
พระสังฆราชประทานพระวรธรรมคติ'วันอาสาฬหบูชา'
สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระวรธรรมคติวันอาสาฬหบูชา ให้ชาวพุทธนำพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งของจิตใจ ศึกษาหลักธรรมให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ มิใช่เพียงกราบไหว้ขอพร
18 ก.ค.56 สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระวรธรรมคติ เนื่องในวันอาสาฬหบูชา พ.ศ. 2556 ความว่า วันอาสาฬหบูชา เป็นอภิลักขิตกาล คือ วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาวันหนึ่ง เป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา คือ คำสอนที่เป็นหลักสำคัญของพระพุทธศาสนาครั้งแรก เรียกว่า ธรรมจักกัปปวัตตนสูตร และเป็นวันที่เกิดพระสงฆ์ซึ่งเป็นหนึ่งในพระรัตนตรัย อันเป็นที่เคารพสูงสุดในพระพุทธศาสนา เป็นเหตุให้พระรัตนตรัยบังเกิดขึ้นในโลกครบบริบูรณ์ ซึ่งจะถือว่าเป็นวันบังเกิดขึ้นของพระรัตนตรัยก็ได้
เมื่ออภิลักขิตกาลเช่นนี้เวียนมาถึง ควรที่พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย จักได้น้อมใจรำลึกถึงพระรัตนตรัย พร้อมทั้งสำรวจตรวจสอบดูใจของตนเองว่า ได้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะที่พึ่งแท้จริงแค่ไหนเพียงไร
อันการถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะที่พึ่งตามนัยแห่งพระพุทธศาสนานั้น มิใช่ถึงโดยการกราบไหว้อ้อนวอน หรือถึงโดยการอธิษฐานขอพรให้พระรัตนตรัยมาช่วยปกป้องรักษา เพื่อที่ตนจะได้มีชีวิตอย่างปลอดภัยเป็นสุข
แต่การถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะอย่างแท้จริงนั้น คือ การศึกษาเรียนรู้พระรัตนตรัยให้เข้าใจแจ่มชัดแล้วน้อมนำเอาความจริงที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ พระธรรมที่พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนและพระสงฆ์สาวกของพระพุทธองค์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเป็นแบบอย่าง มาเป็นหลักเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตอย่างเหมาะสมถูกต้อง อันจะทำให้ได้ชื่อว่านับถือและบูชาพระรัตนตรัยอย่างแท้จริงด้วยทั้งพระรัตนตรัยก็จะปกป้องคุ้มครองมิให้ตกไปสู่ความชั่ว โดยไม่ต้องอธิษฐานอ้อนวอน ขออำนวยพรให้ท่านทั้งหลายเจริญในธรรม ประสบสันติสุขทั่วกัน ขออำนวยพร
ด้าน นายสุระ เตชะทัต ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้กล่าวเชิญชวนพุทธศาสนิกชน ร่วมพิธีแห่เทียนพรรษาโบราณ เนื่องในสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาวันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา ประจำปี 2556 ในวันที่ 19 ก.ค. เวลา 09.00 น. ณ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ซึ่งจะมีการจัดริ้วขบวนแห่ต้นเทียนพรรษา 10 ริ้วขบวน ไปถวายยังพระอารามหลวง 10 วัด ได้แก่ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดปากน้ำภาษีเจริญ วัดบวรนิเวศวิหาร วัดสุทัศน์เทพวราราม วัดไตรมิตรวิทยาราม วัดสามพระยา วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ วัดราชนัดดาราม วัดสุวรรณาราม และวัดปรินายก เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติ และร่วมสืบสานประเพณีทางพระพุทธศาสนา
นายสุระ กล่าวด้วยว่า กรณีที่หลายฝ่ายกังวล ว่า การนำเสนอข่าวอดีตหลวงปู่เณรคำ หรือ สมีคำ และข่าวคราวในแง่ลบพระสงฆ์รายวัน จะส่งผลกระทบต่อศรัทธาชาวพุทธให้ไม่อยากเข้าวัดทำบุญในช่วงอาสาฬบูชา และวันเข้าพรรษานั้น ตนคิดว่า ไม่น่าจะส่งผลให้พระพุทธศาสนาของเราเสื่อมถอย เพราะเป็นเรื่องของตัวบุคคล ในสังคมของเรา ไม่ว่าจะหน่วยงานทั้งประเทศไทย หรือต่างประเทศ ย่อมจะมีทั้งคนดี และมีคนไม่ดีด้วยกันทั้งนั้น ข่าวที่เกิดขึ้น เป็นเพียงส่วนน้อยที่นำศาสนามาหาผลประโยชน์ แต่สถาบันศาสนาพุทธของเรายังมีโครงสร้าง เป็นระบบสืบทอดสิ่งที่ดีงามมาแต่โบราณ เรามีความรัก เทิดทูนต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ด้วยเพราะศรัทธาที่อยู่ใจ แต่สิ่งไหนที่ไม่ดีก็ไม่ถือว่าเป็นขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมของไทย และสิ่งที่เกิดขึ้นก็จะมีช่องทางที่จะสามารถพิสูจน์ความจริงให้ประชาชนได้รับรู้อย่างเรามีข่าวแพร่หลายอยู่ขณะนี้
นายสุระ กล่าวอีกว่า กรณีที่มีข่าวงบลบในวงการศาสนา จะกระทบกับการบริจาคของชาวพุทธนั้น เห็นว่า ประชาชนต่างบริสุทธิ์ใจที่จะทำบุญเพื่อทำนุบำรุงศาสนาให้เจริญสืบไป ดังนั้น ทุกคนคนที่จะทำบุญก็จะใช้ประสบการณ์ และใช้สิ่งที่เราดำเนินชีวิตอยู่กับศาสนาพุทธมาใช้เป็นข้อมูลในการพิจารณาถึงหลักเหตุผลที่เราจะเชื่อมั่นในคำสั่งของขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในหลักการพิจารณาความ เป็นจริง
“ศาสนา หรือ สถาบันที่เราเคารพรัก เราต้องช่วยกันดูแล และช่วยกันเข้าไปเรียกศรัทธา หรือทำให้เกิดเข้มแข็ง ช่วยกันสืบทอดสิ่งที่ดีงาม ประเด็น ที่มีผู้ที่นำศาสนาไปแสวงหาประโยชน์ สิ่งเหล่านั้น เราชาวพุทธก็ควรใช้หลักเหตุและผล ใช้ดุลยพินิจ เพราะหลักศาสนาพุทธของเราให้สอนถึงพิจารณาถึงหลักความจริง ขอให้กำลังใจชาวพุทธทุกท่าน เรื่องที่กำลังเกิดขึ้นนั้น ไม่ได้บั่นทอนพี่น้องชาวพุทธทั้งโลก เพราะพุทธศาสนาของ เราเป็นศาสนาที่ดีงาม เป็นศาสนาที่มีเหตุมีผล ที่จะพิสูจน์ถึงความจริงเป็นรูปธรรม ที่บุคคลหนึ่งบุคคลใดทำให้กระทบต่อภาพของศาสนา นั่นคือการเอาศาสนาแอบอ้างเป็นเพียงการแอบอ้างตัวบุคคลเท่านั้น” ที่ปรึกษา รมว.วธ. กล่าว



