พระเครื่อง

หลวงปู่เณรคำปาราชิก?

หลวงปู่เณรคำปาราชิก?

12 ก.ค. 2556

หลวงปู่เณรคำปาราชิก? : คำวัด พระธรรมกิตติวงศ์

             เมื่อวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๕๖ พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ อินทรขาว ผู้บัญชาการสำนักคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และคณะ ได้นำหนังสือของดีเอสไอ เรื่องขอส่งข้อมูลพฤติกรรมอันเข้าข่ายเป็นปาราชิกของพระวิรพล สุขผล หรือ หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก มายื่นให้พระครูวิสุทธิญาณ เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต ที่วัดป่าศรีสำราญ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ

             ทั้งนี้ พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ได้ลงพื้นที่สอบสวนข้อเท็จจริงหลังได้รับการร้องเรียนกรณีพระวิรพลเป็นเวลา ๓ วัน พบหลักฐานและได้รับการยืนยันจากพยานปากสำคัญหลายรายว่า พระวิรพลประพฤติตัวไม่เหมาะสมกับสมณเพศ โดยมีการยืนยันเรื่องการเสพเมถุน การล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี การดื่มสุรา เสพยาเสพติด และจากการสอบสวนยังพบว่า พระวิรพล ยังเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมายประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗ วรรคสาม การพรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจาร ซึ่งศาลจะลงโทษสถานหนัก และซึ่งจะแจ้งข้อหานี้เพิ่มเติมด้วย

             คำว่า "ปาราชิก" พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙) ราชบัณฑิต และเจ้าอาวาสวัดราชโอรสาราม ได้ให้ความหมายไว้ว่า “ผู้แพ้” โดยมีรากศัพท์มากจากคำเดียวกับคำว่า “ปราชัย" ซึ่งมีอยู่ ๔ สิกขาบท (ประเภท) ดังนี้

             สิกขาบทที่ ๑ ภิกษุใด ถึงพร้อมซึ่งสิกขาและสาชีพของภิกษุทั้งหลาย แล้วไม่บอกคืนสิกขา ไม่ทำความเป็นผู้ทุรพลให้แจ้ง เสพเมถุนธรรม โดยที่สุดแม้ในสัตว์ดิรัจฉานตัวเมีย เป็นปาราชิก หาสังวาสมิได้

             สิกขาบทที่ ๒ ภิกษุใด ถือเอาทรัพย์อันเจ้าของไม่ได้ให้ เป็นส่วนแห่งโจรกรรม จากบ้านก็ดี จากป่าก็ดี ในเพราะถือเอาทรัพย์อันเจ้าของไม่ได้ให้เห็นปานใด ภิกษุถือเอาทรัพย์อันเจ้าของไม่ได้ให้เห็นปานนั้น แม้ภิกษุนี้ ก็เป็นปาราชิก หาสังวาสมิได้

             สิกขาบทที่ ๓ ภิกษุใด จงใจพรากกายมนุษย์จากชีวิต หรือแสวงหาศัสตราอันจะปลิดชีวิต ให้แก่กายมนุษย์นั้น หรือพรรณนาคุณแห่งความตาย หรือชักชวนเพื่ออันตาย โดยหลายนัย แม้ภิกษุนี้ก็เป็นปาราชิก หาสังวาสมิได้

             สิกขาบทที่ ๔ ภิกษุใด ไม่รู้เฉพาะ (คือไม่รู้จริง) กล่าวอวดอุตริมนุสธรรม อันเป็นความเห็นอย่างประเสริฐ อย่างสามารถ น้อมเข้ามาในตน อันผู้ใดผู้หนึ่งถือเอาตามก็ตาม ไม่ถือเอาตามก็ตาม (คือเชื่อก็ตาม ไม่เชื่อก็ตาม ถูกซักถามก็ตาม ไม่ถูกซักถามก็ตาม) เป็นอันต้องอาบัดแล้ว แม้ภิกษุนี้ก็เป็นปาราชิก หาสังวาสมิได้ เว้นไว้แต่สำคัญว่าได้บรรลุ

"}])