พระเครื่อง

สามีชอบเที่ยวกลางคืน

สามีชอบเที่ยวกลางคืน

30 ก.ค. 2556

สามีชอบเที่ยวกลางคืน : ปุจฉา -วิสัชนากับพระไพศาล วิสาโล

            ปุจฉา : กราบนมัสการพระอาจารย์ค่ะ ดิฉันมีปัญหาอยากให้พระอาจารย์ช่วย ทุกวันนี้ทุกข์มากปล่อยวางไม่ลงค่ะ คือดิฉันมีครอบครัวมีลูก แต่สามีชอบออกไปเที่ยวกลางคืนกับเพื่อน ดื่มเหล้าแล้วก็มีผู้หญิงนั่งดื่มด้วยอยู่หลายครั้งหลายหน จนดิฉันชักทนไม่ได้ แล้วเกลียดเพื่อนของสามีคนนี้มาก ชอบโทรมาชวนกันออกไป ทุกวันนี้ยอมรับว่าทนอยู่เพราะลูก คิดถึงเรื่องนี้แล้วทุกข์ใจร้องไห้เสมอ หาทางออกกับตัวเองไม่ได้ ขอพระอาจารย์โปรดชี้ทางสว่างด้วยค่ะ

            วิสัชนา : คุณควรคุยกับสามีเรื่องนี้ บอกเขาว่าคุณไม่สบายใจที่เห็นเขามีพฤติกรรมดังกล่าว และชี้ให้เขาเห็นว่ามันจะก่อปัญหาแก่ครอบครัว โดยเฉพาะแก่ลูกของคุณอย่างไรบ้าง เขาคงไม่อยากให้ลูกมีพฤติกรรมอย่างเขา ดังนั้นจึงควรทำตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดีของลูก พยายามพูดกับเขาโดยไม่ใช้อารมณ์หรือตำหนิเขา ขณะเดียวกันก็ควรฟังเขาด้วยว่า เขามีเหตุผลอย่างไรในการทำเช่นนั้น การขอให้เขาเลิกพฤติกรรมดังกล่าวอย่างสิ้นเชิงคงจะไม่ได้ผล แต่เขาน่าจะฟังคุณ หากขอร้องให้เขาลดหรือเพลาลง ต่อไปอาจเลิกพฤติกรรมดังกล่าวก็ได้


คอร์รัปชั่นสิ่งศักดิ์สิทธิ์

            เอก อุ ปุจฉา : กราบนมัสการครับพระอาจารย์ วันนี้ผมมีข้อขัดข้องใจ (อีกแล้ว) คือผมสงสัยมานานแล้วครับว่า การพยายามคอร์รัปชั่นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นบาปมั้ยครับ เช่นว่า "ลูกขอ....ถ้าได้จะถวายโน่นนี่นั่น" แล้วผู้ที่นำพาไปสู่วิธีการเหล่านี้บาปมั้ยครับ นิมนต์ท่านอาจารย์ทำให้แจ้งด้วยครับขอบคุณครับ

            วิสัชนา : การตั้งจิตอธิษฐานเช่นนั้นไม่เป็นบาป และไม่ถือว่าเป็นการคอร์รัปชั่นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ทำให้จิตเจือด้วยกิเลสหรือตัณหา ทำให้มีความยึดติดถือมั่นมากขึ้น แทนที่จะสละออกไปหรือปล่อยวางให้มากขึ้น รวมทั้งไม่รู้จักพึ่งตนเอง ท่าทีเช่นนี้ย่อมไม่เอื้อให้ชีวิตจิตใจเจริญงอกงาม ไม่ใช่ท่าทีที่ถูกต้องตามหลักพุทธศาสนา อันที่จริงอรรถกถาจารย์ (ผู้แต่งคัมภีร์อรรถกถา อธิบายพระไตรปิฎก) ถึงกับพูดว่า คนที่ปรารถนาภพ คิดมุ่งจะเอา จะเป็น ไม่ว่าทำอะไร แม้แต่จะทำอภิญญา ๕ หรือสมาบัติ ๘ ให้เกิดขึ้นก็เป็นมิจฉาปฏิปทาทั้งนั้น ส่วนคนที่แนะนำวิธีการดังกล่าว หากทำด้วยเจตนาดีก็ไม่เป็นบาป แม้จะนำไปผิดทางก็ตาม แต่ความหลงหรือความไม่รู้ของตนนั้นก็สามารถก่อโทษแก่ตนในภายหลังได้


ความเป็นมาของอสุรินทราหู


            ฉัตรขวัญ ขวัญ ปุจฉา : กราบนมัสการพระคุณเจ้าค่ะ ดิฉันเคยได้อ่านประวัติของท่านอสุรินทราหู ว่าชาติหนึ่งท่านเคยเกิดเป็นพระราชา พระนามว่าพระราชาสิริคุต ท่านได้ให้ทานอันเป็นมหากุศลคือการให้ทานพระธิดาและพระโอรสเพื่อเป็นอาหารแก่ยักษ์ ผลจากทานนี้ทำให้ท่านจะได้เป็นพระพุทธเจ้าในกาลข้างหน้า แต่ใจก็ยังสงสัยอยู่น่ะค่ะว่าแล้วการที่ทานนี้ทำให้พระโอรสและพระธิดาทั้ง ๒ ต้องถูกฆ่ากินอย่างโหดเหี้ยม อย่างนี้จะเป็นบาปด้วยหรือเปล่าคะ (การถามนี้เพื่อต้องการความรู้มาขจัดความโง่ของตัวเองนะคะ ไม่ได้ถามเพื่อคิดดูหมิ่นพระรัตนตรัย ขอพระคุณเจ้าอย่าได้ถือโทษนะคะ)

            วิสัชนา : เรื่องประวัติความเป็นมาของอสรินทราหูที่คุณยกมานั้น เท่าที่ทราบไม่ปรากฏในพระไตรปิฎก แต่มีอยู่ในคัมภีร์อนาคตวงศ์ ซึ่งเป็นคัมภีร์ชั้นหลังๆ คือเมื่อ ๘๐๐ ปีมานี้เอง ดังนั้นจึงไม่อาจถือเป็นตัวแทนคำสอนของพระพุทธองค์ได้ ในความเห็นของอาตมา การให้ลูกเป็นอาหารของยักษ์นั้น ไม่ใช่สิ่งที่พึงกระทำ เท่ากับมีส่วนในการฆ่าลูก พระพุทธองค์ย่อมไม่ทรงสรรเสริญ กลับจะทรงตำหนิด้วยซ้ำ เพราะแม้แต่การเลี้ยงสัตว์เพื่อขายเป็นอาหาร พระพุทธองค์ยังตรัสว่าเป็นมิจฉาวณิชชา หรือการค้าขายที่ไม่ถูกธรรม อันอุบาสกไม่ควรกระทำ

"}])