
'สมีคำ'ซุกวัดลาวสื่อไทยในสหรัฐฯเผย
สื่อไทยในสหรัฐฯเผย'สมีคำ'ซุกวัดลาว ยังออกบิณฑบาต ตร.มะกันจับกุมไม่ได้ บอกชุมชนไทย-ลาว ต้องเข้าแจ้งความเอาผิดในข้อหา'หลอกลวง'
31ก.ค.2556 ตามที่ลูกศิษย์ของนายวิรพล สุขผล หรืออดีตพระวิรพล ฉัตติโก (หลวงปู่เณรคำ) ออกมาประกาศว่านายวิรพลที่สลัดคราบการเป็นพระแล้วจะเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อต่อสู้คดีในวันที่ 31 ก.ค.นี้ แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวของนายวิรพลแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม หนังสือพิมพ์สยามทาวน์ยูเอสซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ภาษาไทยในประเทศสหรัฐอเมริกาได้เผยแพร่ข่าวเกี่ยวเนื่องโดยเผยแพร่ทางเว็บไซต์ตามลิงก์คือ http://www.siamtownus.com/New-1307000319-1.aspx
ความว่า "สยามทาวน์ยูเอส ได้รับการเปิดเผยจากกงสุล พีรินทร์ สุจริตกุล แห่งสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอส แอนเจลิส เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2013 ว่าทางสถานกงสุลใหญ่ฯ ได้รับการติดต่อจากนายตำรวจ โดนัลด์ ดวงปัญญา ซึ่งเป็นนายตำรวจอเมริกันเชื้อสายลาว แห่งสำนักงานตำรวจเมืองซานดิเอโก้ ขอความร่วมมือให้ทางสถานกงสุลฯ ช่วยรณรงค์ให้คนไทยในซานดิเอโก้ ที่เป็นเหยื่อการหลอกลวงของอดีตพระเณรคำ เข้าแจ้งความกับตน เพื่อจะได้จับกุมดำเนินคดี เพราะขณะนี้ทางตำรวจทราบที่หลบซ่อนของอดีตพระสงฆ์ผู้อื้อฉาวผู้นี้ว่าอยู่ในพื้นที่ อีกทั้งเกรงว่าหากรอการติดต่อประสานงานแบบรัฐบาลกับรัฐบาลในการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งจะต้องมีขั้นตอนมากมาย ตนเกรงว่าอดีตพระเณรคำจะเดินทางออกนอกพื้นที่ไปเสียก่อน
เกี่ยวกับเรื่องนี้ สยามทาวน์ฯ ได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายตำรวจโดนัลด์ ดวงปัญญา โดยตรงในช่วงเย็นของวันเดียวกัน ทราบว่านายตำรวจเชื้อสายลาวคนนี้ สังกัดหน่วยประสานงานกับชุมชนหลายวัฒนธรรม (Multi-Cultural Community Relations Office) ของ “ซานดิเอโก้ พีดี” ทำงานเน้นหนักไปที่ชุมชนไทยและลาว และร่วมกับหน่วยงานรักษากฎหมายอื่นๆ ทุกระดับ รวมถึงกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯและ เอฟบีไอด้วย
“มิสเตอร์สุขผลได้หลอกลวงทั้งคนไทยและคนลาวเป็นจำนวนมาในซานดิเอโก้ ผมทราบดีและติดตามเรื่องนี้อยู่อย่างใกล้ชิด” นายตำรวจหนุ่มกล่าว และว่าขณะนี้ ตนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่สามารถทำอะไรกับอดีตพระฉาวรายนี้ได้ เพราะเป็นคดีข้ามชาติ (International case) และยังไม่ได้รับการติดต่อขอความร่วมมือจากรัฐบาลไทย แต่หากมีเจ้าทุกข์เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือคนลาว เข้ามาแจ้งความดำเนินคดีกับอดีตพระเณรคำ ตนก็สามารถจับกุมและดำเนินคดีกับอดีตพระเณรคำด้วยกฎหมายท้องถิ่นที่เหมาะสมได้
“ฟังดูเหมือนกับการให้เงินกับเขาเอง ไม่น่าจะเอาผิดได้ แต่ในทางกฎหมายแล้วมันทำได้ โดยเฉพาะคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (Financial Crime) หรือหากเหยื่อเป็นผู้สูงอายุ ก็จะทำคดีเป็นการหลอกลวงผู้สูงอายุ (Elder Abuse) ซึ่งเป็นเรื่องร้ายแรงได้”
นายตำรวจเชื้อสายลาวกล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมายังไม่มีเหยื่อของอดีตพระเณรคำออกมาแจ้งความ อาจจะเป็นเพราะความอาย หรือเหตุผลอื่นใดก็แล้วแต่ ตนจึงประสานงานไปยังสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอส แอนเจลิส ให้ช่วยประชาสัมพันธ์ในเรื่องนี้ และว่าขอให้ผู้เสียหายให้คิดถึงส่วนรวม เพราะเพียงแค่ผู้เสียหายเพียงรายเดียวเข้ามาแจ้งความ ตนก็สามารถดำเนินการตามความเหมาะสมได้แล้ว
ถามว่าเหยื่อที่บริจาคเงินโดยไม่มีใบเสร็จรับเงินเป็นหลักฐาน จะเข้าแจ้งความได้หรือไม่ นายตำรวจเชื้อสายลาวตอบว่าทำได้ เพราะเป็นกรณีความเชื่อเกี่ยวกับศาสนา และเป็นคดีที่โด่งดังระดับสากล ที่ผู้รักษากฎหมายในซานดิเอโก้ ทราบเรื่องดีอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ตนจะรับแจ้งความได้เฉพาะเจ้าทุกข์ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในซานดิเอโก้เท่านั้น แต่ผู้เสียหายที่อยู่ในพื้นที่อื่น รวมถึงในนครลอส แอนเจลิส ต้องแจ้งความกับตำรวจในพื้นที่ ซึ่งตนไม่แน่ใจว่าจะได้รับความสนใจมากน้อยแค่ไหน
ถามว่าจากกรณีที่รัฐบาลได้ยกเลิกหนังสือเดินทางของอดีตพระเณรคำแล้ว ซึ่งหมายความว่าวีซ่าสำหรับอยู่ในอเมริกาก็ถูกยกเลิก และทำให้เขาอยู่แบบผิดกฎหมายแล้ว จะทำการจับกุมได้หรือไม่ นายตำรวจเชื้อสายลาวบอกว่าโดยปกติ เจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นระดับท้องถิ่นหรือระดับรัฐบาลกลางจะไม่จับกุมบุคคลที่อยู่อย่างผิดกฎหมาย หากผู้นั้นไม่ได้กระทำผิด
ถามว่าทราบที่อยู่ของอดีตพระเณรคำหรือไม่ นายตำรวจโดนัลด์ ดวงปัญญา ตอบว่าทราบ และจับตาดูอยู่
“เท่าที่ทราบมา เขามีที่อยู่สองแห่ง ในริเวอร์ไซด์แห่งหนึ่ง มีผู้หญิงลาวคนหนึ่งคอยดูแลเขา ซึ่งเมื่อสุดสัปดาห์ก่อน (21 กรกฎาคม) เขายังออกมาบิณฑบาตที่วัด (ลาว) ในริเวอร์ไซด์ อยู่เลย กับอีกที่คือบ้านของเขาที่เลค เอลซีนอร์ ซึ่งเป็นบ้านของเขา แต่ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเขาจะอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหน” นายตำรวจโดนัลด์ ดวงปัญญา กล่าว
นายตำรวจเชื้อสายลาวบอกด้วยว่า เขาสามารถพูดภาษาไทยได้ แม้จะไม่ดีนัก ดังนั้นจึงขอให้คนไทยในซานดิเอโก้ ติดต่อกับตนได้โดยตรงที่หมายเลขโทรศัพท์ 619-513-1590
ขณะเดียวกัน กงสุลพีรินทร์ สุจริตกุล ได้ให้ข้อมูลกับสยามทาวน์ยูเอส เพิ่มเติมว่า คดีของอดีตพระวิรพล สุขพล ถือเป็นคดีร้ายแรงที่ทางตำรวจเขาเอาจริง
“เขาติดต่อมาเอง เพราะข่าวนี้ดังมาก ซีเอ็นเอ็น และสำนักข่าวอื่นๆ ก็นำเสนอกัน และความผิดเรื่องการทำร้ายทางเพศกับเด็กนี่ สหรัฐฯ เขาถือเป็นเรื่องใหญ่ บอกว่าเขาประสานไปทางโฮมแลนด์ (กระทรวงความมั่นคงภายใน) ก็บอกให้แจ้งมาเลย ประสานมาเลย เตรียมพร้อมจะจับ เพราะไม่เป็นที่พึงปรารถนาของประเทศเขา ตำรวจคนนี้ก็บอกกว่าถ้ามัวช้าอยู่ เดี๋ยวจะหนีไปที่อื่นเสีย”
กงสุลพีรินทร์ สุจริตกุล กล่าวด้วยว่า ทางกระทรวงการต่างประเทศ ได้แจ้งให้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกแห่งรับทราบแล้วว่าได้ทำการยกเลิกหนังสือเดินทางของนายวิรพล สุขผล รวมถึงแจ้งไปยังสนามบินทุกแห่ง เพราะในขณะนั้นไม่เป็นที่แน่นอนว่าอดีตพระสงฆ์ผู้อื้อฉาวหลบซ่อนตัวอยู่ที่ไหน รวมถึงแจ้งไปยังบรรดาทูตานุทูตของทุกประเทศ เพื่อป้องกันการหลบหนีออกไปยังประเทศที่สามด้วย"
ศรีสะเกษไร้เงา"สมีคำ"โผล่มาตามนัด
ที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรม บ้านยาง ตำบลยาง อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ตั้งแต่เช้าตลอดทั้งวันยังไร้เงาของอดีตพระวิรพลที่นัดหมายจะเดินทางกลับมาถึงวัดภายในวันที่ 31 ก.ค.นี้ ซึ่งทั้งผู้สื่อข่าวและญาติโยม ลูกศิษย์ ชาวบ้านยางบางส่วนได้เดินทางไปทำบุญถวายภัทรตราหารเช้ารอที่วัดตั้งแต่เช้า แต่ไม่มาตามนัด แม้กระทั่งโทรศัพท์มาแจ้งกับลูกศิษย์ที่เฝ้ารออยู่บนกุฎิก็ไม่มี ทำให้บรรยากาศลานบุญเงียบสนิท ขณะที่ประธานสงฆ์คนใหม่ พระครูธรรมธรคำไข โสภาจาโร ที่ปรึกษาพระเลขาเจ้าคณะจังหวัด(ธ) เดินหน้าเตรียมเสนอจัดตั้งเป็นวัด และเตรียมงาน 100 ปี สมเด็จพระสังฆราชฯ ย้ำปลดรูปอดีตเณรคำลง ขึ้นภาพสมเด็จพระสังฆราชฯ แทนทุกจุด
พระครูธรรมธรคำไข กล่าวว่า ไม่สนใจว่าอดีตพระวิรพล จะเดินทางมาหรือไม่มา ยังเดินหน้าดูแลพระสงฆ์ทุกรูปที่อยู่ยังที่พักสงฆ์สงฆ์แห่งนี้ตามคำสั่งของเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ขณะเดียวกันก็ไม่เคยที่จะกดดันให้พระสงฆ์ที่เคยเป็นพระลูกวัดของอดีตเณรคำได้รับความไม่สบายใจ ยินดีที่จะสนับสนุนให้ปฎิบัติตนเป็นพระอย่างแท้จริง ปฎิบัติภารกิจของสงฆ์ตามพระธรรมวินัย ท่องบ่นสวดมนต์ ออกบิณฑบาตทุกเช้า
"เรื่องร้ายๆ กำลังจะผ่านไป ก็เลยคิดที่จะเสนอจัดทำงานสมโภชน์ใหญ่ ฉลอง 100 ปี สมเด็จพระสังฆราช ที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรม นำญาติโยม บวชเนกขัมมะบารมี ชีพราหมน์ ปฎิบัติธรรม สวดมนต์ถวายพระพรแด่สมเด็จพระสังฆราช ฉลอง 100 ปี ปลดภาพอดีตพระเณรคำ ที่ติดอยู่ทั่ววัดออก และขึ้นรูปสมเด็จพระสังฆราชแทน เพราะเดิมทราบจากลูกศิษย์อดีตพระเณรคำ ว่า ที่พักสงฆ์แห่งนี้ จะถวายให้สมเด็จพระสังฆราชฯ อยู่แล้วด้วย ซึ่งจะทำช่วงไหนอย่างไรนั้น จะได้หารือกับญาติโยม ชาวบ้านยาง ตำบลยาง อีกครั้ง " พระครูคำไข กล่าว
ดีเอสไอประสานปปง.ตรวจสอบธุรกรรมการเงินศิษย์
แหล่งข่าวจากดีเอสไอ เปิดเผยความคืบหน้าการสอบสวนข้อเท็จจริงหลังมีผู้ให้เบาะแสระบุว่านายวิรพลอาจโอนเงินให้บุคคลใกล้ชิดไปซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบออมทรัพย์กับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำนวน 500 ล้านบาท ว่า ขณะนี้มีผู้ต้องสงสัยเพียงรายเดียวที่ดีเอสไออยู่ระหว่างการตรวจสอบเชิงลึกเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงและหาความเชื่อมโยงว่าเป็นบุคคลที่นำเงินจำนวนดังกล่าวจากอดีตเณรคำไปซื้อประกันหรือไม่ แต่เบื้องต้นจากการตรวจสอบบริษัทประกันหลายแห่งยังไม่พบกรมธรรม์ใดมีการซื้อในชื่อของอดีตเณรคำ ดังนั้น ดีเอสไอต้องใช้เวลาตรวจสอบรายละเอียดให้รอบคอบว่าบุคคลดังกล่าวซื้อประกันโดยนำเงินมาจากแหล่งใด โดยดีเอสไอจะประสานข้อมูลให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)ช่วยตรวจสอบธุรกรรมความเคลื่อนไหวของบุคคลต้องสงสัยรายนี้ด้วยเพื่อให้เกิดความชัดเจน
แหล่งข่าวเปิดเผยด้วยว่า จากการตรวจสอบทรัพย์สินของอดีตเณรคำเชื่อว่าทรัพย์สินส่วนใหญ่มีที่มาจากเงินบริจาค เนื่องจากที่ผ่านมามีความพยายามในการสร้างภาพความน่าเลื่อมใส จนทำให้คนหลงเชื่อนำเงินมาบริจาคด้วยความศรัทธา โดยข้อสงสัยเกี่ยวกับทรัพย์สินทุกประเด็นทั้งเงินฝากและทองคำ ดีเอสไออยู่ระหว่างการติดตามเพราะเชื่อว่ามีอยู่จริงแน่นอน รวมถึงขณะนี้ได้พยายามติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมไปยังคณะสงฆ์ 6 รูป ที่ร่วมเดินทางไปกับอดีตเณรคำและเดินทางกลับมาก่อน แต่พบว่าทั้งหมดยังไม่เดินทางกลับเข้าวัดต้นสังกัด โดยดีเอสไอกำลังเฝ้าสังเกตการณ์เพื่อขอให้มาให้ปากคำเพราะถือเป็นบุคคลใกล้ชิดอาจได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการดำเนินคดี



