
อึ้ง!'เณรคำ'ใช้เงิน95ล้านถอยเบนซ์22คัน
ดีเอสไอพบ 'เณรคำ'ใช้เงิน 95 ล้าน ซื้อเบนซ์ 22 คัน เร่งสอบฟอกเงิน ขอใช้เวลา 2 วันพิสูจน์ดีเอ็นเอ 'ธาริต'เตือนกลุ่มลูกศิษย์หยุดยุ่งเหยิงพยาน-ขัดขวางการสอบสวน
9 ก.ค.56 นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนคดีเกี่ยวกับพฤติกรรมและการกระทำโดยมิชอบของพระวิรพล ฉัตติโก หลวงปู่เณรคำ ว่า ล่าสุดได้รับรายงานจาก พ.ต.ท.กรวัชร์ ประภากร ผบ.สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ซึ่งลงพื้นที่ จ.อุลบราชธานี เพื่อตรวจสอบรถยนต์ที่อยู่ในความครอบครองของพระวิรพล โดยข้อมูลจากศูนย์เบนซ์อุบลราชธานี พบข้อมูลพระวิรพลใช้เงินสดซื้อรถเบนซ์ 22 คัน เป็นเงิน 95 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้มี 21 คัน เป็นชื่อของพระวิรพล ส่วนอีก 1 คัน เป็นชื่อของนายพรรณ์แสง ชูมัง ลูกศิษย์พระวิระพล โดยเป็นรถเบนซ์รุ่น S 300 ราคา 7.59 ล้านบาท ซึ่งดีเอสไอจะสอบสวนขยายผลว่ามีการนำไปฟอกเงินหรือนำไปมอบให้ใครหรือไม่ พร้อมกันนี้ ตนยังได้รับรายงานจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับผลการตรวจสอบภาพถ่ายพระนอนร่วมหมอนกับบุคคลอื่น พบว่า ไม่ใช่ภาพที่มีการตัดต่อหรือตกแต่ง แก้ไข แต่ยืนยันไม่ได้ว่าเป็นการนอนอยู่กับผู้หญิงหรือผู้ชาย
นายธาริต กล่าวต่อว่า ในวันที่ 11 ก.ค.นี้ เวลา 13.00 น. ได้รับการติดต่อจากพระพุทธอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย ว่าจะนำข้อมูลลับเกี่ยวกับพระวิรพลมามอบให้ดีเอสไอนำไปประกอบการพิจารณาคดี อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พบว่ามีลูกศิษย์ของพระวิรพลบางรายพยายามเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยาน ดังนั้น ดีเอสไอจะจับตาคนกลุ่มนี้เพื่อป้องกันไม่ให้กระทำการใดๆ ที่ส่อขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของดีเอสไอ หากพบจะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด
ด้านพ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว ผบ.สำนักคดีความมั่นคง กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาดีเอสไอร่วมกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษเพื่อขอตรวจดีเอ็นเอเด็กชายอายุ 11 ขวบที่อ้างว่า เป็นบุตรของพระวิรพล อย่างไรก็ตาม แม้เด็กจะยินยอมให้ตรวจดีเอ็นเอ แต่พ่อและเม่ของพระวิรพลซึ่งถูกระบุเป็นญาติสายตรงลำดับรองลงไป ขณะนี้ได้รับรายงานจากในพื้นที่ว่ายังไม่สามารถติดต่อคนในบ้านได้ ทำให้ต้องใช้วิธีในการพยายามเข้าติดต่อคนในบ้านให้ได้ ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะพยายามทำให้มีการพิสูจน์ดีเอ็นเอให้สำเร็จ โดยคาดว่าจะดำเนินการให้ตรวจสอบได้ภายใน 2 วัน
สำหรับรายละเอียดรถเบนซ์ 22 คันที่พระวิรพล ใช้เงินสดซื้อจำนวนกว่า 95 ล้าน เป็นการซื้อจากศูนย์รถเบนซ์ในจังหวัดอุบลราชธานีตั้งแต่ปี 2551- 2554 มีดังนี้ 1. เบนซ์ S 300 L ราคา 7.59 ล้านบาท ถือครองในชื่อนายพรรณ์แสง ชูมัง 2.เบนซ์ C 200 K EL ราคา 2.79 ล้านบาท 3. เบนซ์ VITO ราคา 2.6 ล้านบาท 4. เบนซ์ C 200 K EL ราคา 2.79 ล้านบาท 5.เบนซ์ C 200 K E ราคา 2.79 ล้านบาท 6. เบนซ์ C 200 K AV ราคา 2.99 ล้านบาท 7.เบนซ์ E 200 K AV ราคา 3.69 ล้านบาท 8. เบนซ์ E 200 K AV ราคา 3.69 ล้านบาท 9. เบนซ์ E 220 CDI ราคา 3.95 ล้านบาท 10. เบนซ์ E 200 K AV ราคา 3.74 ล้านบาท 11. เบนซ์ E 200 K AV ราคา 3.74 ล้านบาท 12. เบนซ์ S 300 L ราคา 6.3 ล้านบาท 13. เบนซ์ VITO ราคา 3.3 ล้านบาท 14. เบนซ์ VITO ราคา 3.3 ล้านบาท 15. เบนซ์ VITO ราคา 3.3 ล้านบาท 16. เบนซ์ S 500 ราคา 11.1 ล้านบาท 17. เบนซ์ E 250 CGI AV ราคา 4.1 ล้านบาท 18. เบนซ์ E 250 คูเป้ ราคา 5.4 ล้านบาท 19. เบนซ์ E 250 CGI AV ราคา 4.7 ล้านบาท 20. เบนซ์ E 250 CGI เอสเตส ราคา 5.5 ล้านบาท 21. เบนซ์ E 250 CGI เอสเตส ราคา 6 ล้านบาท และ 22.เบนซ์ ML350 เป็นรถมือสอง ราคา 1.5 ล้านบาท
เว็บลิตเติลบุดด้าพบเบาะแส "เณรคำ" อ้างเผ่นเข้าอเมริกาแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 ก.ค. เว็บไซต์ www.alittlebuddha.com ได้เผยแพร่ข้อความเรื่องหลักฐาน “เณรคำ” เข้าปารีส โดยเปิดเผยหนังสือเชิญเรื่อง นิมนต์คณะสงฆ์มาร่วมงานวันวิสาขบูชา ณ กรุงปารีส แสดงธรรมที่วัดโพธิญาณราม ชมรมพุทธศาสนาและกลุ่มชาวพุทธในยุโรป โดยอาราธนาพระสงฆ์ 10 รูป นำโดยพระวิรพล สุขผล สังกัดวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ จ.อุบลราชธานี มีพระครูภาวนาวรธรรมวิเทศ เจ้าอาวาสวัดโพธิญาณราม เมืองตวกโหนง ประเทศฝรั่งเศส เป็นผู้ลงนามในจดหมายนิมนต์ อย่างไรก็ตาม ในช่วงท้ายของหนังสือเชิญทางเว็บไซต์ www.alittlebuddha.com ได้หมายเหตุไว้ว่า “ข่าวล่าสุดรายงานว่าเมื่อ 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา พระวิรพล พร้อมด้วยผู้ติดตามอีก 3 คน ได้เดินทางเข้าอเมริกาแล้ว”
ด้านนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าว่า ขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่าพระวิรพลได้เดินทางไปอเมริกามายัง พศ. แต่หากพระวิรพล เดินทางเข้าประเทศอเมริกาจริง ก็สามารถแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีการส่งตัวกลับมายังประเทศไทยได้ ถือว่ามีคดีติดตัวอยู่ ส่วนเรื่องความคืบหน้าในการถอนหนังสือเดินทางนั้น พศ. กำลังดำเนินการอยู่
"หลวงปู่พุทธะอิสระ"แถลงข่าวยื่นหนังสือ DSI
หลวงปู่พุทธะอิสระ เปิดเผยว่า รู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่ศาลไม่รับคำฟ้องให้เหตุผลว่า ไม่รับฟ้องคดี หลวงปู่พุทธะอิสระ ฟ้อง พระเณรคำ ชี้ว่าตนไม่มีอำนาจ เนื่องจากไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง จริงๆแล้วที่ฟ้องอยากให้เป็นบรรทัดฐานทางกฎหมาย ในพระธรรมวินัย ถ้ามีผู้ใดละเมิดธรรมวินัย ต้องอาบัติปาราชิก ในข้ออวดอุตตริมนุสสธรรม มันเป็นผลกระทบของคนทั้งแผ่นดินที่นำลาภสักการะมาถวาย ผู้ศรัทธาของพระพุทธศาสนาและหลอกเป็น นักบวช เป็นผู้วิเศษ เป็นผู้บริสุทธิ์ เป็นพระอริยะเจ้า เป็นผู้มีศีลสมบูรณ์ เพื่อให้ได้มาลาภ มหาศาล ในเมื่อศาลอาญาไม่รับคำฟ้องก็ไม่สามารถดำเนินการฟ้องเจ้าคณะปกครองจังหวัดศรีษะเกษและเจ้าคณะปกครองจังหวัดอุบลราชธานีได้
ส่วนในประเด็นเสพเมถุนมีผลกระทบกับเมียนายคำและนายคำเท่านั้น ขณะนี้กำลังดำเนินการนำคำฟ้องที่ไปยื่นต่อศาลอาญา ลงเผยแพร่ในโซเชียลเน็ตเวิร์ค เพื่อให้นายคำพร้อมพวก ฟ้องกลับ จะได้มีโอกาสเปิดเผยให้การข้อเท็จจริงต่อศาลต่อไป
"ในเมื่อฉันพึ่งศาลไม่ได้ ฉันก็ต้องพึ่งลำแข้งตนเอง ด้วยวิธีการแหย่มดแดง ให้ตื่นเล่น เขี่ยให้ต่อแตนตื่นออกมาจะได้จัดการกับตัวพญา เพราะเรื่องนี้มันกระทบวงกว้าง ฉันผิดหวังคำวินิจฉัยของศาล ในเมื่อพึ่งศาลไม่ได้ ก็จะต้องพึ่งลำแข้งตนเองอย่างที่บอก"หลวงปู่พุทธะอิสระ กล่าว
ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 10 กรกฎาคม ที่โรงเจหอคุณธรรมฟ้า อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม หลวงปู่พุทธะอิสระ วัดอ้อน้อย เปิดแถลงข่าวหลังศาลอาญาไม่ประทับรับฟ้อง โดย ให้เหตุผลว่า ไม่รับฟ้องคดี หลวงปู่พุทธะอิสระ ฟ้อง พระเณรคำ ชี้ว่าตนไม่มีอำนาจ เนื่องจากไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง จริงๆแล้วที่ฟ้องอยากให้เป็นบรรทัดฐานทางกฎหมาย ในพระธรรมวินัย ถ้ามีผู้ใดละเมิดธรรมวินัย ต้องอาบัติปาราชิก ในข้ออวดอุตตริมนุสสธรรม มันเป็นผลกระทบของคนทั้งแผ่นดินที่นำลาภสักการะมาถวาย ผู้ศรัทธาของพระพุทธศาสนาและหลอกเป็น นักบวช เป็นผู้วิเศษ เป็นผู้บริสุทธิ์ เป็นพระอริยะเจ้า เป็นผู้มีศีลสมบูรณ์ เพื่อให้ได้มาลาภ มหาศาล และได้นำเอกสารสำนวนการฟ้อง ไปเผยแพร่ในโซเชียลเน็ตเวิร์ค
หลวงปู่พุทธะอิสระ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ทำหนังสือกล่าวโทษร้องทุกข์ ต่อ พระวันรัต วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ปฏิบัติหน้าที่แทนโดยปกครองคณะสงฆ์นิกายธรรมยุตทั่วประเทศ ทั้งหมดรวม 18 ภาค 76 จังหวัด ให้ทำการตรวจสอบคณะสงฆ์ดำเนินการต่อคณะปกครองจังหวัดศรีษะเกษและเจ้าคณะปกครองจังหวัดอุบลราชธานี ที่มีผิดวินัยพระสังฆธิการ ที่ไม่ดำเนินการเอาผิด ในข้อ อวดอุตตริมนุสสธรรม อ้างตนเป็นพระอรหันต์ โดยมอบหมายทนายนำหนังสือไปส่งแทน ภายในสัปดาห์นี้ และในวันที่ 11 กรกฏาคม 56 เวลา 13.00 น.หลวงปู่พุทธะอิสระ จะเดินทางเข้าพบ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ตรวจสอบหลวงปู่เณรคำ ทรัพย์ที่มีในครอบครอง พร้อมแนะนำ ให้ตรวจสอบทรัพย์ที่มีในครอบครอบว่า มีที่มาอย่างไร และให้ข้อมูล เพื่อให้ติดตามกรณีวัดที่มีรถหรูที่อยู่ในจังหวัดนครปฐม และวัดที่มีเครื่องปั้มยาบ้า ที่อยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร ต่อไป



