
อินเดียถก'โทษประหารชีวิต'ควรยกเลิกหรือไม่
'โทษประหารชีวิต'สมควรยกเลิกหรือไม่สมควรยกเลิก : พระมหาสมพงษ์ คุณากโร พระธรรมทูตจำวัดในเมืองเจนไน ประเทศอินเดียรายงาน
ถึงแม้ประเทศอินเดียจะมีข่าวเกี่ยวกับอาชฌากรรมให้เห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์อยู่บ่อยครั้งรวมไปถึงข่าวการรุมโทรม ฆ่าข่มขืน ข่าวเหล่านี้มีปรากฏตามหน้าหนังสือพิมพ์แทบทุกวัน สร้างความกังวลใจให้กับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะข่าวการฆ่าข่มขืนสร้างภาพลบให้กับประเทศอินเดียมาตลอด แต่อย่างไงก็ตามหลายหน่วยงานก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในการสร้างความเชื่อมั่นให้คืนกลับมาและพยายามหาบุคคลผู้กระทำความผิดแหล่านั้นมาลงโทษให้ได้ แต่โทษอย่างใหนที่เหมาะสมกับความผิดที่ผู้ก่ออาชฌากรรมเหล่านั้นสมควรได้รับ โทษประหารชีวิต หรือ จองจำตลอดชีวิต
ประเด็นที่น่าจับตามองคือ "โทษประหารชีวิต Capital Punishment สมควรที่จะเลิกใช้ หรือควรใช้ต่อไปสำหรับผู้กระทำความผิดที่สมควรแก่การประหารชีวิต หรือควรใช้เฉพาะโทษจำคุกตลอดชีวิต" หนังสือพิมพ์เดอะฮินดู The Hindu ได้รายงานเกี่ยวกับความคิดเห็นนี้โดยสำรวจความคิดเห็นจากประชาชนซึ่งมีผู้ตอบรับ ๒๐,๐๐๐ คน จาก ๑๘ รัฐของอินเดีย ผลสำรวจพบว่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ให้ความคิดเห็นว่า ควรยกเลิกโทษประหารชีวิตเพราะโทษจำคุกตลอดชีวิตน่าจะเพียงพอ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ไม่เห็นด้วยในการยกเลิกโทษประหารชีวิต ส่วนอีก ๓๐ เปอร์เช็นต์ไม่ออกความคิดเห็น
เพื่อหาทางออกเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว วันนี้ทางสถาบันคริสเตียนเพื่อการศึกษาด้านศาสนาและสังคม Christian Institute for Study of Religion and Society ได้ร่วมมือกับ Church of South India จัดเสวนาขึ้นในประเด็น “โทษประหารชีวิต Capital Punishment” โดยจัดเสวนาสองวัน คือ วันที่ ๒๖ และ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๖
ประเด็นที่ร่วมกันถกในวันนี้ (๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๖)มีหลายประเด็นด้วยกัน เช่น แนวโน้มทั่วโลกเกี่ยวกับโทษประหารชีวิต โทษประหารชีวิตกับสิทธิมนุษยชน เป็นต้น อย่างไรก็ตามไฮไลของงานในวันนี้อยู่ที่การเชิญตัวแทนจาก ๖ ศาสนาร่วมแสดงความคิดเห็น ประกอบไปด้วย ตัวแทนจากศาสนาพุทธ จากศาสนาฮินดู ศาสนาคริสต์ ศาสนาเชน ศาสนาซิกต์ และอิสลาม ซึ่งถกกันในประเด็น “สิทธิการดำรงชีวิต ในมุมมองศาสนาและจริยธรรม (Right to Life: Religion and Morality)” ผู้เขียนได้รับนิมนต์ให้ร่วมถกในประเด็นเดียวกันกับนักวิชาการต่างศาสนาซึ่งกินเวลานานพอสมควร
อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่ผู้เขียนได้รับนิมนต์จากหน่วยงานทางศาสนาโดยตรงให้เข้าร่วมนำเสนองาน และเป็นงานสัมมนาที่จัดขึ้นภายในศาสนสถาน ดังนั้นเมื่อเดินไปถึงสิ่งที่ต้องศึกษาก่อนคือ สถานที่แห่งนี้เขามีกฏระเบียบอย่างไรเพื่อจะได้วางตัวได้ถูกและเป็นการให้เกียรติศาสนสถานช่นกัน แน่นอนเมื่ออยู่ในศาสนาสถานของศาสนาอื่นสิ่งที่ต้องระวังมากที่สุดคือ กิริยามารยาท และคำพูดที่กลั่นกรองแล้วก่อนพูด



