พระเครื่อง

ปล่อย(กิเลส)เข้าพรรษาอย่างฆราวาส

ปล่อย(กิเลส)เข้าพรรษาอย่างฆราวาส

22 ก.ค. 2556

ปล่อย(กิเลส)มันสิ แล้วเปลี่ยนจุดอ่อนเป็นจุดดีซะเข้าพรรษาอย่างฆราวาส : วิปัสสนาบนหน้าข่าว โดยมนสิกุล โอวาทเภสัชช์

            "เราต้องมองให้ออกนะ พุทธศาสนาไม่ได้ฝากไว้ที่ตัวบุคคล แต่อยู่ที่พระธรรม"

            แม่ชีอารีย์ เกียรติทับทิว สำนักปฏิบัติธรรมแม่ชีเขาภูหลวง จ.นครราชสีมา เตือนสติว่า อย่าหวังพึ่งสิ่งใดภายนอกตัว เพราะพระธรรมที่พระพุทธองค์ทรงมอบเป็นแผนที่ชีวิตอยู่ที่การนำมาฝึกปฏิบัติขัดเกลาตนเอง ทุกคนมีสิทธิที่จะมีดวงตาเห็นธรรม ไม่เฉพาะชาวพุทธเท่านั้น และการฝึกปฏิบัติก็ไม่ใช่เพื่อไปฝากชีวิตไว้กับผู้อื่น  

            ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๖ เป็นวันเข้าพรรษาแล้ว ๓ เดือนแห่งการงดเว้นการเดินทางของพระในฤดูฝน เพื่อมิให้ไปรบกวนการเดินไปเหยียบย่ำไร่นาของเกษตรกร ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสดีที่คณะสงฆ์จะได้ทบทวนพระธรรมวินัย ฝึกปฏิบัติขัดเกลาตนเอง และเป็นกัลยาณมิตรต่อสังฆะให้แข็งแรงมีกำลังใจในการขัดเกลากิเลสต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ อีกทั้งฆราวาสก็ยังสามารถไปทำบุญใส่บาตร ฟังธรรม ปฏิบัติธรรมที่วัดตลอดสามเดือนเช่นกัน

            ฤดูกาลเข้าพรรษาเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ เป็นต้นไปจนถึงขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ตรงกับวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๖ หากเราไม่ได้ไปวัดและตั้งใจจะฝึกปฏิบัติลด ละ เลิก งดเว้นอะไรบ้างในช่วงเข้าพรรษาก็น่าที่จะทำได้ โดยอาศัยวันนี้ คือวันอาสาฬหบูชา เป็นหมุดหมายในการตั้งจิตอธิษฐานกับตนเองในการละสิ่งที่ไม่ดี แล้วทำความดีให้ได้ตลอดสามเดือน

            สำหรับวันอาสาฬหบูชา เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งของพุทธศาสนาที่ขอให้เราอย่าเพียงจำหรือท่องไว้ แต่พยายามถอดรหัสความสำคัญออกมาให้ได้ว่า วันเกิดขึ้นของพระรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ นี้เกี่ยวข้องมาถึงเราอย่างไร หลังจากที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรมเทศนาครั้งแรกเรื่อง "ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร" แก่ปัญจวัคคีย์ จนกระทั่งพราหมณ์โกณฑัญญะดวงตาเห็นธรรม สภาวจิตเข้าสู่กระแส โสดาบัน แล้วขอบวชกับพระพุทธเจ้าเป็นองค์แรกนั้น มีความสำคัญอย่างไรต่อการพ้นทุกข์ในวัฏสงสารนี้ของเรา 

            เราก็มาศึกษาต่อว่า อ้อ การที่จะบรรลุโสดาบันได้นั้นจะต้อง ละสังโยชน์ ๓ ประการ คือ ละสักกายทิฏฐิ ความเห็นเป็นเหตุถือตัวตน เช่นเห็นว่ากายนี้ใจนี้เป็นตัวตนของเรา  ละวิจิกิจฉา คือ ความลังเลสงสัย เช่น สงสัยในพระรัตนตรัยหรือในอริยสัจสี่ว่ามีจริงหรือไม่ และ สีลัพพตปรามาส คือ ความยึดมั่นถือมั่นในข้อวัตรปฏิบัติมากเกินไปว่าบุคคลจะหลุดพ้นได้ด้วยศีลและวัตรที่เคร่งครัดบริสุทธิ์เท่านั้น

            เมื่อปล่อยวางจากความยึดมั่นถือมั่นละสามอย่างนี้ได้ จิตโปร่งโล่งเบาขึ้น ก็ทำความเพียรขัดเกลากิเลสต่อไปจนกว่าจะหมดในที่สุด โดยไม่ได้ปฏิบัติเพราะตัณหา หรือความอยากของอัตตาที่มันหลอกเราอยู่เสมอโดยไม่รู้ตัว เพราะการปฏิบัติธรรมไม่ได้ปฏิบัติเพื่ออวดใคร แต่เพื่อลดกิเลสตัณหาในตัวเราเอง ซึ่งความเป็นพระโสดาบันนี้ก็เช่นเดียวกับความเป็นพระอริยบุคคลประเภทอื่นๆ ที่มิได้จำกัดอยู่เฉพาะเพศบรรพชิตหรือนักบวชเท่านั้น แม้คฤหัสถ์ ชายหรือหญิงผู้ครองเรือน ก็สามารถเข้าสู่กระแสพระโสดาบันได้เช่นกัน หากปฏิบัติอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญาอย่างถูกตรงและต่อเนื่อง

            เพื่อเป็นกำลังใจในการปฏิบัติขัดเกลาตนในพรรษานี้ แม่ชีอารีย์มีคำแนะนำมากมายที่จะให้กำลังใจแก่เราทุกคน เช่นว่า

            "เราสามารถตั้งจิตอธิษฐานกับตนเองก็ได้ บางคนใช้จ่ายเงินเกินตัวจะลดอย่างไร ก็ย้อนกลับไปที่การมีสติให้มากขึ้นในการใช้ชีวิต ไม่ใช่ปล่อยไปตามเรื่องตามราว สนุกไปเรื่อยก็ไม่ใช่ สามเดือนนี้กลับมาหาตัวเอง เมื่อเรามีสติ ก็จะรู้ว่าจะใช้จ่ายอย่างไร "

            การที่บางวัดให้ญาติโยมไปสัญญากับพระถึงสิ่งที่ตนเองจะละเว้นแล้วเอาสิ่งที่สัญญาไปใส่ในบาตรพระล่ะ ถูกต้องไหม

            แม่ชีอารีย์ให้ความเห็นว่า เราไม่ต้องเอาสัญญาไปใส่บาตรพระ ต้องใส่บาตรที่ใจเราเอง แล้วตั้งใจ มาฝึกวิรัติตัวเรา เจตนาละเว้นสิ่งใด ตั้งใจทำให้ดี

            "ละเว้นอะไรที่เรารู้สึกว่าเป็นปัญหาของตัวเรา เช่นว่า พูดเพ้อเจ้อมากเกินไปก็ลดลง มันเป็นเรื่องของศีลทั้งนั้น กลับเข้ามาฝึกในตัวเรา ลองดูสิ วันพระให้ตัวเองอยู่เงียบๆ กับตัวเองสักวันหนึ่ง ไม่ต้องเข้าไลน์ ได้ไหม  ไม่ต้องเข้าอินเทอร์เน็ต ไม่ต้องโทรศัพท์ ลดสภาวะที่เป็นมลพิษกับกาย วาจา และใจได้บ้างไหม เราก็ถามใจตัวเราแล้วปฏิบัติดู"

            ทำอย่างไรจึงจะทำได้จริง และต่อเนื่องตลอดสามเดือน

            "ต้องตั้งใจก่อนว่าจะทำอะไร ทำอย่างไร เจตนาจะวิรัติ งดเว้นอะไรก็ทำ แล้วกลับมาดูที่ข้อเสียของตัวเองว่ามีอะไรบ้าง ต้องดูจุดอ่อนของเรา แล้วเปลี่ยนให้เป็นจุดดี ทำให้จิตเข้มแข็งขึ้น"

            บันทึกการปฏิบัติในแต่ละวันจะช่วยได้ไหม ?

            "เขียนไว้ด้วยยิ่งดี ในแต่ละวันทำได้ก็โอเค ทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไรให้รู้ตัวว่าทำไม่ได้  หลุดไปก็เริ่มต้นใหม่ได้ แต่ขอให้เราตั้งใจว่าเข้าพรรษานี้จะทำอะไร  เช่นว่า อย่างน้อยจะนั่งสมาธิวันละ ๑๐ นาทีนะ ก็ทำให้ได้ หรือจะอ่านหนังสือธรรมะวันละนิด ไม่จำเป็นต้องไปทำที่วัดก็ได้ ทำที่ใจเรานี้ ทำให้แก่ตัวเรานี้เอง ทำให้กับคนที่คุณรัก เริ่มต้นจากง่ายๆ แล้วจิตเมื่อมีกำลังมากขึ้น ก็จะรู้ว่าจะต้องทำอะไรมากขึ้น เพราะจิตเริ่มแข็งแรงแล้ว"

            ควรเริ่มจากข้อที่ยาก หรือข้อที่ง่ายก่อน

            "มันอยู่ที่ว่า คุณจะทำอะไร อยากจะงดเว้นอะไรมากกว่า อะไรที่เป็นทุกข์อยู่ ก็ต้องตั้งใจ แค่ตั้งใจก็เริ่มได้เยอะแล้ว นี่คือเข้าพรรษาของเรา อะไรที่ไม่ดี ก็เปลี่ยนแปลงตัวเอง เราจะทุกข์น้อยลง ทำให้เข้าพรรษาเป็นเวลาที่ทำให้เราทุกข์น้อยลง ก็ลงมาที่ ศีล สมาธิ ปัญญา ทั้งนั้นเลย ถ้าอยากลดน้ำหนัก ก็ลดอาหาร ก็จะดีกับสุขภาพ ทุกเรื่องเริ่มต้นที่เรื่องใดเรื่องหนึ่งจะพาไปสู่เรื่องอื่น ไม่ต้องกังวล ข้อดีของการฝึกสามเดือนก็คือ พอเลยสามเดือนไปแล้วอาจทำให้ความอยากบางอย่างของเราหายไป และทำให้ความอยากตัวอื่นลดน้อยถอยลงไปด้วย อย่างน้อยที่สุดเราได้เริ่มต้นแล้ว อาจสอบตกบ้างก็ไม่เป็นไร ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่วัด"

            สำหรับหลายคนที่ตระหนกตกใจกับข่าวพระที่ไม่ดีออกมามากมายในช่วงที่ผ่านมา แม่ชีอารีย์แนะว่า เรื่องของพระที่เกิดขึ้นก็เป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล ไม่ใช่เรื่องขององค์รวม ไม่ใช่เรื่องของแก่นธรรม

            "แก่นธรรมยังคงอยู่ เราปฏิบัติที่ตัวเราให้เป็นพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ได้ คือ เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน แล้วก็สนับสนุนการปฏิบัติธรรมของพระด้วย เพราะพระที่ดียังมีอยู่ เราต้องทำความเข้าใจว่าพระที่บวช ท่านก็กำลังเดินทาง กำลังฝึกลดละเลิกอยู่ ข่าวไม่ดีของพระ เป็นข้อดีของเรา ทำให้มีสติ ทำให้คนตื่นขึ้น เร่งความเพียร อย่าประมาท ให้ตระหนักว่ากิเลส เวลามันตบหน้าเรา มันไม่ได้เลือกว่าเราเป็นผู้ชาย ผู้หญิง ดำ หรือขาว รวยหรือจน เราประมาทกับกิเลสไม่ได้เลย เพราะกิเลสไม่มีตัวตน ตัวเราก็ไม่มีตัวตน มันเกิดได้ก็ดับได้ แต่เราต้องฝึกสติให้รู้ทันมัน เวลากิเลสมันเกิดจะได้ไม่ทำตามมัน เวลามันดับ เราก็เห็นมัน ทุกข์ก็ไม่เกิด"

"}])