พระเครื่อง

'เณรคำ'โดนอีก!ปปง.ยึดทรัพย์เพิ่มอีก60ล.

'เณรคำ'โดนอีก!ปปง.ยึดทรัพย์เพิ่มอีก60ล.

19 ก.ค. 2556

'ปปง.'ยึดทรัพย์'เณรคำ'เพิ่มอีก 60 ล้าน ด้าน'ธาริต'รับมอบสำนวน'สมีคำ' ขณะที่'พระลูกวัด'ถึงกับร่ำไห้หลังถูกสั่งให้กลับต้นสังกัด

                 19 ก.ค.56 พ.ต.ท.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการปปง. ได้แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรมครั้งที่ 12/2556 ซึ่งมีคดีสำคัญและได้รับความสนใจจากประชาชน จำนวน 3 คดี ว่า ทั้ง 3 คดีเป็นความผิดตาม พรบ.ปปง.2542 คณะกรรมการธุรการได้พิจารณาแล้วเห็นว่า เป็นกรณีที่มีพฤติกรรมเกี่ยวกับการกระทำความผิดมูลฐานเกิดขึ้นจริงและเชื่อว่าบุคคลที่ถูกตรวจสอบอาจได้ไปซึ่งทรัพย์สิน ที่เกี่ยวกับการกระทำผิด รวมทั้งเป็นกรณีที่มีเหตุผลอันควรเชื่อว่าอาจมีการโอน จำหน่าย ยักย้าย ปกปิด หรือซ่อนเร้นทรัพย์สินดังกล่าว ดังนั้นคณะกรรมการจึงมีมติให้ยึดทรัพย์

                1.กรณีอดีตพระวิรพล ฉัตติโก หรือหลวงปู่เณรคำกับพวก ให้ยึดและอายัดทรัพย์สินจำนวน 60 รายการ มูลค่าประมาณ 60 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรถยนต์ 23 คัน และที่ดินในจังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 10 แปลง รวมกว่า 30 ไร่ และบัญชีเงินฝากในธนาคารอีก 27 บัญชี นับแต่มีมติคณะกรรมการธุรการ 2.กรณีอดีตผู้บริหารธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ จำกัด กับพวก ให้อายัดทรัพย์สิน ซึ่งเป็นที่ดินในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 6 แปลง เนื้อที่ประมาณ 1,016 ไร่ มูลค่ากว่า 46 ล้านบาท  3.กรณีอดีตผู้บริการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น กับพวกให้อายัดทรัพย์สินเพิ่มเติม ซึ่งเป็นที่ดินในเขตพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาและกรุงเทพฯจำนวน 64 แปลง เนื้อที่ประมาณ 320 ไร่ มูลค่ากว่า 42 ล้านบาท จากเดิมที่เคยมีมติอายัดไว้แล้ว จำนวน 336 รายการ ซึ่งเป็นที่ดินจำนวน 319 แปลง รถยนต์ 8 คัน และเงินในบัญชี 9 บัญชี รวมมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท

                เมื่อถามว่าทรัพย์ที่อายัดเป็นของอดีตพระเณรคำกับพวกทั้งหมดและมีการโอนไปต่างประเทศหรือไม่  พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวว่า  ทรัพย์สินที่อายัด พิจารณาจากบุคคลใกล้ชิดจำนวน 3-4 คน และที่เป็นของอดีตพระเณรคำจริงๆ ส่วนการเคลื่อนไหวทางการเงินไปต่างประเทศนั้น เริ่มทยอยออกตั้งแต่เริ่มมีข่าว  โดยย้ายไปอยู่ที่ไหน เรากำลังติดตามอยู่ แต่ทรัพย์สินไม่ถึง 1,000 ล้านบาท

                ผู้สื่อข่าวถามว่า เห็นทรัพย์มีจำนวนมากทำไมจึงยึดได้เท่านี้ พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวว่า เรากำลังติดตามและเราต้องการความชัดเจน เพื่อความเป็นธรรม ที่จริงมีมากกว่านี้ กำลังหาหลักฐานเพิ่มเติม โดยได้ขอรายละเอียดไปยังธนาคารซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควรเพราะเรามีการตรวจสอบจริงกว่า 150 บัญชี  ต้องแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่กองปราบอายัดไว้แล้ว 100-200 ล้าน และส่วนที่ปปง.อายัด มีเงินเหลือในบัญชี ประมาณ 320,000 บาท จาก 27 บัญชี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบัญชีปิด เงินออกหมดแล้ว

                "ส่วนกรณีทองคำนั้น เรายังไม่ได้ข้อมูลเข้ามา แต่หากมีความชัดเจนเราก็จะดำเนินการต่อไป เพราะหากทรัพย์ที่ได้มาจากกระทำความผิด เราก็จะดำเนินดคีในการฟอกเงิน ทั้งนี้ยืนยันว่า เราพยายามทำงานไม่ให้ซ้ำซ้อนกับดีเอสไอ" พ.ต.อ.สีหนาท กล่าว

 



DSI สอบปากคำศิษย์สนิท"สมีคำ"

 

                นายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ หัวหน้าศูนย์ข้อมูลและวิเคราะห์คดีความมั่นคง ดีเอสไอเชิญตัว ร.ต.ต.เกษียร จันจำปา รอง สว.สถานีตำรวจทางหลวงที่ 5 กองกำกับการตำรวจทางหลวงที่ 6 จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อสอบถามความสัมพันธ์ที่เป็นลูกศิษย์ของอดีตพระเณรคำ หาความเชื่อมโยงในการเป็นธุระทั้งเรื่องการช่วยเคลียร์ปัญหาความสัมพันธ์ส่วนตัวของพระเณรคำกับบรรดาสีกาตามที่เป็นข่าว

                รวมทั้งการจัดหาวัสดุก่อสร้างสำนักสงฆ์ บ้านพ่อแม่ และผู้ใกล้ชิด รวมทั้งการจัดหารถให้บุคคลต่างๆ ใช้เวลาในการสอบถามนานกว่า 2 ชั่วโมง

                ในเบื้องต้น ร.ต.ต.เกษียร อ้างว่า รู้จักพระเณรคำเมื่อประมาณปี 2551 จึงถูกไหว้วานให้ช่วยทำเรื่องราวต่างๆ แต่ไม่ได้เข้าไปที่วัดมาประมาณ 2 ปี เพราะถูกย้ายไปทำหน้าที่ตำรวจชุมชน ไม่ได้อยู่กับรถสายตรวจแล้ว

                ร.ต.ต.เกษียร กล่าวต่อว่า ได้ตอบข้อซักถามที่ดีเอสไอต้องการทราบทุกประเด็น โดยให้ข้อมูลเท่าที่ตนเองทราบทั้งหมด ส่วนดีเอสไอจะเชิญตัวมาให้ปากคำอีกก็ยินดี แต่ขณะนี้ยังไม่มีการนัดหมายไว้ล่วงหน้า แต่ถ้าดีเอสไอเรียกตัวให้มาพบ ก็ยินดีให้ความร่วมมือ แต่ไม่ยอมเปิดเผยว่าได้คุยเรื่องอะไรกับดีเอสไอในวันนี้

                ขณะที่นายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ หัวหน้าศูนย์ข้อมูลและวิเคราะห์คดีความมั่นคง ดีเอสไอ กล่าวว่า ร.ต.ต.เกษียรให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลทุกเรื่อง แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ทั้งหมดในขณะนี้ เพราะดีเอสไอต้องรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม เมื่อมีข้อสงสัยจะเชิญตัว ร.ต.ต.เกษียรมาให้รายละเอียดเป็นระยะ

                ส่วนกรณีน้องหญิง ร.ต.ต.เกษียร ยอมรับว่าได้รับการไหว้วานจากอดีตพระเณรคำให้เป็นธุระในการจ่ายเงินค่าเลี้ยงดูให้เป็นรายเดือน แต่ปฏิเสธว่าขณะนั้นไม่ทราบคนทั้งคู่มีความสัมพันธ์อะไรกัน สำหรับการทำธุรกรรมทั้งเรื่องการจัดหารถ หรือจัดหาวัสดุใช้ก่อสร้างสิ่งต่างๆ ร.ต.ต.เกษียร รับมีส่วนเกี่ยวข้องเป็นบางครั้ง แต่ไม่ทั้งหมดทุกเรื่อง

 



"ธาริต"รับมอบสำนวน "สมีคำ" จากกองปราบ ด้านลูกศิษย์แต่งเงาะป่าล้อเลียน



                นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยถึงการสอบสวนคดีเกี่ยวกับนายวิรพล สุขผล หรืออดีตพระวิรพล ฉัตติโก(หลวงปู่เณรคำ) ซึ่งศาลได้อนุมัติหมายจับไปแล้ว 3 ข้อหา ประกอบด้วย ฉ้อโกงประชาชน ล่วงละเมิดทางเพศเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี และพรากผู้เยาว์ ว่า ในวันนี้ได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอไปรับมอบสำนวนการสอบสวนคดีดังกล่าวจากกองบังคับการกองปราบปรามมาแล้ว เพื่อรวมสำนวนการสอบสวนเข้าด้วยกัน อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนสำคัญหลังได้หมายจับคือ การติดตามตัวอดีตพระวิรพลกลับมาดำเนินคดีในประเทศนั้น ขณะนี้ดีเอสไอได้ทำการประสานข้อมูลและส่งหมายจับไปยังทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องกับการเพิกถอนหนังสือเดินทางและวีซ่าทั้งหมดแล้ว ดังนั้น จากนี้จึงเหลือเพียงขั้นตอนการตอบกลับของหน่วยงานต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

                ด้านพ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว ผบ.สำนักคดีความมั่นคง กล่าวว่า ในวันนี้ ตนพร้อมคณะพนักงานสอบสวนได้เดินทางนำเอกสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีการสอบสวนอดีตพระวิรพลไปมอบให้เจ้าหน้าที่กรมการกงสุลเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาขอเพิกถอนหนังสือเดินทาง โดยหลักฐานที่นำไปมอบให้ อาทิ หมายจับของศาลอาญา เอกสารที่ระบุตำหนิ รูปพรรณสัณฐาน ทั้งนี้เพื่อให้กรมการกงสุลทำงานได้อย่างรวดเร็ว  แต่เบื้องต้นตนไม่สามารถระบุได้ว่าต้องใช้ระยะเวลานานเท่าใดในการเพิกถอนหนังสือเดินทาง คงต้องถามหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง

                พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ กล่าวต่อว่า ในส่วนการตรวจสอบหาพยานหลักฐานทางคดีอื่นๆ ขณะนี้พนักงานสอบสวนแต่ละชุดที่ได้รับมอบหมายจากอธิบดีดีเอสไออยู่ระหว่างการลงพื้นที่ต่างจังหวัดเพื่อตรวจสอบข้อมูล เช่น  กรณีการครอบครองรถหรูของอดีตพระวิรพล ซึ่งพบว่ามีเกือบ 100 คันและตรวจสอบอู่ซ่อมรถยนต์ รวมทั้งตรวจสอบร้านทองที่รับซื้อทองไปจากอดีตพระวิรพลซึ่งได้รับมาจากการบริจาคของประชาชนอีกทอดหนึ่ง ซึ่งประเด็นเกี่ยวกับร้านทองที่รับซื้อทองไปนั้น ล่าสุดทางพนักงานสอบสวนได้ลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี และพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อหาข้อมูลเส้นทางทองคำ ซึ่งร้านทองส่วนใหญ่ต่างยอมรับว่าเคยรับซื้อทองจากอดีตพระวิรพลแต่ไม่มาก และจะนำเอาบัญชีรายรับรายจ่ายเกี่ยวกับการซื้อขายทองมามอบให้พนักงานสอบสวนในภายหลัง

                อย่างไรก็ตาม วันเดียวกันนี้ที่ดีเอสไอ นายสุขุม วงประสิทธิ และพวกซึ่งแต่งตัวเป็นเงาะป่าเหมือนตัวละครในวรรณคดีพร้อมหาบกล้วยและสับปะรดได้เดินทางมายื่นหนังสือถึงอธิบดีดีเอสไอ เพื่อเรียกร้องให้มีการตั้งกรรมการสอบสวนตัวอธิบดีดีเอสไอว่าเข้าข่ายกระทำผิดในตำแหน่งหน้าที่ จากกรณีที่มีการให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อถึงขั้นตอนการตรวจดีเอ็นเอของพระวิรพลว่าสามารถตรวจจากดีเอ็นเอพ่อ-แม่ได้ ทั้งที่จริงตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ควรต้องตรวจจากอดีตพระวิรพลเท่านั้นจึงจะเชื่อถือได้ พร้อมกันนี้ชี้แจงเหตุที่นำผลไม้ 2 ชนิดมามอบให้ดีเอสไอในส่วนของสับปะรดเพื่อสื่อความหมายว่าการทำงานของดีเอสไอไม่คำนึงสายตาสังคม และทำงานไม่เป็นสับปะรดหรือไม่ได้เรื่อง ส่วนกล้วยดิบเพราะต้องการแสดงว่าดีเอสไอไม่ควรทำงานง่ายๆ ไม่ควรใช้ทางลัดและควรรอให้ผลชัดเจนซึ่งเปรียบเหมือนการรอให้กล้วยสุขจะดีกว่า นอกจากนี้นายสุขุมยังได้นำภาพถ่ายของอดีตพระวิรพลและน้องชายร่วมสายเลือดเป็นภาพขณะอยู่ในเพศบรรพชิตซึ่งยืนอยู่คู่กันมามอบให้พนักงานสอบสวน เพื่อยืนยันว่าอดีตพระวิรพลมีน้องชายแท้ๆ ที่อายุห่างกัน 1 ปี

 

 

"พระลูกวัดเณรคำ"ถึงกับร่ำไห้หลังถูกสั่งให้กลับต้นสังกัด

    

                 เมื่อเวลา 15.00 น. ที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรม บ้านยาง ตำบลยาง อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ พระครูวัชระสิทธิคุณ เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต พร้อมด้วย พระครูกิตติวรโสภณ รักษาการเจ้าคณะอำเภอกันทรารมย์, พระครูธรรมธรคำไข โสภาจาโร ที่ปรึกษาพระเลขาเจ้าคณะจังหวัด ได้นำคำสั่งของ พระครูวิสุทธิญาณ เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ(ธ) เดินทางมาร่วมประชุมกับพระที่เป็นหัวหน้าคณะสงฆ์ ผู้ปกครองที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรม อันได้แก่ พระไกรศักดิ์ ธรรมโชโต พระลูกวัด และพระที่อยู่ทุกรูปยังที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรมแห่งนี้ ซึ่งในการเดินทางในครั้งนี้ได้เชิญ พ.อ.ชัชนันท์ เชื้ออำนาจ รอง ผบ.สำนักคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ชำนาญการพิเศษ และนายวิรอด พรรณนา ผู้อำนวยการ และคณะจากสำนักงานพระพุทธศาสนา ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรกันทรารมย์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบ นายก อบต.ยาง กำนันตำบลยาง มรรคนายก ญาติโยม ประชาชนชาวบ้านยางที่เคยมาทำบุญที่วัด รวมทั้งนางลอน มนัส เจ้าของที่ดิน ที่เคยถวายเพื่อการสร้างวัด

                โดยได้นิมนต์พระทุกครูปที่อยู่ยังที่พักสงฆ์ให้ลงจากกุฎิมารายงานตัวต่อพระเลขาฯ เจ้าคณะจังหวัด และสำนักงานพระพุทธ เพื่อร่วมประชุมหาทางออกของที่พักสงฆ์ภายหลังจากที่อดีตพระวิรพล ฉตฺติโก หรือ พระเณรคำ ได้ถูกคำสั่งจากเจ้าคณะจังหวัดให้ต้องอาบัติ ปาราชิก และเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ได้ออกหมายจับใน 3 ข้อหา กลายเป็นผู้ต้องหาเพื่อความสงบของคณะสงฆ์ศรีสะเกษ และทั่วประเทศ ที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรม จะต้องมีทางออกในทิศทางที่ดี ก่อนที่จะเข้าสู่การเข้าพรรษาของพระสงฆ์ทุกรูป โดยเริ่มการประชุม เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนา ได้อ่านคำสั่งประกาศของเจ้าคณะจังหวัด ที่มีคำสั่งให้พระวิรพล ต้องอาบัติ ปาราชิก ซึ่งหมายถึงที่พักสงฆ์แห่งนี้ขาดผู้นำ ทั้งในการปฎิบัติธรรม ถือศีลภาวนา ขาดผู้ที่สั่งสอน ให้ดำเนินตามพระธรรมวินัย จึงได้มีคำสั่งให้พระทุกรูปที่พักสงฆ์แห่งนี้ เดินทางกลับไปรายงานตัวยังต้นสังกัด ซึ่งขณะนี้ภายหลังจากที่ได้มีการสำรวจก่อนเข้าวาระการประชุม ได้รับรายชื่อว่า ณ วันนี้มีพระที่มาอยู่ยังที่พักสงฆ์แห่งนี้ 25 รูป เป็นเณร 3 รูป และในบรรดาพระทั้งหมด 25 รูป ยังอยู่ในมหานิกาย 2 รูป และใน 25 รูป แยกสังกัดออกเป็นสังกัดวัดหลวง อำเภอเมืองศรีสะเกษ 15 รูป และสังกัด วัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ เช่นเดียวกับอดีตพระวิรพล อีก 10 รูป

                พระครูวัชระสิทธิคุณ กล่าวว่า ที่ผ่านมาที่พักสงฆ์แห่งนี้ประธานสงฆ์ถือว่าดื้อแพ่ง ไม่มีการรายงานตัวต่อเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ผู้ปกครองจังหวัดตามพระธรรมวินัยให้ถูกต้อง ซึ่งแม้ว่าพระทุกรูปจะอยู่สังกัดใดก็ตาม แต่หากเข้ามาอยู่พักจำพรรษายังวัด หรือที่พักสงฆ์ในอาณาเขตจังหวัดนั้นๆ จะต้องไปรายงานตัวขอเข้าอยู่ในอาณาเขตจังหวัดนั้นๆ ต่อพระผู้ปกครองจังหวัด เพื่อที่จะได้รับการตรวจสอบใบสุทธิ ตรวจสอบพระ ตามกฎหมายพระ ก่อนที่จะอนุญาต พอเกิดปัญหาขึ้นจะได้พิจารณาได้ตามพระธรรมวินัย

                 ดังนั้นวันนี้ได้เกิดปัญหาขึ้นยังที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรมแล้ว จนกลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก ประจวบกับอีกเพียง 3 วันพระสงฆ์ทุกรูปจะต้องลั่นวาจาเพื่อเข้าพรรษายังอุโบสถ เจ้าคณะจังหวัดจึงมีคำสั่งมาให้พระที่อยู่ยังที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรมแห่งนี้ เดินทางกลับไปรายงานตัวยังต้นสังกัดก่อน หากประสงค์ที่จะมาจำพรรษาที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรมแห่งนี้ ค่อยขออนุญาตผู้ปกครองต้นสังกัดมา และหากได้รับอนุญาตก็ให้เดินทางมาได้ และเมื่อมาแล้ว ต้องไปรายงานตัวต่อเจ้าคณะผู้ปกครองอำเภอเพื่อขอเข้ามาพักจำพรรษายังที่พักสงฆ์แห่งนี้ตามลำดับ และจะต้องปฎิบัติตามศาสนกิจของสงฆ์โดยเคร่งครัด อาทิเช่น ต้องออกบิณฑบาต ต้องลงพระอุโบสถศีล ลงปาติโมก ซึ่งหากไม่มีพระอุโบสถก็จะต้องไปลงยังพระอุโบสถเจ้าคณะอำเภอแทนได้
 
                โดยหากเจ้าคณะสงฆ์ผู้ปกครอง อนุญาตให้เดินทางมาจำพรรษาได้ที่ยังที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรมนี้แล้ว ก็จะต้องมาพิจารณาผู้ปกครองที่พักสงฆ์ว่าสมควรที่จะเป็นพระรูปใด จะต้องมีการจัดประชุมกันขึ้นในบรรดาหมู่สงฆ์อำเภอกันทรารมย์ ในวันที่ 21 กรกฎาคม เพราะในวันต่อมาจะเป็นวันพระ และวันเข้าพรรษาแล้ว จึงจำเป็นจะต้องเร่งดำเนินการทุกอย่างให้แล้วเสร็จก่อนเข้าพรรษา ทั้งนี้ก็เพื่อความสงบ เรียบร้อย หากมีญาติโยมที่จะเดินทางมาทำบุญก็จะได้มีความชัดเจนต่อคณะสงฆ์ผู้ปกครองอยู่ยังที่พักสงฆ์แห่งนี้ต่อไป

                ขณะที่คณะสงฆ์กำลังมีการพิจารณาตามวาระการประชุม ได้มี พระไกรศักดิ์ ธรรมโชโต ที่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าพระลูกวัดป่าเณรคำ ถึงกับน้ำตาไหล ร้องไห้ออกมา เพราะรับไม่ได้กับคำสั่งของคณะพระสงฆ์ที่นำประกาศของเจ้าคณะจังหวัด มาประกาศยังที่ประชุมต่อหน้าญาติโยมทั้งหลายในวันนี้ เพราะยังเชื่อมั่นอยู่กับหลวงปู่เณรคำ ที่ได้รับผลจากการกระทำอยู่ฝ่ายเดียว และจากคำสั่งดังกล่าวเสมือนว่าคณะสงฆ์ธรรมยุตศรีสะเกษ กำลังจะเข้ามายึดวัด แม้จะขาดผู้ปกครองไป ก็จะยังมีพระผู้ใหญ่ในระดับสูงกว่า พระวิรพล ที่จะมาดูแลเป็นระยะๆ อยู่

                ในคำสั่งเด็ดขาดของคณะพระสงฆ์จังหวัด(ธ) ลั่นมาว่าหากไม่เชื่อฟังสงฆ์ศรีสะเกษ ก็ไม่สามารถมาอยู่ในอาณาเขตศรีสะเกษได้ ก็ขอให้เดินทางกลับไปยังที่ประสงค์จะไป จึงทำให้พระหลายรูปถึงกลับร้องไห้ออกมาต่อหน้าคณะสงฆ์ และญาติโยมที่มาร่วมประชุม

                อย่างไรก็ดีคณะสงฆ์ที่อยู่ยังที่พักสงฆ์ ได้หาทางออกร่วมกันคือ จะเดินทางไปรายงานตัวยังต้นสังกัดก่อน และจะขอเดินทางมาจำพรรษายังที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรม แห่งนี้ต่อไป และพระชาวต่างชาติ 2 รูป ที่ยังอยู่ในมหานิกาย ก็จะให้ทางเลือกว่า หากจะมาอยู่ที่นี่ ก็ขอให้เปลี่ยนมาอยู่ธรรมยุตเสียก่อน ไม่เช่นนั้นก็ไม่อนุญาตให้มาอยู่ปะปนกับธรรมยุต กับมหานิกาย และพระทุกรูปที่จะเข้ามาอยู่ยังที่พักสงฆ์แห่งนี้ จะต้องไปรายงานตัวประชุมตั้งกฎที่วัดเจ้าคณะอำเภอกันทรารมย์ ก่อนจึงจะมาอยู่ได้ โดยจะได้แต่งตั้งประธานที่พักสงฆ์ในวันประชุมดังกล่าวนี้ด้วย ส่วนการเสนอตั้งวัด ให้ฝ่ายสำนักงานพระพุทธศาสนา เร่งดำเนินการต่อไป ทุกรูปรับทราบจึงเลิกประชุม

 

 

"กต."เพิกถอนพาสปอร์ต "สมีคำ" แล้ว


                 พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินขาว ผบ.สำนักคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า นายประสิทธิพร เวชประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมการกงสุล ได้ทำหนังสือด่วนที่สุดถึงนายธาริต เรื่องการเพิกถอนหนังสือเดินทางของนายวิรพล สุขผล หรืออดีตพระเณรคำ โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษมีคำสั่งเพิกถอนหนังสือเดินทางเลขที่ R 980719 ที่ออกให้เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 54 ของนายวิรพล แล้ว ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. ซึ่งเป็นไปตามระเบียบของกระทรวงการต่างประเทศ โดยคำสั่งดังกล่าวสืบเนื่องจากดีเอสไอส่งสำเนาหมายจับ พร้อมตำหนิรูปพรรณ ของนายวิรพลมาให้กรมการกงสุลเพิกถอนหนังสือเดินทาง

 

 

......................................

ข่าวเกี่ยวข้อง

- 'บัวแก้ว'คาด2-3วันถอนพาสปอร์ต'เณรคำ' : http://www.komchadluek.net/detail/20130719/163779/บัวแก้วคาด23วันถอนพาสปอร์ตเณรคำ.html#.Uei37cQ5PIU

- สิ้นมนต์'สมีคำ'ตร.วืดแฟลตใหม่20ล้าน : http://www.komchadluek.net/detail/20130719/163768/สิ้นมนต์สมีคำตร.วืดแฟลตใหม่20ล้าน.html#.Uei4KsQ5PIU 

- CNNระบุ'เณรคำ'ใช้ชีวิตเยี่ยงซูเปอร์สตาร์ : http://www.komchadluek.net/detail/20130719/163780/CNNระบุเณรคำใช้ชีวิตเยี่ยงซูเปอร์สตาร์.html#.Uej_c8Q5PIU

-สาวอ้างเป็นเมีย'เณรคำ'ยื่นฟ้องเรียก100ล. : http://www.komchadluek.net/detail/20130719/163815/สาวอ้างเป็นเมียเณรคำยื่นฟ้องเรียก100ล..html#.UekiNsQ5PIU

-พิษ'สมีคำ'ยอดขายเครื่องสังฆภัณฑ์ตก : http://www.komchadluek.net/detail/20130719/163832/พิษสมีคำยอดขายเครื่องสังฆภัณฑ์ตก.html#.UeklXsQ5PIU

 

 

 

 

"}])