พระเครื่อง

ผู้ใกล้ชิด'เณรคำ'ดิ้นเบรก12ก.ค.อเปหิ

ผู้ใกล้ชิด'เณรคำ'ดิ้นเบรก12ก.ค.อเปหิ

11 ก.ค. 2556

'ธาริต'เผยยอดตรวจสอบรถล่าสุด'เณรคำ'ซื้อรถใน จ.อุบลฯ รวม 35 คัน ตรวจดีเอ็นเอญาติสายตรงได้ 1 คน

               11 ก.ค.56 นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนคดีเกี่ยวกับพฤติกรรมและการกระทำโดยมิชอบของพระวิรพล ฉัตติโก (หลวงปู่เณรคำ) ว่า ล่าสุดได้รับรายงานจาก พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ว่า ตรวจสอบพบพระวิรพลซื้อรถยนต์เพิ่มเติมจากเดิมอีก 35 คัน โดยเป็นรถยนต์และรถตู้หลายรุ่น หลายยี่ห้อ ที่ซื้อมาจากหลายแหล่ง ซึ่งดีเอสไอจะสอบสวนว่ารถทั้งหมดถูกนำไปมอบให้บุคคลใดบ้าง ทั้งนี้ ข้อมูลการครอบครองรถทั้งหมดดีเอสไอมีข้อมูลชัดเจนว่า เป็นการซื้อในชื่อของพระวิรพล ส่วนกรณีที่พบว่ามีการนำรถไปมอบให้พระชั้นผู้ใหญ่หลายรูป ผู้รับจะถือว่ามีความผิดหรือไม่นั้น เบื้องต้นต้องดูเจตนาเป็นหลัก เช่น กรณีที่นำรถไปบริจาคให้วัดที่มีความจำเป็นต้องใช้ในกิจการของสงฆ์ และวัดรับไว้โดยสุจริต มีการใช้งานจริงก็ต้องเข้าใจและให้ความเป็นธรรมผู้รับด้วย

              นายธาริต ยังกล่าวถึงความพยายามในการตรวจดีเอ็นเอพ่อและแม่ของพระวิรพลว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานความคืบหน้า แต่เบื้องต้นสามารถตรวจดีเอ็นเอญาติสนิทคือ พี่ชายต่างมารดาได้แล้ว 1 คน ยืนยันว่าจะใช้ทุกวิถีทางในการนำผลตรวจทางดีเอ็นมาพิสูจน์ให้ได้

              ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีกระแสข่าวพระวิรพลหนีไปอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาจะสามารถนำตัวกลับมาดำเนินคดีได้หรือไม่ นายธาริต กล่าวว่า พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการหารือ ซึ่งปัญหาคือข้อจำกัดที่แต่ละประเทศมีอำนาจอธิปไตยในอาณาเขตของตน ดีเอสไอทำได้เพียงขอความร่วมมือในหลายด้าน เบื้องต้นได้มอบให้สำนักกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศดำเนินการตามขั้นตอน ส่วนเรื่องการขอออกหมายจับนั้น แนวทางของหน่วยงานที่รับผิดชอบทั้ง 5 หน่วยงานคงไม่ดำเนินการขณะที่ยังไม่ปาราชิก ขาดจากความเป็นพระ เพราะเห็นว่ายังไม่ใช่กรณีฉุกเฉิน และพระวิรพลก็อยู่ในต่างประเทศแล้ว อย่างไรก็ตาม ดีเอสไอมีระยะเวลาในการรอคอยกรณีความเห็นในประเด็นปาราชิกของเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ

              ส่วนกรณีที่กองบังคับการกองปราบปรามเตรียมออกหมายจับพระวิรพลเร็ว ๆ นี้ นายธาริต กล่าวว่า แม้คดีดังกล่าวจะรับเป็นคดีพิเศษแล้ว แต่ขณะนี้คาดว่าจะอยู่ระหว่างการโอนสำนวนจากกองปราบมาที่ดีเอสไอ ดังนั้น ระหว่างนี้หากมีข้อมูลเพียงพอหน่วยงานที่รับผิดชอบก็สามารถดำเนินการได้ ถือเป็นการทำงานสนับสนุนกัน

 

ผู้ใกล้ชิด"เณรคำ"ดิ้นเบรก12ก.ค.อเปหิ       


              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุขุม วงประสิทธิ ประธานเครือข่ายบ้านวิมุตติธรรม   ผู้ใกล้ชิดหลวงปู่เณรคำได้เข้าพบพระราชธรรมโกศล เจ้าอาวาสวัดพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ จ.อุบลราชธานี เพื่อยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมและนำหลักฐานภาพถ่ายของหลวงปู่เณรคำที่ถ่ายกับนายสุริ สุขผล น้องชาย เมื่อครั้งที่บวชเป็นพระมอบให้พระธรรมโกศล  นำไปประกอบพิจารณาในเรื่องที่ถูกกล่าวหามีความสัมพันธ์กับหญิงสาว

              ทั้งนี้นายสุขุมได้อ้างว่าน้องชายของพระวิรพลนี้ได้ร้องขอให้มีการทบทวนคำสั่งกรณีที่มีการตั้งคณะกรรมการเพื่อขับพระวิรพล  โดยขอให้ขยายเวลาชี้แจงจาก 12 กรกฏาคม เป็นวันที่ 31 ก.ค. ส่วนการพิสูจน์ดีเอ็นเอขอให้ปฎิบัตตามหลักสากลเป็นที่ยอมรับโดยขอให้ทางโรงพยาบาลตำรวจได้เข้ามาร่วมพิสูจน์ด้วย

              ขณะที่ทางพระราชธรรมโกศลได้รับเรื่องเอาไว้ แต่ยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ เพียงแต่ระบุว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย 

 

แนะชาวพุทธต้องตื่นเพื่อปกป้องพระพุทธศาสนา

 

          พระเมธีธรรมาจารย์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร)  ฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ ได้บรรยายเรื่องสถานการณ์พระพุทธศาสนาในปัจจุบัน ให้กับพระสังฆาธิการให้รับทราบในหลักสูตรการบริหารกิจการคณะสงฆ์ ที่วัดกษัตราธิราช จ.พระนครศรีอยุธยา โดยเห็นว่าปัจจุบันนี้พระพระพุทธศาสนามีภัยรอบด้านทั้งภัยภายนอกอย่างเช่นกรณีระเบิดที่พุทธคยาประเทศอินเดีย หรือภัยภายในอย่างเช่นเหตุฉาวโฉ่ของพระไทย

          "ดังนั้นชาวพุทธต้องช่วยกัน ถ้าไม่ตระหนักรู้ว่าพระพุทธศาสนากำลังมีภัยไม่ป้องกันรักษา ในอนาคตอาจไม่มีพระพุทธศาสนาบนแผ่นดินไทยก็เป็นได้ และรัฐเองก็ต้องช่วยอุปถัมภ์คุ้มครองพระพุทธศาสนาอีกทางหนึ่งด้วย" รองอธิการบดี มจร  กล่าวและว่า

          อย่างไรก็ตามอย่าโทษแต่เฉพาะภัยภายในโดยเฉพาะโทษพระสงฆ์แต่ฝ่ายเดียว อยากให้มองให้ลึกให้ศึกษาให้รอบด้าน เราจะเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าอะไรเป็นอย่างไ และจะแก้ใขปัญหาได้ไม่เดินหลงทาง

 

 

อดีตผู้ศรัทธา"เณรคำ"ยึดที่ดินแม่สอดคืน

 

               ผู้สื่อข่าวรายงานจากอำเภอแม่สอด จ.ตาก ว่า  นางสาวอาทิตยา ประกิจ หรือแตงโม เจ้าของที่ดินบนม่อนหินเหล็กไฟ ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก ที่มีพื้นที่ จำนวน 15 ไร่ และเคยมอบให้หลวงปู่เณรคำ เพื่อตั้งวัดป่าขันติบารมี สาขาที่ 88 แม่สอด ได้มอบหมายให้นายกริช กิ่งแก้ว ซึ่งเป็นคนสนิท นำหลักฐานเอกสารการครอบครองที่ดินแปลงดังกล่าวไปมอบแก่สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ เมื่อวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อให้นำที่ดินไปใช้ประโยชน์เป็นสถานที่ปฏิบัติทางศาสนาอย่างถูกต้อง การมอบที่ดินดังกล่าว มีเจ้าคณะจังหวัดตาก เจ้าคณะอำเภอแม่สอด เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกสภาท้องถิ่น ฯลฯ มาร่วมเป็นสักขีพยานในการรับมอบ

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากรับมอบที่ดินแล้ว ทางคณะสงฆ์ และเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ได้เดินทางไปดูที่ดินที่ใช้เป็นที่วัดขันติบารมี สาขา 88 เพื่อเตรียมการวางแผนพัฒนาให้เป็นศาสนสถานทางพุทธศาสนาแทนวัดขันติบารมี สาขา 88 ต่อไป โดยยกเลิกวัดสาขาแห่งนี้ของหลวงปู่เณรคำ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้มีการรื้อทิ้งป้ายชื่อวัดป่าขันติบารมี สาขาที่ 88 รวมทั้งปลดรูปของหลวงปู่เณรคำที่เคยตั้งไว้บริเวณทางขึ้นวัดออกไปด้วย

 

 

พศ.เตรียมยื่นถอนพาสปอร์ต"เณรคำ"15 ก.ค. นี้


 
               นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ทั่วประเทศ เร่งดำเนินการตรวจสอบสถานะสาขาของสำนักสงฆ์ป่าขันติธรรม ซึ่งมีจำนวนมากกระจายอยู่ทั่วประเทศว่าขออนุญาตถูกต้องหรือไม่ การเข้าไปจัดตั้งสำนักปฏิบัติธรรมได้ขออนุญาตตามขั้นตอนหรือไม่ ที่ดินที่ตั้งเป็นของใคร เจ้าคณะปกครองในพื้นที่ทราบเรื่องหรือไม่ รวมถึงพระสงฆ์ไปพำนักที่สำนักสงฆ์แต่ละสาขาได้ขออนุญาตเจ้าคณะปกครองไหม และต้องตรวจสอบว่าการเรี่ยไรเงินบริจาคของแต่ละสาขาแล้วนำไปทำกิจกรรมอะไรบ้าง เพราะทราบว่ามาบางแห่งนอกจากไม่ขออนุญาตแล้วอาจจะเป็นหน่วยรับเงินเพื่อส่งสาขาใหญ่ ทั้งนี้ทราบมาว่ามีสาขาของสำนักสงฆ์ป่าขันติธรรมไม่ต่ำกว่า 10 แห่งที่ต้องตรวจสอบให้ละเอียด

                " อย่างไรก็ตามได้สั่งกำชับให้ พศจ.ทุกแห่ง เร่งตรวจสอบว่าในพื้นที่ของตนมีสาขาของสำนักสงฆ์ป่าขันติธรรมตั้งหรือไม่ หากพบว่ามีก็ให้เร่งดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดและให้รายงานกลับมาให้ส่วนกลางรับทราบโดยเร็วที่สุด ส่วนที่ถามว่า พศ.จะดำเนินการอย่างไรเรื่องทรัพย์สินที่หลวงปู่เณรคำ นำไปถวายหรือว่าบริจาคให้วัดต่างๆ นั้น เรื่องนี้ต้องรอผลการสอบสวนจากดีเอสไอและเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากพบว่าทรัพย์สินหรือว่าเงินที่นำไปซื้อสิ่งของต่างๆได้ไม่ถูกกฎหมายก็จะต้องส่งคืน" นายนพรัตน์ กล่าว

                นายนพรัตน์ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันหากผลกรสอบสวนของดีเอสไอ และเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าหลวงปู่เณรคำมีความผิดทางอาญาจริง ประกอบกับหลวงปู่เณรคำถูกขับออกจากวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อแล้ว พนักงานสอบสวนมีอำนาจให้สละสมณเพศได้ ตามมาตรา 29 ของพรบ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ซึ่งระบุไว้ชัดเจนว่า พระภิกษุรูปใดถูกจับโดยต้องหาว่ากระทำความผิดอาญา เมื่อพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการไม่เห็นสมควรให้ปล่อยชั่วคราว และเจ้าอาวาสแห่งวัดที่พระภิกษุรูปนั้นสังกัดไม่รับมอบตัวไว้ควบคุม หรือพนักงานสอบสวนไม่เห็นสมควรให้เจ้าอาวาสรับตัวไปควบคุม หรือพระภิกษุ รูปนั้นมิได้สังกัดในวัดใดวันหนึ่ง ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจจัดดำเนินการ ให้พระภิกษุรูปนั้นสละสมณเพศเสียได้

               ผู้อำนวยการ พศ. กล่าวต่ออีกว่า ความคืบหน้าการยกเลิกหนังสือเดินทางหลวงปู่เณรคำนั้น  เอกสารทุกอย่างเตรียมไว้พร้อมแล้วรอหลังจากวันที่ 12 กรกฎาคม หากไม่เดินทางกลับมา ก็ต้องถูกขับออกจากสังกัด เจ้าคณะปกครองก็จะออกคำสั่งให้สึก เพราะเป็นพระไม่มีสังกัด ประกอบกับดีเอสไอชี้มูลความผิดทางอาญา ดังนั้นการยื่นยกเลิกหนังสือเดินทางจึงต้องรอก่อนเพราะจะใช้หนังสือขับออกจากวัดและคำสั่งให้สึกมาประกอบการยื่นด้วย โดยวันที่ 15 กรกฎาคม พศ.และศูนย์ควบคุมพระภิกษุสามเณรไปต่างประเทศ (ศ.ต.ภ.) จะยื่นให้กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) พิจารณาถอนหนังสือเดินทาง

               ส่วนกรณีมีการนำเสนอข่าวว่าวัดที่บ้านคำไฮ ต.หาดแพง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ว่า มีพระรูปหนึ่งใช้ชื่อหลวงปู่เณรคำและพบว่าพระสงฆ์มีพฤติกรรมหลายอย่างน่าสงสัยคล้ายกับหลวงปู่เณรคำ ประธานสงฆ์สำนักสงฆ์ป่าขันติธรรมนั้น ตอนนี้ตนยังไม่มีข้อมูล มีแต่การบอกเล่าเท่านั้น ต้องรอให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) จ.นครพนม ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงและรายงานกลับให้ทราบก่อน อย่างไรก็ตามเรื่องลักษณะนี้ พศจ. และเจ้าคณะปกครองก็จะต้องเข้าไปตรวจสอบเพราะส่วนกลางไม่มีอำนาจไปดำเนินการ" นายนพรัตน์ กล่าว

 

 

               
"สุรพงษ์"เชื่อตามตัว "เณรคำ" ทำไม่ยาก

 

                นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีรายงานข่าวว่า เณรคำเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาและพบว่ามีทรัพย์สินเป็นบ้านที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ว่า การตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือติดตามตัวไม่ใช่หน้าที่หลักของกระทรวงการต่างประเทศ หน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศคือ ดูแลคนไทยที่ประสบปัญหาตกทุกข์ได้ยาก นักธุรกิจมีปัญหาเรื่องการค้าการลงทุน หรือการติดต่อกับภาครัฐ หากมีหน่วยงานประสานมายังกระทรวงการต่างประเทศอย่างเป็นทางการในฐานะหน่วยงานรัฐพร้อมให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตาม แต่ไม่ใช่หน่วยงานหลักในการติดตามตัว หากต้องการความชัดเจนเรื่องที่อยู่ และติดตามตัวสามารถประสานงานกับตำรวจสากลและถ้าเกี่ยวข้องกับเรื่องยาเสพติดแล้วสหรัฐอเมริกาให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาก เชื่อว่าการติดตามจะทำได้ไม่ยาก ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า หลวงปู่เณรคำถือหนังสือเดินทางออกให้เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2554 และหมดอายุในวันที่ 5 กรกฎาคม 2559 

 

 

               
"กรมศิลป์อุบลฯ"ชี้"พระแก้วมรกต"จำลองคาดเป็นหิน

 

                นายขจร มุกมีค่า ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 11 อุบลราชธานี กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบวัสดุที่ใช้ก่อสร้างพระแก้วมรกตจำลองที่สำนักสงฆ์ป่าขันติธรรมว่า หลังได้เก็บเศษวัสดุที่ใช้สร้างพระแก้วมรกตจำลองมาจำนวนหนึ่ง ซึ่งจากประสบการณ์การทำงานมาเมื่อสำรวจด้วยสายตาเบื้องต้นเห็นว่าวัสดุดังกล่าวเป็นเพียงหินชนิดหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่หยก  เพราะลักษณะของหยกเมื่อดูด้วยตาจะมีใสโปร่งชัดเจน มองทะลุผ่านได้ เมื่อสัมผัสเนื้อจะรู้สึกเย็น แต่วัสดุที่ได้มาจากสำนักสงฆ์ป่าขันติธรรมเมื่อมองแล้วมีลักษณะทึบ เป็นแผ่นเล็กๆเท่ากับกระเป๋าเงินแล้วนำมาต่อกันเป็นแผ่นๆ อย่างไรก็ตาม เพื่อความชัดเจนตนจะส่งวัสดุที่ทางสำนักสงฆ์ป่าขันติธรรมไปตรวจพิสูจน์ด้วยเทคนิควิธีทางวิทยาศาสตร์ในสถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีอีกครั้ง ส่วนเรื่องการขออนุญาตสร้างพระแก้วมรกตซึ่งเป็นพระพุทธรูปสำคัญที่ปรากฏตามบัญชีแนบท้ายระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติและการจำลองพระพุทธรูปสำคัญ พ.ศ. 2520 นั้น จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจากทางสำนักสงฆ์ป่าขันติธรรมแต่อย่างใด

 

 

 

"หลวงปู่พุทธะอิสระ"หอบหลักฐานมอบดีเอสไอฟันเครือข่าย"เณรคำ"พร้อมคณะสงฆ์ผู้ใหญ่

 

               หลวงปู่พุทธะอิสระ หรือ พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ได้เข้าพบนายธาริต เพื่อยื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษบุคคล 2 กลุ่ม ในคดีเกี่ยวกับพฤติกรรมและการกระทำโดยมิชอบของพระวิรพล สุขผล หรือหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก กลุ่มแรกประกอบด้วย เจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ และเจ้าคณะตำบลซึ่งอยู่ในที่ตั้งของที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรมในข้อหาบกพร่องต่อหน้าที่และละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ รับของโจรและสินทรัพย์อันมิชอบ ซึ่งถือเป็นความผิดทางโลก รวมทั้งความผิดทางธรรมวินัย คือ มีการปกปิดอาบัติชั่วหยาบ และละเมิดกฎอาญาพระสังฆาธิการ โดยเจ้าคณะฝ่ายปกครองยังไม่ยอมชี้โทษพระวิรพล ทั้งๆที่ประเด็นการอวดอุตตริมนุสธรรมข้อแรกก็สามารถให้ปาราชิกได้แล้ว ส่วนกลุ่มที่สองคือ นายสนอง วรอุไร และพรรคพวกที่เป็นขบวนการปั้นอรหันต์หลอกลวงประชาชน เพื่อให้เกิดบรรทัดฐานทางกฎหมาย เพื่อเป็นการปกป้องไม่ให้เกิดปัญหาที่กระทบต่อความมั่นคงทางพระพุทธศาสนาอีก

               หลวงปู่พุทธอิสระ กล่าวต่อว่า ในระยะที่ผ่านมา 10 ปีเจ้าคณะปกครองฝ่ายต่างๆ เดินทางเข้าออกที่พักสงฆ์วัดป่าขันติธรรมมาตลอด เหตุใดจึงไม่ทราบว่าสถานที่ที่อยู่ในความปกครองของตนเป็นสถานที่เถื่อนตั้งขึ้นมาไม่ถูกต้อง จึงอยากให้ทางดีเอสไอเข้าไปตรจสอบทรัพย์สินย้อนหลังที่พระวิรพลได้มา และนำไปติดสินบนคณะสงฆ์ฝ่ายต่างๆว่ามีจำนวนเท่าใดและขอให้ยึดทรัพย์ให้ตกเป็นของแผ่นดินหรือของสงฆ์เพื่อใช้ประโยชน์ในการบำรุงพุทธศาสนาต่อไป

               “เมื่อนำหลักฐานมอบให้ดีเอสไอแล้ว อาตมาก็จะไปใช้สิทธิตามพระธรรมวินัยร้องเรียนต่อสมเด็จพระวันรัตน์ เจ้าคณะหนใหญ่ วัดบวรนิเวศวรมหาวิหาร ในฐานะที่ดูและพระในนิกายธรรมยุทธให้เข้าไปตรวจสอบการทำงานของเจ้าคณะสงฆ์ตั้งแต่ระดับภาค จังหวัด อำเภอและตำบลทั้งใน จ.อุบลราชธานี และจ.ศรีสะเกษ ว่า เหตุใดการดำเนินการทางธรรมตามบทบัญญัติวินัยสงฆ์ต่อนายคำ จึงเกิดความล่าช้า หากไม่เร่งดำเนินการเร็วๆนี้ จะเกิดเหตุซ้ำกับวัดดังย่านสมุทรสาคร สมุทรสงคราม รวมถึงกรณีรถหรูในวัดดังย่านนครปฐม ”เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย กล่าว

               ด้านนายธาริต กล่าวว่า พระพุทธอิสระ นำหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนพฤติกรรมกระทำผิดของพระวิรพลมามอบให้ แต่เอกสารบางส่วนเป็นข้อมูลลับที่ไม่อาจเปิดเผยได้ ขณะนี้ตนเพิ่งรับเรื่องต้องขอตรวจสอบรายละเอียดเอกสารและหารือข้อเท็จจริงกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ยืนยันว่า จะดำเนินการด้วยความรอบคอบไม่ผลีผลาม เนื่องจากขณะนี้ยังเป็นเพียงข้อกล่าวหาเท่านั้น

  

 

 

 

"}])