
เจ้าคณะภาค10ติงหาช่องแกล้ง'เณรคำ'
เจ้าคณะภาค10ติงหาช่องแกล้ง'เณรคำ' จะให้กลับต้องให้โอกาสไม่ใช่จับสึก ที่ผ่านมาทุกฝ่ายเอาแต่ฟังความข้างเดียวหาช่องกลั่นแกล้ง สร้างหลักฐานใหม่ๆขึ้นมาตลอด
12ก.ค.2556 บรรยากาศทั่วไปที่วัดบึงพระลานชัย พระอารามหลวงในเมืองร้อยเอ็ด ซึ่งมีพระธรรมฐิติญาณเป็นเจ้าอาวาสและเป็นเจ้าคณะภาค 10 (ธ) โดยบรรยากาศทั่วไปไม่คึกคัก แต่ก็ยังมีลูกศิษย์และประชาชนมาทำบุญตามปกติแต่ก็ไม่มากนัก โดยพระธรรมฐิติญาณได้ติดตามความคืบหน้าคดีหลวงปู่เณรคำจากหน้าหนังสือพิมพ์หลายฉบับอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้พระธรรมฐิติญาณ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับการรายงานผลการพิจารณาของเจ้าคณะจังหวัด 2 จังหวัดคือศรีสะเกษและอุบลราชธานี ตามที่มีการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงความผิดของพระวิรพล ฉัตติโกหรือหลวงปู่เณรคำ ทั้งนี้คงเป็นเพราะผลการสอบสวนอาจจะจบในระดับกรรมการระดับจังหวัดแล้วแจ้งให้อาตมาทราบเท่านั้นก็จบ และอีกประเด็นคือไม่จบหาข้อยุติไม่ได้ก็ต้องรายงานมาให้อาตมาทราบแล้วให้อาตมาเป็นประธานที่เป็นผู้ใหญ่สูงสุดสอบสวนต่อเพื่อหาข้อยุติต่อไป
"สำหรับจะมีการเรียกรถโตโยต้า แคมรี่ ทะเบียน กง.5578 ร้อยเอ็ด ที่หลวงปู่เณรคำนำมาถวายเมื่อปี 2554 คืนนั้น อาตมาเองก็ยินดีที่จะคืนให้และไม่มีปัญหาแต่อย่างใด และพร้อมที่จะให้มีการสอบสวน และให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพราะรถได้มาโดยถูกต้องและเป็นการถวายมาก็รับไว้ ตามธรรมเนียมที่ผู้น้อยถวายให้ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร คืนก็คืน เพราะทางวัดก็มีรถใช้อยู่แล้ว" พระธรรมฐิติญาณ กล่าวและว่า
ส่วนกรณีที่มีการเรียกร้องให้หลวงปู่เณรคำกลับมารับความผิดและสอบสวนตามข้อกล่าวหานั้น พระธรรมฐิติญาณ กล่าวว่า หากจะให้หลวงปู่เณรคำกลับมารับทราบข้อกล่าวหานั้น อาตมาเห็นว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมหากจะจับสึกแต่เพียงอย่างเดียวโดยไม่ฟังข้อเท็จจริง เป็นเเบบฟังความข้างเดียวโดยไม่ฟังพื้นฐานของความเป็นจริง และจ้องแต่จะหาเรื่องใส่ความอย่างเดียว ยกตัวอย่างเช่น การกล่าวหาว่านอนกลับสีกาพอเอาผิดไม่ได้ก็ขยายความว่ามีเพศสัมพันธ์กับเด็กเพื่อสร้างเรื่องที่จะเอาผิดให้ได้ นอกจากนั้นยังกล่าวหาว่ามีการฟอกเงิน พยายามโยงใยไปถึงเรื่องของการพัวพันยาเสพติดขึ้นมาพูดในลักษณะให้ร้ายจนเกินไป ซึ่งเป็นการกล่าวหาและใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรมเข้ามาบังคับใช้
“การสอบสวนหาก จบระดับจังหวัดแล้วก็จบ ตามระเบียบต้องให้ตนเป็นประธาน หากไม่ให้ตนก็แล้วเจ้าคณะใหญ่ แต่จะตั้ง คนอื่นเป็นประธานก็ยอมรับ ตนเห็นว่า หากจะให้หลวงปูเณรคำกลับมาต้องมีคนออกมารับประกันว่า ต้องให้ความเป็นธรรมด้วย ต้องให้โฮกาสเขาชี้แจงทุกเรื่องก่อน ถ้าผิดค่อยจับสึก แต่เท่าที่เป็นอยู่ตนเองก็ไม่เห็นด้วย หากหลวงปู๋เณรคำจะกลับมาให้จับสึกแบบไม่ได้รับความเป็นธรรม “พระธรรมฐิติญาณกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์http://www.alittlebuddha.com ได้เผยแพร่ภาพที่พระธรรมฐิติญาณรับถวายรถจากหลวงปู่เณรคำเมื่อปี 2554
เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษยันไม่เคยได้รับรถจากเณรคำ
ด้านพระครูวิสุทธญาณ เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า การมีรถยนต์อยู่ในความครอบครองจำนวนมาของพระวิรพล พระวิรพล ฉัตติโก หรือหลวงปู่เณรคำ และมีการพาดพิงว่ารถยนต์บางส่วนมีการมอบให้กับพระชั้นผู้ใหญ่ ในส่วนของตนยืนยันว่า ไม่เคยได้รับรถขจากพระวิรพล แม้แต่วัดที่จำพรรรษาคือ วัดซำตาโตง ต.พราน อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ก็มีแต่รถยนต์เก่าไว้ใช้งานเท่านั้น ขณะเดียวกันตามที่คณะสงฆ์จังหวัดศรีสะเกษและจังหวัดอุบลราชธานี ได้กำหนดให้พระวิรพล เข้าพบเพื่อชี้แจงกับคณะกรรมการสอบสวนเป็นวันสุดท้ายหากไม่มาก็ต้องขับออกจากความเป็นพระ



