
ดีเอสไอลุ้นตัวโก่งสหรัฐฯถอนวีซ่า'สมีคำ'
ดีเอสไอลุ้นตัวโก่งสหรัฐฯถอนวีซ่า'สมีคำ' สัปดาห์หน้านัดประชุมร่วมปปง.-ป.ป.ส. รื้อปมที่มาทรัพย์สิน พบสร้างพระแก้วที่ศรีสะเกษอีกเพียบ คาดโทรสั่งขนของจากที่พักสงฆ์
เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2556 นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสอบสวนคดีนายวิรพล สุขผลหรืออดีตพระวิรพล ฉัตติโก (หลวงปู่เณรคำ) ว่า ขณะนี้เป็นช่วงเวลาในการรอคอยผลการประสานงานกับหน่วยงานในประเทศสหรัฐฯและกลุ่มประเทศยุโรป ซึ่งคาดว่านายวิรพลใช้เป็นแหล่งกบดาน เพื่อให้พิจารณาเพิกถอนวีซ่าหลังกระทรวงการต่างประทศของไทยถอนหนังสือเดินทาง(พาสปอร์ต)ไปแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้แม้มีหมายจับและเพิกถอนพาสปอร์ตแล้วในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้เดินหน้าสอบสวนความผิดทั้ง 8 ข้อหา ที่ตั้งไว้ก่อนหน้านี้ก็ยังคงเดินหน้าลงพื้นที่สอบสวนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับทรัพย์สินที่มีอยู่จำนวนมาก โดยในสัปดาห์หน้าหน่วยงานที่ร่วมตรวจสอบเส้นทางทรัพย์สินนายวิรพล ประกอบด้วยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) จะนัดประชุมร่วมกับดีเอสไอเพื่อนำเสนอข้อมูลการติดตามที่มาทรัพย์สินที่รวบรวมได้จากการลงพื้นที่ทั้งหมด เพื่อหาที่มาของทรัพย์สินจำนวนที่อยู่ในการครอบครองของนายวิรพล
ด้านพ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว ผบ.สำนักคดีความมั่นคง เปิดเผยว่า จากข้อมูลการติดตามตัวทราบว่านายวิรพลน่าจะยังกบดานอยู่ที่ประเทศสหรัฐฯ ยังไม่เคลื่อนไหวไปที่อื่น ในส่วนของประเทศไทยดีเอสไอในฐานะที่รับผิดชอบดำเนินคดีอาญาก็จะเดินหน้าการสอบสวนต่อเนื่อง โดยในสัปดาห์หน้าจะลงพื้นที่จ.อุบลราชธานีเพื่อติดตามเส้นทางทรัพย์สินนายวิรพล
"ส่วนการสอบเส้นทางทรัพย์สินของหญิงที่ปรากฏว่ามีสัมพันธ์กับนายวิรพลทั้ง 8 รายนั้น ขณะนี้พบมีบ้านหรู 1 หลังราคา 4-5 ล้านบาท ซึ่งยังสร้างไม่เสร็จอยู่ในพื้นที่ อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการตรวจสอบทรัพย์สินหญิงเหล่านี้ค่อนข้างลำบากเพราะส่วนใหญ่นายวิรพลให้ทรัพย์สินเป็นเงินสดทำให้ยากต่อการตรวจสอบ"
พบสร้างพระแก้วที่ศรีสะเกษอีกเพียบ
นายขจร มุกมีค่า ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 11 อุบลราชธานี เปิดเผยว่า จากการที่ได้รับข้อมูลว่านายวิระพลได้สร้างสำนักสงฆ์ป่าขันติธรรมหลายแห่ง ตนพร้อมคณะที่ได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบเรื่องการก่อสร้างพระแก้วมรกตจำลอง ได้เดินทางไปที่ วัดป่าขันติบารมี สาขา 2 บ้านตาเส็ด ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ เพื่อตรวจสอบข้อมูลตามที่ได้มีข่าวการก่อสร้างพระแก้วมรกตจำลองของหลวงปู่เณรคำ ภายในสำนักสงฆ์ปรากฏว่าไม่พบพระหรือประชาชน มีแต่สิ่งก่อสร้าง ประกอบด้วย ศาลา 1 หลัง และอาคารขนาดเล็กๆ อีก 7-8 หลัง และภายในเพิงเล็กๆ พบป้ายประชาสัมพันธ์ติดอยู่ระบุข้อความ “ขอเชิญร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์องค์พระแก้วมรกตจำลอง หน้าตัก 5 เมตร สูง 9 เมตร
นายขจร กล่าวอีกว่า เมื่อตรวจสอบการก่อสร้างพระแก้วมรกตจำลองที่สำนักสงฆ์ดังกล่าว ได้พบว่ามีทั้งสิ้น 4 ขนาด มีสภาพถูกทิ้งร้าง ทรุดโทรม ไร้เศียร ไม่มีคนดูแล ประกอบด้วย ขนาดที่ 1 องค์ใหญ่สุด หน้าตักกว้าง ประมาณ 5 เมตร และสูง ประมาณ 9 เมตร สร้างด้วยคอนกรีตฉาบปูน มีการประดับตกแต่งผิวขององค์พระด้วยแผ่นหินขนาดเล็กนำมาต่อเรียงกัน แต่ยังทำไม่เสร็จ และหยุดการก่อสร้างไป แผ่นหินที่นำมาประดับ เหมือนกับแผ่นหินที่ใช้ก่อสร้างพระแก้วมรกตจำลององค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่สำนักสงฆ์ป่าขันติธรรม บ้านยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ แต่มีขนาดเล็กกว่าเล็กน้อย และสีอ่อนกว่า และยังพบว่าด้านหลังของฐานพระ เจาะเป็นช่อง สามารถเดินเข้าไปได้ ภายในเป็นห้องโล่ง ทำให้เห็นเสาโครงสร้าง 3 ต้น และช่องที่เปิดไว้สำหรับเข้าไปในองค์พระได้
ขนาดที่ 2 ในบริเวณใกล้เคียงการก่อสร้างองค์พระ พบชิ้นส่วนที่เป็นพระพักตร์บางส่วน ประดับด้วยแผ่นหินเช่นเดียวกับองค์พระวางอยู่ บริเวณที่ก่อสร้างจะถมเป็นเนินสูงเล็กน้อย นอกจากนี้ในบริเวณที่พบชิ้นส่วนหน้าพระองค์ใหญ่ พบมีพระองค์พระแก้วมรกตจำลองแต่ส่วนองค์ ไม่มีพระเศียร ขนาดหน้าตักประมาณ 49 นิ้ว ทำด้วยปูนซิเมนต์ พร้อมฐานปูนซิเมนต์ ตั้งอยู่ใกล้ๆ กัน ยังไม่มีการประดับตกแต่ง ส่วนขนาดที่ 3 เป็นพระแก้วมรกตจำลอง ทรงเครื่องฤดูร้อน ขนาดหน้าตักกว้างประมาณ 21-22 นิ้ว มีลักษณะเหมือนกับพระแก้วมรกตจำลองที่สำนักสงฆ์ป่าขันติธรรม อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ (องค์ที่ประดิษฐานบนบุษบก) ยังไม่สามารถระบุได้ว่าใช้วัสดุใดก่อสร้าง และสร้างจากที่ใด และขนาดที่ 4 เป็นพระแก้วมรกตจำลองด้วยปูนซิเมนต์ ขนาดหน้าตักกว้างประมาณ 5 นิ้ว ไม่มีพระเศียร ตั้งอยู่บนพระแก้วมรกตจำลอง ขนาดที่ 2 ซึ่งทางสำนักศิลปากรที่ 11 อุบลราชธานี ได้เก็บข้อมูลทั้งหมดเพื่อเข้าตรวจสอบว่าการก่อสร้างพระแก้วมรกตจำลองได้รับการขออนุญาตหรือไม่และรายงานไปยังกรมศิลปากรต่อไป
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบไปยังเว็บไซต์หลวงปู่เณรคำฉัตติโก www.luangpunenkham.com พบข้อมูลว่า เมื่อเวลา 09.19 น. วันที่ 26 ธ.ค. 2552 ที่วัดป่าขันติบารมี สาขา 2 บ้านตาเส็ด ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรมและประธานมูลนิธิส่งเสริมคุณธรรมและคุณภาพชีวิต ได้เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในพิธีวางศิลาฤกษ์การก่อสร้างองค์พระแก้วมรกตจำลอง หน้าตักกว้าง 5 เมตร สูง 9 เมตร ซึ่ง พระยิน สันตจิตโต ประธานสงฆ์วัดป่าขันติบารมี สาขา 2 ร่วมกับชาวบ้านตาเส็ดและชาวบ้านทุกคนในเขต ต.บักดอง อ.ขุนหาญ ซึ่งส่วนมากแล้วเป็นชาวไทยเชื้อสายเขมรโบราณที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา ได้ร่วมกันก่อสร้างขึ้น มีบรรดาพุทธศาสนิกชนในเขต อ.ขุนหาญ มาร่วมปฏิบัติธรรมและร่วมในพิธีวางศิลาฤกษ์ครั้งนี้เป็นจำนวนมาก โดยมีผู้สนับสนุนเป็นบริษัทผลิตภัณฑ์สบู่ยี่ห้อหนึ่ง เป็นประธานฝ่ายฆารวาส
ทยอยขนทัรพย์สินที่พักสงฆ์สมีคำคาดโทรสั่งจากต่างแดน
เมื่อเวลา 07.00น.น. ที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรม บ้านยาง ตำบลยาง อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ พระครูวัชระสิทธิคุณ เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ(ธ) พร้อมด้วย พระครูธรรมธรคำไข โสภาจาโร ที่ปรึกษาพระเลขาเจ้าคณะจังหวัด ได้เดินทางเข้ามาตรวจสอบพระที่ยังคงอยู่ที่พักสงฆ์ ภายหลังจากที่ พระครูวิสุทธิญาณ เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ(ธ) ได้มีคำสั่งให้พระลูกวัดเณรคำ ทุกรูปเดินทางกลับไปยังต้นสังกัด และเมื่อคืนวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านได้รับรายงานว่ามีพระหลายรูปที่ภายหลังเดินทางไปรายงานตัวยังต้นสังกัดแล้ว ได้เดินทางกลับมาจำวัดยังที่พักสงฆ์ และบางส่วนยืนยันที่จะขอจำพรรษาที่ที่พักสงฆ์แห่งนี้ บางส่วนเดินทางมาเพื่อที่จะเก็บข้าวของไปอยู่จำพรรษาที่วัดอื่น
เบื้องต้นได้รับทราบจากพระไกรศักดิ์ ธรรมโชโต หัวหน้าพระที่พักสงฆ์ต่อจากอดีตพระเณรคำ แจ้งว่าภายหลังไปรายงานตัวยังต้นสังกัดที่วัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อแล้ว วันนี้ได้เดินทางกลับมาขนข้าวของใช้ส่วนตัว และรูปภาพของครูบาอาจารย์ รูปของอดีตพระเณรคำ เพื่อนำไปบูชา และเก็บไว้ยังที่วัดสาขาในจังหวัดชัยภูมิ เป็นสาขาที่ 8 และ สาขา 9 แต่ส่วนใหญ่ก็ยังคงเหลืออยู่ที่วัดนี้
พระครูธรรมธรคำไข โสภาจาโร ที่ปรึกษาพระเลขาเจ้าคณะจังหวัด เปิดเผยว่า ตนและ พระครูวัชระสิทธิคุณ เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ(ธ) ได้เดินทางมาดูแลในการย้ายข้าวของของพระที่เชื่อฟังคำของพระผู้ใหญ่ในการต้องการที่จัดระเบียบที่พักสงฆ์ให้เรียบร้อย ภายหลังจากที่ประธานสงฆ์อย่างอดีตพระเณรคำ ได้ประสบกับปัญหาในการอาบัติปาราชิก และต้องลี้ภัยยังต่างแดน ไม่ทราบว่าจะเดินทางกลับมาได้เมื่อใด พระจึงเกิดความระส่ำระสาย โดยเฉพาะในการที่เข้าจำพรรษานี้ไม่ทราบว่าจะอยู่อย่างไร จึงได้ติดต่อไปยังสาขาต่างๆ ของวัดป่าขันติธรรมที่อดีตพระวิรพลเคยเปิด และเคยไปพึ่งพามาก่อน และได้รับอนุญาตให้ไปอาศัยจำพรรษาอยู่ก่อน เช่น สาขาในจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งยินดีรับพระจากที่พักสงฆ์นี้ไป จึงได้ขอย้าย ตนและพระเลขาฯ จึงได้เดินทางมาคอยส่ง ดูแลเรื่องอื่นๆ ในวัดต่อ
ขณะนี้ได้มอบหมายให้พระแว่น ดูแลพระที่ยังคงเหลืออยู่ราว 6 รูปจากเดิม 25 รูป ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าจะได้จำพรรษาอยู่ที่พักสงฆ์นี้ได้หรือไม่ เพราะทราบข่าวมาว่า เจ้าหน้าที่ ปปง.กำลังจะเข้ามาตรวจสอบทรัพย์สินและยึดเอาไว้เพื่อตรวจสอบ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง ก็คงจะต้องประสานให้พระที่ยังอยู่ที่พักสงฆ์ดังกล่าว ได้ออกมาพักอาศัยจำพรรษายังวัดป่าศรีสำราญ ของพระครูเลขาฯ เจ้าคณะจังหวัดก่อน หรือวัดอื่นๆ ก่อนก็ได้
สำหรับบรรยากาศทั่วไป ตลอดวันนี้พบว่ามีรถยนต์ที่วิ่งเข้ามาขนข้าวของออกไปจากที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรม โดยเชื่อว่าจะเป็นการโทรศัพท์สั่งการมาของอดีตพระวิรพลที่อยู่ต่างแดน แต่ยังต้องการทรัพย์สินของใช้ส่วนตนให้พระลูกวัดนำออกไปเก็บรักษาไว้ชั่วคราวก่อน เพื่อรอวันเดินทางกลับ เพราะหาก ปปง. หรือ ดีเอสไอ เข้ามายึดทรัพย์ทั้งหมดไว้ตรวจสอบก็จะไม่เหลืออะไรอีก และก็ยังมีญาติโยมที่ยังศรัทธาได้นำรูปอดีตหลวงปู่เณรคำไปบูชาไว้ที่บ้านด้วยเช่นกัน



