
'สุขุม'อ้าง'สมีคำ'อโหสิกรรม-แผ่เมตตา
'สุขุม'อ้าง'สมีคำ'อโหสิกรรม-แผ่เมตตาให้ อุบที่ซ่อนตัวอยู่ในประเทศไหนยกหลักสิทธิมนุษยชน ที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรมเหงาไร้งานถวายเทียนพรรษา
15ก.ค.2556 หลังจากที่มีที่คณะสงฆ์ศรีสะเกษพิจารณาให้พระวิรพล สุขผล หรือหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ให้ขาดจากความเป็นพระเหตุต้องอาบัติปาราชิกนั้น นายสุขุม วงประสิทธิ ประธานเครือข่ายบ้านวิมุตติธรรม กล่าวอ้างว่า ได้ติดต่อพูดคุยกับหลวงปู่เณรคำโดยตรง ซึ่งทางหลวงปู่เณรคำไม่คิดอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น ขออโหสิกรรม ไม่เอาเรื่อง ไม่มีการฟ้องร้องใคร และขอแผ่เมตตาให้คนที่กล่าวหาขอให้มีแต่ความเจริญ
นายสุขุม กล่าวต่อว่า ส่วนที่เคยกำหนดไว้ว่าจะเดินทางกลับมาประเทศไทยภายในวันที่ 31 ก.ค.นี้ ขณะนี้ยังไม่แน่ชัดขึ้นอยู่กับว่าได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ และตนไม่ขอเปิดเผยหลักฐานว่ามีการพูดคุยติดต่อสื่อสารระหว่างตนกับหลวงปู่เณรคำ รวมทั้งที่อยู่ปัจจุบันของหลวงปู่เณรคำว่าอยู่ในประเทศไหน เพราะอาจมีผลต่อสิทธิมนุษยชนของหลวงปู่เณรคำ หากท่านต้องการเปิดเผยก็คงจะเปิดเผยด้วยตัวท่านเอง
“ขณะนี้การตั้ง 8 ข้อหาหนักของดีเอสไอ ก็ไม่มีหลักฐานชัดเจนอย่างน้อย 4 ข้อ 1.บอกว่าอวดอุตริแต่ในคำตัดสินของคณะสงฆ์ศรีษะเกษระบุต้องอาบัติปาราชิเพราะเสพเมถุนไม่มีข้อหาอวดอุตริ 2.บอกว่าฉ้อโกงประชาชน กรณีหลวงปู่พุทธอิสระฟ้องร้องว่ามีการฉ้อโกงแต่ทางศาลก็ไม่รับฟ้อง 3.บอกว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเมื่อไปตรวจที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรมก็ไม่พบหลักฐานใดๆที่จะชี้ชัดว่ามียาเสพติด 4.บอกว่าอ้างใช้ ดร.เถื่อนที่มหาวิทยาลัยสันติภาพ ก็มีการตรวจสอบแล้วว่าหลวงปู่เณรคำไม่มีความเกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยสันติภาพโลก” นายสุขุม กล่าว
ที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรมเหงาไร้งานถวายเทียนพรรษา
ที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรม บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ บรรยากาศวันนี้ดูเงียบมากผิดปกติ แม้ว่าจะเป็นวันพระแต่ไร้ผู้คนญาติโยมมาทำบุญเช่นเมื่อก่อน จะมีก็แต่เพียงลูกศิษย์คนสนิท ที่เป็นชาวบ้านในหมู่บ้านยาง และแม่ครัวที่มาทำอาหารอยู่ประจำโรงครัวเพียง 5 - 6 คน ที่มาร่วมไหว้พระ สวดมนต์ในวันพระนี้
ส่วนพระสงฆ์ที่อยู่ประจำที่วัดก็เหลือน้อย ส่วนใหญ่อพยพไปหาที่อยู่ใหม่ เพื่อเตรียมตัวปาราวาณาตนเพื่อเข้าพรรษา เหลือเพียงพระไกรศักดิ์ ธรรมโชโต ซึ่งเป็นพระผู้ดูแลที่พักฆ์แห่งนี้มาโดยตลอดเนื่องจากเป็นพระที่บวชจากวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อด้วยกัน แต่ปฎิเสธที่จะให้ข้อมูลใดๆ โดยอ้างว่ายังปฎิบัติตามคำสั่งของเจ้าคณะจังหวัดที่ห้ามให้ข่าวอยู่ในขณะนี้
พระครูวัชระสิทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดป่าศรีสำราญ ตำแหน่ง พระเลขาเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า พระครูวิสุทธิญาณ เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ( ธ ) ได้มอบหมายตน และเลขาฯนำหนังสือคำสั่งให้พระวิรพลต้องอาบัติปาราชิกเพื่อนำไปรายงานแก่มหาเถรสมาคมที่กรุงเทพมหานคร ก่อนที่จะได้นำรายละเอียดในการดำเนินการต่อไปในการที่จะจัดตั้งวัด รวมทั้งการแต่งตั้งพระที่จะไปดำรงตำแหน่งประธานที่พักสงฆ์ซึ่งจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนที่จะเข้าพรรษา
นายวิรอด พรรณนา ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา กล่าวว่า การดำเนินงานในส่วนของพระสงฆ์นั้นถือว่าจบกระบวนความไปเบื้องต้น และที่จะต้องดำเนินการต่อก็คือในการแต่งตั้งผู้ดูแลที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรม ซึ่งเบื้องต้นทราบว่าเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษกำลังสำรวจพระสงฆ์ที่อยู่พักประจำที่พักสงฆ์ พร้อมให้มีการถ่ายเอกสารใบสุทธิมาเพื่อการตรวจสอบ และจะได้แต่งตั้งดูแลที่พักสงฆ์ไปพรางก่อน ในส่วนการจัดตั้งวัด จากเดิมที่เคยลูกศิษย์พระวิรพลมาขอไว้ และได้รับการอนุญาตให้ตั้งวัดไปแล้วตั้งแต่ปี 2550 ครบกำหนดไปเมื่อปี พ.ศ.2551 แต่ยังไม่มีการจัดตั้งวัด ก็ไม่ทราบสาเหตุเช่นกัน
ส.ผู้สื่อข่าวฯติงดีเอสไอนำผู้เสียหายแถลงข่าว
สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ได้ออกแถลงการเรื่อง ความไม่เหมาะสมกรณีเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ นำผู้เสียหายที่เป็นเยาวชนในคดี “เณรคำ” มานั่งแถลงพร้อมให้สื่อมวลชนบันทึกภาพและสัมภาษณ์ โดยระบุว่า ตามที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้นำผู้เสียหายในคดีเณรคำประกอบด้วยหญิงวัยชรา อายุ 82 ปี หญิงสาว อายุ 24 ปี และเด็กชาย อายุ 11 ปี มาแถลงข่าวหลังจากที่ผู้เสียหายทั้ง 3 ราย มาแจ้งความนายวิรพลในความผิดพรากผู้เยาว์ และร่วมประเวณีกับหญิงสาวอายุต่ำกว่า 15 ปี เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2556 ที่สำนักงาน กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯนั้น
สมาคมฯเห็นว่าการกระทำดังกล่าวของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ นำผู้เสียหายที่เป็นเยาวชนอายุ 11 ปี มานั่งแถลงร่วมกับผู้ใหญ่ แล้วให้สื่อมวลชนได้สัมภาษณ์เยาวชนเกี่ยวกับพฤติการณ์ของคดีด้วยนั้น ถือว่าไม่เหมาะสมและอาจจะมีความผิดตามพรบ.คุ้มครองสิทธิเด็ก โดยเจ้าหน้าที่ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของเด็กเป็นใหญ่ตามที่กฎหมายระบุไว้
สมาคมฯจึงขอเรียกร้องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ มีความรัดกุมในการนำเสนอข่าวให้อยู่ในรกอบของกฎหมายและศีลธรรมอันดี และรักษาซึ่งสิทธิเสรีภาพของเยาวชนผู้เสียหาย อย่างถูกต้องและเที่ยงธรรมเพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็กผู้เสียหายด้วย
มติศ.ต.ภ.ให้กต.เคาะเรื่องพาสปอร์ต
เมื่อเวลา 16.30 น. ที่วัดสังเวชวิศยาราม กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการประชุมคณะกรรมการศูนย์ควบคุมการไปต่างประเทศสำหรับพระภิกษุสามเณร (ศ.ต.ภ.) โดยมีพระชั้นผู้ใหญ่เข้าร่วมหารือ อาทิ พระพรหมเวที ประธาน ศ.ต.ภ. พระพรหมมุนี กรรมการมหาเถรสมาคม และพระพรหมโมลี วัดปากน้ำภาษีเจริญ ใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง แต่พระพรหมเวทีมีกิจธุระได้ออกจากที่ประชุมก่อน และปฏิเสธตอบคำถามเกี่ยวกับการยกเลิกหนังสือเดินทางของอดีตพระวิรพล พร้อมกับสวดเป็นภาษาบาลีต่อหน้าสื่อมวลชน แล้วกล่าวเป็นภาษาไทยว่า "ขอให้มีความสุขความเจริญ เรื่องนี้ให้ไปถามสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ" จากนั้นขึ้นรถส่วนตัวเดินทางกลับทันที
ต่อมาเวลา 19.00 น. พระพรหมมุนี กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า "เรียบร้อยแล้ว" ทั้งนี้ แหล่งข่าวในที่ประชุมเปิดเผยว่า ศ.ต.ภ.ไม่มีอำนาจในการยกเลิกหนังสือเดินทางได้ เพราะเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ ดังนั้น ศ.ต.ภ.จะทำหนังสือส่งไปยัง พศ. เพื่อส่งต่อไปยังกระทรวงการต่างประเทศ



