
DSIเชื่อได้ตัว'เณรคำ'แน่นอน
'ดีเอสไอ'เชื่อได้ตัว'เณรคำ'กลับมาดำเนินคดีแน่นอน หลังกรมการกงสุลยกเลิกหนังสือเดินทาง
23 ก.ค.56 พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล ผู้บัญชาการสำนักกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เปิดเผยความคืบหน้าการติดตามตัว นายวิรพล สุขผล หรือ เณรคำ มาดำเนินคดีว่า ดีเอสไอ ได้ส่งหนังสือขอความร่วมมือพร้อมหมายจับนายวิรพล ใน 3 ข้อหา ประกอบด้วย ความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ กระทำชำเราและพรากผู้เยาว์เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และฉ้อโกง รวมทั้งกรมการกงสุลได้ยกเลิกหนังสือเดินทางต่อสถานทูตสหรัฐอเมริกา และหน่วยงานด้านความร่วมมือทางอาชญากรรมระหว่างประเทศ ซึ่งมีสมาชิกรวม 20 ประเทศ ไปแล้วเมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อให้ช่วยผลักดันตัว นายวิรพล ออกนอกประเทศ และประสานให้ ดีเอสไอ รับตัวมาดำเนินคดี
"ได้รับความร่วมมือจากประเทศที่เณรคำ หลบหนีเป็นอย่างดี จึงเชื่อว่าจะได้ตัวกลับมาแน่นอน" พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าว
ด้าน พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน รองอธิบดี ดีเอสไอ กล่าวถึงการนำตัว เณรคำ มาดำเนินคดี ว่า ข้อมูลล่าสุดทราบว่า เณรคำยังคงอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ทราบว่ามีบ้านหลายหลัง ตอนนี้กำล้งตรวจสอบอยู่ คาดว่าอาจได้ตัวมาดำเนินคดีในเร็วๆ นี้ หลังทางการไทยยกเลิกหนังสือเดินทาง ประเทศที่เณรคำพักอาศัยอยู่ก็คงจะผลักดันออกนอกประเทศ เมื่อนั้น ดีเอสไอจะประสานขอรับตัวมาดำเนินคดี
ส่วนที่ลูกศิษย์เณรคำบอกว่า จะตั้งทีมทนายสู้คดีนั้น รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ก็อยากให้เณรคำรีบกลับมาสู้คดีตามกฎหมาย เพราะดีเอสไอไม่ได้ยัดเยียดข้อหา แต่มีพยานหลักฐาน ซึ่งพร้อมให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย โดยหากกลับมา ดีเอสไอก็จะเดินทางไปรับตัวที่สนามบินมาสอบสวนทันที
พศ.เตรียมสอบสาขาสำนักสงฆ์ป่าขันติธรรมที่ส่อโยงกระทำผิดร่วม"สมีคำ"
นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด(พศจ.)ได้ทยอยส่งข้อมูลสาขาของสำนักสงฆ์ป่าขันติธรรมที่จัดตั้งขึ้นโดยไม่ถูกต้องมายังพศ.ซึ่งตนต้องขอรวบรวมข้อมูลดังกล่าวอีกสักระยะก่อน หากพบว่า ที่ใดมีความน่าสงสัย หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับนายวิรพล ในด้านต่างๆ ก็จะมอบหมายให้พศจ.แต่ละพื้นที่ และกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ ไปตรวจสอบเชิงลึกเกี่ยวกับ สาขาของสำนักสงฆ์ป่าขันติธรรมของนายวิรพล ทั้งสถานที่ตั้ง ใครอนุญาต แล้วมาตั้งโดยถูกต้องหรือไม่ มีการเกี่ยวโยงกับนายวิรพลอย่างไร หากมีการเชื่อมโยงที่ส่อว่า ได้ร่วมกระทำผิดกฎหมาย ก็คงต้องให้ดีเอสไอเข้าไปดำเนินการ ส่วนกรณี เรื่องของการคืนรถยนต์หรือทรัพย์สินที่ นายวิรพล ได้มอบให้ระหว่างเป็นหลวงปู่เณรคำนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่า มีพระรูปใด ส่งคืนรถยนต์หรือทรัพย์สินที่นายวิรพลมอบให้ เนื่องจากต้องรอกระบวนการสอบสวนของทางดีเอสไอก่อน



