ามีความเกี่ยวข้องกับอดีตพระวิรพล ฉัตติโก หรือหลวงปู่เณรคำ หรือไม่ โดยได้สนทนากับพระอาจารย์คำขาง เตสะภโร (Ven Khamkheng Tesaphalo) พระเจ้าอาวาส ซึ่งได้ปฏิเสธว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับอดีตพระวิรพล ฉัตติโก หรือหลวงปู่เณรคำแต่อย่างใด
            
             “ทางวัดจัดงานวันเข้าพรรษาจริง ในวันที่ 21 กรกฎาคม แต่ไม่มีพระเณรคำมาอย่างที่เป็นข่าวนะ เห็นข่าวแล้วก็ตกใจ เพราะโยมบอกว่าเป็นวัดลาว เขาก็คิดว่าที่นี่แหละ อาตมาไม่รู้จักเขา ไม่มี ทางนี้ก็สืบๆ อยู่เหมือนกันว่าผู้ใดมันออกข่าว ว่าสึกวัดลาว อยู่วัดลาว เพราะว่ามันเสื่อมเสียมาถึงเราด้วยนะ”

             ถามว่ามีญาติโยมชาวลาวพูดถึงเรื่องนี้กันมากหรือไม่ พระภิกษุลาวตอบว่า “เขาก็รู้จักอยู่ ก็คุยๆ กันว่าเป็นพวกนักต้มตุ๋นอะไร แต่ว่าแถบนี้ไม่มีใครเป็นเหยื่อเขานะ คนลาวแถวนี้ไม่มี แต่ที่อื่นนี่ อาตมาก็ไม่รู้เหมือนกัน”

             พระอาจารย์คำขางกล่าวด้วยว่า ขอฝากให้สยามทาวน์ฯ ช่วยประกาศด้วยว่าวัดลาวริเวอร์ไซด์ ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับอดีตพระเณรคำทั้งสิ้น อีกทั้งญาติโยมชาวลาวที่มาทำบุญที่วัด ก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือนับถือศรัทธาอดีตพระไทยผู้อื้อฉาวรายนี้แต่อย่างใด

             นอกจากนี้สยามทาวน์ยูเอส รายงานด้วยว่า ล่าสุดเมื่อค่ำวันที่ 31 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้โทรศัพท์มาขอข้อมูลเรื่องนี้เพิ่มเติมกับสยามทาวน์ รวมถึงขออีเมล์ของนายตำรวจอเมริกันเชื้อสายลาวผู้นี้ด้วย โดยบอกว่า ณ เวลานั้น ทางดีเอสไอ กำลังประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสถานทูตอเมริกันประจำประเทศไทยในเรื่องความร่วมมือเกี่ยวกับอดีตพระเณรคำอยู่ แต่ตนไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

             และเมื่อสายของวันพฤหัสฯ ที่ 1 สิงหาคม สยามทาวน์ฯ ได้สอบถามไปยังนายตำรวจโดนัลด์ ดวงปัญญา อีกครั้ง ทราบว่ายังไม่ได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ของ ดีเอสไอ แต่อย่างใด แต่ตนทราบว่ามีการประชุมร่วมกันระหว่างรัฐบาลของทั้งประเทศแล้ว เชื่อว่าคงจะมีความคืบหน้าในเร็วๆ นี้

             “ถ้าเป็นเรื่องของรัฐบาลกลางมันก็จะง่ายขึ้น ผมเชื่อว่าถ้าเอฟบีไอรับเรื่องมา ก็จะขอให้ผมไปช่วยจับกุม เพราะเป็นคนลาวและอยู่ใกล้พื้นที่ หรือถึงจะหนีไปไหนผมก็ตามได้ เพราะเขตดูแลของเอฟบีไอมันคลุมไปทั่วประเทศ ไม่เหมือนคดีของท้องที่ก็จับได้เฉพาะในซานดิเอโก้ หรือใกล้เคียงอย่างเลค เอลซีนอร์ เพราะมันใกล้กัน แต่ก็ต้องแจ้งเชอรีฟ เจ้าของท้องที่ก่อน”

             ถามว่ามีผู้มาแจ้งความเอาผิดในคดีของอดีตพระเณรคำหรือยัง นายตำรวจเชื้อสายลาวตอบว่ายังไม่มี

             ถามถึงความเคลื่อนไหวล่าสุดของอดีตพระเณรคำ นายตำรวจบอกว่าตนมีแหล่งข่าว แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดใดๆ จนกว่าจะมีการจับกุมแล้ว

             ถามว่าอดีตพระเณรคำสึกออกมาแล้วหรือไม่ นายตำรวจเชื้อสายลาวบอกว่า ตนเองได้ยินข่าวนี้เช่นกัน จากการดูรายการ “สรยุทธ” ทางช่องสาม แต่ไม่ยืนยันว่าอดีตพระเณรคำสึกแล้วจริงหรือไม่

             “แน่นอน ถ้าถอดผ้าเหลืองแล้วก็จะทำให้เขาหลบหนีได้ง่ายขึ้น เพราะไม่เป็นจุดสนใจ นี่คือเรื่องที่ผมกลัวอยู่ เพราะถ้าเขาออกนอกพื้นที่แล้วก็ยาก อเมริกาเป็นประเทศใหญ่ แต่ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ จับได้อยู่แล้ว เพียงแต่ว่า เอฟบีไอ เขาคงไม่ทุ่มเทเวลา หรือทุ่มเทค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้กับเรื่องนี้ ก็อาจจะยากขึ้น” นายตำรวจโดนัลด์ ดวงปัญญา กล่าว

 

"ดีเอสไอ"ออกหมายเรียกญาติใกล้ชิด"สมีคำ"ให้ปากคำรอบสอง

               
               พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว ผบ.สำนักคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนกรณีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติกรรมของอดีตพระวิรพล สุขผล หรือหลวงปู่เณรคำ กล่าวว่า ในวันนี้ พนักงานสอบสวนจะส่งหมายเรียกถึง นายรัตน์ และนางสุดใจ รวมทั้ง นายสุริ สุขผล น้องชายของนายวิรพลซึ่งมีใบหน้าคล้ายกันนั้น เพื่อให้เดินทางมาพบเพื่อตรวจดีเอ็นเอ และให้ปากคำเกี่ยวกับทรัยพ์สมบัติทั้งหมดที่นายวิรพลซื้อให้ครอบครัว อาทิ บ้านหรูมูลค่าหลายล้านบาท รถยนต์หรูอีกหลายคัน ซึ่งจนถึงขณะนี้ทางครอบครัวของนายวิรพลยังไม่ให้ความร่วมมือในการให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอดีตพระวิรพล ซึ่งทางพนักงานสอบสวนก็จะยังคงพยายามเชิญตัวครอบครัวของนายวิรพลนี้มาพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้ได้ หากยังไม่มาอีกก็ต้องมาตรการทางกฎหมายต่อไป

              พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ กล่าวต่อว่า ส่วนการติดตามตัวนายวิรพลที่ยังคงหลบหนีอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาให้กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยนั้น ขณะนี้ดีเอสไอได้ประสานความร่วมมือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสำนักบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมืองและศุลการักษ์(Immigration and Customs Enforcement หรือ ICE)  และสำนักงานสอบสวนความมั่นคงภายใน (Homeland Security Investigations  หรือ HSI) เป็นที่เรียบร้อยโดยส่งเอกสารหมายจับและประวัติของนายวิรพลไปหมดแล้ว ขณะนี้รอเพียงการประสานข้อมูลที่ชัดเจนจากทางการสหรัฐฯเกี่ยวกับแหล่งอาศัยของอดีตพระวิรพล คาดว่าสัปดาห์จะมีความชัดเจนมากขึ้น

              ด้าน  พ.ต.ท.กรวัชร์  ปานประภากร  ผบ.สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค กล่าวว่า สำหรับการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์หรูโรสลอยด์ 3 คันที่จอดอยู่ภายในโรงรถภายในสำนักสงฆ์ป่าขันติธรรม โดยพบว่ารถยนต์ทั้ง 3 คันติดแผ่นป้ายทะเบียนเพียงคันเดียว และขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ส่งหมายเรียกตัวเจ้าของโรสลอยด์ที่มีทะเบียนดังกล่าวมาสอบปากคำแล้ว ซึ่งเป็นเสี่ยเจ้าของร้านประดับยนต์และล้อแม็กซ์รายใหญ่ ย่านรามอินทรา เบื้องต้นเสี่ยคนดังกล่าวอ้างว่าโรสลอยด์ที่มีชื่อครอบครองได้ขายต่อให้กับอดีตพระวิรพลไปแล้ว อย่างไรก็ตามสำหรับรถยนต์ที่มีชื่อนายวิรพลนั้นจนถึงขณะนี้ตรวจพบเพียง 80 คันและถูกแจกจ่ายไปตามสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ

          

"}])