พระเครื่อง

ปาราชิก!มติคณะสงฆ์เชือด'เณรคำ'

ปาราชิก!มติคณะสงฆ์เชือด'เณรคำ'

13 ก.ค. 2556

ปาราชิก!มติคณะสงฆ์เชือด'เณรคำ' หลังไร้เงาเจ้าตัวเข้าแจงเจ้าคณะอุบลฯ สวนดุสิตโพลเผยประชาชนสนใจข่าวแซงจำนำข้าวและคลิปเสียง

              13ก.ค.2556 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต หรือ สวนดุสิตโพล   ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ  จำนวน  1,302 คน ระหว่างวันที่    9-12 กรกฎาคม 2556   ในหัวข้อ “ข่าวสาร กับ บ้านเมืองไทย พบว่า  ข่าวสาร 5 อันดับที่ประชานติดตามมากที่สุดคือ  ข่าวเณรคำ(หลวงปู่เณรคำ หรือพระวิรพล ฉัตติโก อายุ 34 ปี ประธานที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ)  97.40%รองลงมา ข่าวจำนำข้าว 95.45% ข่าวคลิปเสียง ข่าวไฟใต้ กรณีอาร์บีเอ็น และข่าวโครงการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท แต่ข่าวจำนำข้าว เป็นข่าวที่กระทบต่อรัฐบาลมากที่สุด ถึง 97.50%

              อย่างไรก็ตามตามที่พระราชธรรมโกศล (สวัสดิ์ ทัสสนีโย) เจ้าอาวาสวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ในฐานะเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี ฝ่ายธรรมยุต ได้กำหนดให้พระวิรพลมารายงานตัวภายในวันที่ 12 กรกฎาคมนี้ และหากไม่มาจะมีคำสั่งตัดออกจากต้นสังกัด  และจะได้นำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมที่ จ.ศรีสะเกษ ร่วมกับเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ คณะสงฆ์ธรรมยุต เจ้าคณะอำเภอทั้งหมดของ จ.อุบลราชธานีในวันที่ 13 ก.ค.นี้ ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลาที่กำหนดไม่มีรายงานว่าหลวงปู่เณรคำเข้ารายงานตัวแต่อย่างใด             

             พร้อมกันนี้พระราชธรรมโกศล ได้หารือกับพระสุนาถมุนี เจ้าอาวาสวัดศรีนวล ซึ่งเป็นพระอุปัชาฌาย์หลวงปู่เณรคำ  และพระครูจิตวิสุทธิญาณคุณ เจ้าคณะอำเภอม่วงสามสิบและเป็นพระเลขาคณะสงฆ์จังหวัดอุบลราชธานี ได้หารือการออกหนังสือ 2 ฉบับ  ประกอบด้วย หนังสือให้หลวงปู่เณรคำ พ้นจากปกครองของคณะสงฆ์จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งลงนามโดยพระราชธรรมโกศล และหนังสือให้พระเณรคำพ้นจากการเป็นลูกศิษย์กับอาจารย์ของพระสุนาถมุนี โดยหนังสือดังกล่าว จะมีการลงนามในเช้าวัน13ก.ค.56  และนำไปติดประกาศไว้ภายในวัดทั้ง 2 แห่ง เพื่อให้คณะสงฆ์ทราบทั่วกันทั้งจังหวัด และส่งให้มหาเถรสมาคมรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ

              ทั้งนี้พระครูสิริวินัยวัฒน์ เจ้าคณะอำเภอเมืองศรีสะเกษ ปฏิบัติหน้าที่แทนเจ้าคณะจังหวัด ได้กล่าวก่อนหน้านี้ว่า  คณะสงฆ์ได้นัดหมายประชุมผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการสอบสวนสงฆ์ในวันที่ 13 กรกฎาคม เพื่อให้สำเร็จตามลำดับขั้นตอนตามวินัยสงฆ์ ลำดับนี้ข้อมูลต่างๆ จะต้องถูกนำมาส่งจะถูกนำเข้าสู่ที่ประชุมสงฆ์ เพื่อพิจารณาในการจะให้ขับพ้นพระไปเลย หรือจะเป็นอาบัติปาราชิก คณะสงฆ์จะได้ตัดสินให้เด็ดขาดไป เพื่อให้ถูกต้องตามเสียงหมู่มาก จึงจะถือว่าถูกต้องตามพระธรรมวินัย            
            
              ตามที่คนใกล้ชิดของหลวงปู่เณรคำออกมาระบุว่ามีพระผู้ใหญ่ในประเทศเยอรมันนีอนุญาตให้หลวงปู่เณรคำเข้าพักนั้นก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าเป็นที่ใด

              ขณะเดียวกันพระพรหมคุณาภรณ์   (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) เจ้าอาวาสวัดญาณเวศกวัน อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ได้เตือนถึงภัยแห่งพระพุทธศาสนาในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2544 และได้มีการนำมาเผยแพร่ผ่านหนังสือและคลิปผ่านทางเว็บไซต์ยูทูบ             

              อย่างไรก็ตามล่าสุดที่วัดป่าศรีสำราญ อ.เมือง  จ.ศรีสะเกษ ได้มีการประชุมคณะสงฆ์ผู้พิจารณาอธิกรณ์ปรับอาบัติหลวงปู่เณรคำ  โดยเพียงเวลา 30 นาที  พระครูวัชรสิทธิคุณ เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ  ฝ่ายธรรมยุต  กล่าวว่า ประชุมคณะสงฆ์ผู้พิจารณาอธิกรณ์ปรับอาบัติหลวงปู่เณรคำได้พิจารณาถึงข้อมูลที่ได้รับจากรมสอบสวนคดีพิเศษในเรื่องต่างๆ  พร้อมกับข้อมูลที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้มามอบให้ และกรณีที่มีหญิงนามสมมุติออกมาเปิดเผยถึงความสัมพันธ์   ทำให้คณะสงฆ์ผู้พิจารณาอธิกรณ์ได้มีมัติปรับอาบัติคือให้พระวิรพลขาดจากความเป็นพระภิกษุสงฆ์ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

             "การที่หลวงปู่เณรคำขาดจากการเป็นพระภิกษุสงฆ์แล้วนั้นก็ถือว่าเป็นผู้ที่ไม่มีสมณภาวะ  ซึ่งในส่วนของบ้านเมืองก็สามารถดำเนินในส่วนของบ้านเมืองต่อไปได้  ในส่วนการวินิจฉัยปรับอาบัตินั้นทางฝ่ายคณะสงฆ์ก็ถือว่าจบลงแล้ว" พระครูวัชรสิทธิคุณกล่าว

 

พศ.สั่งตรวจสอบวัดสาขาวัดป่าขันติธรรม

             นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) กล่าวว่า หลังจากที่ทางเจ้าคณะจังหวัดอุลบราชธานี ฝ่ายธรรมยุต และเจ้าอาวาสวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ มีแถลงการณ์ขับหลวงปู่เณรคำ ออกจากวัดแล้วนั้น ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ จะนำหนังสือแถลงการณ์ของเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชานี ฝ่ายธรรมยุต แนบไปในหนังสือที่จะส่งไปยังสมเด็จพระวันรัต รักษาการเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต เพื่อแจ้งขอให้มีการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวอีกรอบ เนื่องจากทางเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี ฝ่ายธรรมยุต ได้มีคำสั่งออกมาแล้ว โดยจะมีการส่งหนังสือดังกล่าวไปในวันที่15 ก.ค.นี้
    
             ขณะเดียวกันในเรื่องการถอนหนังสือเดินทางของหลวงปู่เณรคำนั้น จะมีการส่งหนังสือแจ้งไปยัง พระพรหมเวที  เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม กรรมการมหาเถรสมาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการศูนย์ควบคุมการไปต่างประเทศสำหรับพระภิกษุสามเณร (ศ.ต.ภ.) เพื่อแจ้งให้ทราบก่อนที่จะมีการทำหนังสือแจ้งไปยังกระทรวงการต่างประเทศเพื่อให้ดำเนินการถอนพาสปอร์ตของหลวงปู่เณรคำทันทีในวันที่15 ก.ค.นี้เช่นกัน  ส่วนกรณีที่ขณะนี้ยังมีกลุ่มลูกศิษย์หลวงปู่เณรคำเดินทางไปร้องเรียนยังหน่วยงานต่างๆเพื่อขอความเป็นธรรมให้กับหลวงปู่เณรคำนั้น ถือว่าเป็นการร้องเรียนที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะการที่มาอ้างชื่อว่าเป็นตัวแทนของหลวงปู่เณรคำ แต่เวลาไปร้องเรียนกลับไม่มีหนังสือมอบอำนาจจากหลวงปู่เณรคำแต่อย่างใด
    
             นายนพรัตน์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนความคืบหน้าในการตรวจสอบวัดสาขาของวัดป่าขันติธรรมนั้น พบว่ามีมากกว่า 10 แห่ง ที่จะกำชับให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด(พศจ.) ต้องมีการตรวจอย่างละเอียดในทุกเรื่อง เพราะวัดป่าขันติธรรม ยังไม่ได้มีการตั้งเป็นวัดที่ถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้นการตั้งวัดสาขา ไม่ว่าจะเป็นที่พักสงฆ์ หรือสำนักปฏิบัติธรรม จึงถือว่าไม่ถูกต้องตามกฎหมายด้วย  ประกอบกับเมื่อมีการไปตั้งอยู่ในพื้นที่ใดแล้วไม่แจ้งเจ้าคณะผู้ปกครองในพื้นที่นั้นๆ แต่กลับมีการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ปฏิบัติธรรม มีพระสงฆ์เข้าไปอาศัยอยู่ ก็ถือว่ามีความผิดแล้ว นอกจากนี้ยังจะให้ทางพศจ.ตรวจสอบด้วยว่าสถานที่ต่างๆที่ระบุว่าเป็นวัดสาขาของวัดป่าขันติธรรม มีการทำธุรกรรมทางการเงินด้วยหรือไม่


กรมศิลป์เผย“เณรคำ”แอบสร้างพระแก้วมรกตจำลองเพียบ


             นายขจร มุกมีค่า ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 11 อุบลราชธานี กล่าวว่า ขณะนี้ตนได้ทำข้อสรุปประเด็นการตรวจสอบการก่อสร้างพระแก้วมรกตจำลองที่สำนักสงฆ์ป่าขันติธรรม เพิ่มเติม หลังจากสำรวจเบื้องต้นคาดว่าวัสดุที่ก่อสร้างจะเป็นหินชนิดหนึ่ง ส่วนจะเห็นหยกหรือไม่ต้องรอผลการตรวจสอบโดยใช้เทคนิควิธีทางวิทยาศาสตร์จากสถาบันอุดมศึกษาในจ.อุบลราชธานีก่อน คาดว่าจะใช้เวลาในการตรวจสอบประมาณ 1 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตนได้จัดทำรายงานรายละเอียดทั้งหมดเสนอไปยังนายสหวัฒน์ แน่นหนา อธิบดีกรมศิลปากร   

             เบื้องต้นสามารถจำแนกพระแก้วมรกตจำลองที่สร้างในสำนักสงฆ์ป่าขันติธรรมไม่ได้มีเฉพาะองค์เดียว แต่จากการตรวจสอบมีทั้งหมด 3 ขนาด ได้แก่ 1. พระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่มีการกล่าวอ้างว่าใหญ่ที่สุดในโลก 1องค์ 2. องค์ขนาดกลาง คือ ที่อยู่ด้านหน้าองค์ใหญ่ ตรงพื้นราบ 3 องค์ กับที่อยู่ในบริเวณสำนักสงฆ์ป่าขันติธรรมอีกจำนวนหนึ่ง ขณะนี้ยังไม่สามารถนับได้ว่ามีกี่องค์ แต่พบแม่พิมพ์ตั้งอยู่ใกล้ๆด้วย 3. องค์ขนาดเล็ก 4 องค์ ประกอบด้วย องค์ทรงเครื่องฤดูร้อน ประดิษฐานในบุษบก1 องค์ และอีก 3 องค์ ทรงเครื่องแต่ละฤดู ตั้งไว้ให้คนมาคอยทำบุญ โดยจะมีบาตร เจาะรูที่ฝา ไว้ให้ใส่เงิน ส่วนพระแก้วมรกตจำลองแต่ละองค์มีขนาดเท่าไหร่คงจะต้องเข้าไปตรวจสอบอีกครั้ง
 


 

 


                                                                          

"}])