
'DSI'เล็งชงตรวจDNA'เณรคำ'พันสีกา
'ดีเอสไอ'เล็งชงตรวจดีเอ็นเอ'เณรคำ'พันสีกา ถวายหลักฐานเจ้าคณะสอบอธิกรณ์ ปัดโยนกลองระหว่างสองจังวัด ม.สันติภาพโลกเลิกมอบปริญญาผู้น้ำท้องถิ่น
7ก.ค.2556 การตรวจสอบพฤติกรรมของหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก หรือพระวิรพล สุขผล อายุ 34 ปี ประธานสำนักสงฆ์ขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว ผู้บัญชาการสำนักคดีความมั่นคง ดีเอสไอ กล่าวว่า ได้สรุปผลการสืบสวนเบื้องต้นกรณีที่มีข้อกล่าวหาพระวิรพลมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับหญิงรายหนึ่ง ขณะเป็นผู้เยาว์ กระทั่งมีบุตรด้วยกัน 1 คน ส่งให้เจ้าคณะปกครองจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อประกอบการพิจารณาเรื่องการปาราชิก หรือให้ขาดจากความเป็นพระ ส่วนการดำเนินคดีฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปีนั้น จะต้องมีการหารือถึงผู้รับผิดชอบในการแจ้งความดำเนินคดี เบื้องต้นคาดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่จะเป็นผู้ดำเนินการ เนื่องจากขณะนี้ดีเอสไอยังไม่ได้รับเรื่องดังกล่าวเป็นคดีพิเศษจึงยังไม่มีอำนาจในการดำเนินการเอง
พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ ระบุด้วยว่า ส่วนการสืบสวนประเด็นอื่น ทั้งเรื่องการฉ้อโกง การครอบครองทรัพย์สินจำนวนมากและการเรี่ยไรเงินนั้น วันที่ 9 กรกฎาคมนี้ เวลา 09.30 น. ดีเอสไอจะประชุมร่วมกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และปปง. เพื่อสอบถามความคืบหน้าการสืบสวน พร้อมกันนี้จะมอบให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอบุตรที่อ้างว่าเกิดจากหลวงปู่เณรคำ เพื่อนำพยานทางนิติวิทยาศาสตร์ไปประกอบการดำเนินคดีด้วย
ทั้งนี้ ยืนยันว่ามีวิธีพิสูจน์ความเกี่ยวข้องทางสายเลือด แม้ว่าพระวิรพลจะไม่เดินทางกลับมาให้พิสูจน์ด้วยตัวเอง
"ส่วนแนวโน้มการสอบปากคำพยานที่ถูกอ้างว่ามีสัมพันธ์ชู้สาวปากอื่นๆ จะมีการพิจารณาอีกครั้งว่าจะเรียกสอบปากคำหรือไม่ เพราะทราบว่ายังมีหญิงสาวอีกหนึ่งรายอาจจะมีสัมพันธ์กับหลวงปู่เณรคำขณะเป็นผู้เยาว์" พ.ต.ท.พงษ์อินทร์กล่าว
ถวายหลักฐานเจ้าคณะสอบอธิกรณ์
เมื่อเวลา 14.45 น.ที่วัดป่าศรีสำราญ ต.เมืองใต้ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ที่ตั้งของสำนักงานเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ นายวิรอด พรรณนา ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา และคณะเจ้าหน้าที่ ได้นำคณะสอบสวนคดีพิเศษนำโดย พ.ต.ท.พงษ์อินทร์พบพระครูวิสุทธิญาณ เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ โดยมี พระครูวัชรสิทธิคุณ เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ และพระครูธรรมธรคำไข โสภาจาโร ที่ปรึกษาพระเลขาเจ้าคณะจังหวัด ร่วมรับมอบเอกสารการสอบสวนจากดีเอสไอเพื่อส่งมอบต่อให้กับคณะกรรมการสอบอธิกรณ์สงฆ์ เพื่อเข้าสู่ที่ประชุมสงฆ์ พิจารณาพระธรรมวินัยต่อไปเพื่อหาเหตุผลในการลงโทษตามพระธรรมวินัย ขณะที่ ดีเอสไอแจ้งว่าในสัปดาห์หน้าจะนำหลักฐานที่สำคัญจากการสอบสวนลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิดตัวหลวงปู่เณรคำมามอบให้คณะสงฆ์เพิ่มเติมด้วย
พระครูวิสุทธิญาณ กล่าวว่าจะได้นำไปมอบให้คณะสอบอธิกรณ์สงฆ์เพื่อพิจารณาข้อมูล จากนั้นก็จะนำเข้าสู่ที่ประชุมสงฆ์ เพื่อพิจารณาตามหลักพระธรรมวินัยสงฆ์ ในส่วนอาตมาแล้ว ณ วันนี้เป็นการให้ข้อมูลเพียงฝ่ายเดียว คือ ฝ่ายผู้รุก แต่ผู้ถูกรุกยังไม่มีการออกมาให้ข้อมูลเหตุผลใดใด จึงจะต้องทำงานให้รอบคอบ เพราะต้นไม้ใหญ่ยอมที่จะมีรากแก้ว รากฝอยเป็นจำนวนมาก อีกประการหนึ่งก็คือ เป็นพระที่อยู่ในสังกัดอื่น ที่ยังไม่มีการตอบปฎิเสธออกมาอย่างชัดเจนจากต้นสังกัด แต่คณะสงฆ์ศรีสะเกษเองก็ไม่ได้นิ่งเฉยออกปฎิบัติหน้าที่สอบอธิกรณ์ทุกวัน เพื่อหาเหตุและผลของเรื่อง ในการให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย จะเอาเพียงโลกติเตียนเพียงอย่างเดียวมาติดสินปาราชิกเลยนั้นไม่ได้ เพราะขณะนี้เป็นเพียงฝ่ายเดียวที่ออกมาว่าพระผิดอย่างนั้นพระทำอย่างนี้ ส่วนในการสอบสวนพระธรรมวินัยก็จะต้องนำเอาทั้งสองฝ่ายมาสอบร่วมกันให้ข้อมูลทั้งสองฝ่ายจึงจะสมควร แต่หากมีการแจ้งเตือนไปแล้วพระไม่มาให้ความร่วมมือตามกำหนดเราก็จะสามารถพิจารณาได้เช่นกัน
ส่วนพระครูวัชรสิทธิคุณ กล่าวว่า คณะสงฆ์ศรีสะเกษ ไม่เคยคิดที่จะโยนกลองไปมาระหว่างจังหวัดอุบลราชธานีกับศรีสะเกษ เพราะทางฝั่งสงฆ์อุบลฯ ก็ทำงานไปส่วนสงฆ์จังหวัดศรีสะเกษก็ทำงานไป สุดท้ายทุกเรื่องก็จะมาบรรจบพบกันรวมทั้งทางของคณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายบ้านเมืองด้วย แล้วคำตอบก็จะออกมา
ขณะเดียวกันนายวิรอด กล่าวว่า ในระยะ 2 - 3 วันที่ผ่านมา ภายหลังจากที่ได้มีการประชุมคณะเจ้าหน้าที่มีการแบ่งงานกันทำ เพื่อสืบเสาะหาข้อมูล เพื่อนำไปสู่การสอบสวน บันทึกปากคำกรณีพระวิรพล ขณะนี้ได้บทสรุปมาส่วนหนึ่ง ซึ่งได้พิมพ์เป็นเอกสารทางราชการส่งมอบให้กับเจ้าคณะจังหวัดเพื่อรับทราบ และนำประกอบหลักฐานในการพิจารณาพระแล้ว
และอีกส่วนหนึ่งก็จะได้ส่งรายงานไปยัง ผอ.สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติเพื่อพิจารณาส่งการอีกต่อไปด้วย ซึ่งน่าที่จะเป็นไปในแนวทางเดียวกันกับคณะสอบสวนคดีพิเศษ โดยแยกออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ ส่วนของการเสพเมถุนและเรื่องการอวดอุตริ ซึ่งจำเป็นที่คณะสงฆ์จะต้องใช้หลักฐานที่มากพอในการพิจารณา ซึ่งสำนักพระพุทธศาสนาก็มีหน้าที่สอบสวนนำเสนอข้อมูลทุกด้านต่อไป
สำหรับบรรยากาศที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรม แม้นจะเป็นวันพระใหญ่ได้มีญาติโยมมาร่วมทำบุญ โดยการนำข้าวปลาอาหารมาถวายกันจำนวน 12 คน ซึ่งน้อยลงไปทุกวัน เพราะเมื่อก่อนหากเป็นวันพระใหญ่จะมีญาติโยมเดินทางมาวัดมากกว่าร้อยคน ทั้งจากในหมู่บ้าน ตำบลยาง และจากต่างจังหวัด เพื่อมาร่วมทำบุญ ถือศีลปฎิบัติธรรม สวดมนต์ เนื่องในวันพระ แม้ว่าหลวงปู่เณรคำ จะไม่อยู่ก็ตาม
ม.สันติภาพโลกเลิกมอบปริญญาผู้นำท้องถิ่น
ด้าน พ.ต.ท.ศักกพล สุขปาน หัวหน้าสำนักสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย ดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีการมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตของมหาวิทยาสันติภาพโลก กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนว่า ล่าสุดทราบว่ามหาวิทยาลัยสันติภาพโลกได้ยกเลิกการจัดพิธีมอบปริญญาบัตรให้แก่ผู้บริหารท้องถิ่นแกนนำและปราชญ์ชาวบ้าน ประมาณ 100 คน ที่จะมีขึ้นในวันที่ 21 กรกฎาคมนี้ ส่วนสัปดาห์หน้าจะทยอยเรียกสอบปากคำผู้ที่ได้รับมอบปริญญาไปแล้ว
กองปราบลงตรวจบ้าน-สำนัก'เณรคำ'
พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รองผู้บังคับการตำรวจกองปราบปราม หัวหน้าคณะทำงานชุดสอบสวน กองปราบปรามคดี ที่นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษพระวีรพล ฉัตติโก หรือหลวงปู่เณรคำ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พิบูลมังสาหาร ได้เข้าพื้นที่บ้านทรายมูล อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเข้าตรวจบ้านพักของนายรัตน์และนางสุดใจ สุขผล บิดามารดาของหลวงปู่เณรคำ แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าตรวจสอบและพูดคุย เนื่องจากทั้งบิดาและมารดาอ้างว่าเจ็บป่วยไม่สะดวก
จากนั้นคณะของรองผู้บังคับกองปราบปราม ได้เข้าตรวจสอบสำนักสงฆ์สันติธรรมบารมี สาขาที่ 1 ซึ่งพระวีรพลได้ใช้พื้นที่ทุ่งนาท้ายหมู่บ้านเนื้อที่กว่า 28 ไร่เพื่อจัดสร้างเป็นสำนักสงฆ์โดยได้มีการเปิดใช้ในการจัดงานวันเกิดแล้วรวม 2 ปีในปี พ.ศ.2553 - 2554 และเตรียมจัดสร้างเป็นที่พักและสร้างรูปเหมือนหลวงปู่เณรคำ ขนาดความสูงเท่ากับอาคาร 10 ชั้น แต่ยังไม่แล้วเสร็จ
เจ้าหน้าที่กองปราบปรามไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบด้านในได้ เพราะปิดประตูไว้อย่างแน่นหนา เมื่อเข้าตรวจสอบพื้นที่ที่ได้จัดสร้างเป็นโรงเก็บรถยนต์ มีรถยนต์เพียง 2 คันเป็นรถยนต์จิ๊ป ไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 1 คัน และรถยนต์ตู้ ทะเบียน อร 6926 กทม. จำนวน 1 คัน
พ.ต.อ.ประสพโชค กล่าวว่า ผู้บังคับการตำรวจกองปราบปรามและหัวหน้าคณะทำงานชุดสอบสวนฯ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้มอบหมายให้กองปราบปราม ดำเนินการตามที่มีผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ โดยวันนี้ ตั้งใจจะพบพูดคุยกับโยมแม่ของหลวงปู่เณรคำ แต่ไม่สะดวกเนื่องจากมีอาการป่วย ซึ่งทางกองปราบ จะขอคำสั่งศาลในการเข้าตรวจค้นในอีก 1- 2 วันนี้ เบื้องต้นจะมีการตรวจสอบเรื่องดีเอ็นเอ รวมทั้งเรื่องการฉ้อโกงประชาชน คดีผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ คดีสงฆ์ และคดีอื่นๆหากเกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ตำรวจกองปราบปรามฯ ได้ประสานข้อมูลเกี่ยวกับคดีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับเรื่องของเด็กและผู้หญิง ที่มีส่วนเกี่ยวพันกับหลวงปู่เณรคำ จึงประสานงานกับคณะทำงานของนางปวีณา หงสกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) รวมทั้งในวันอังคารที่ 9 ก.ค.นี้ จะได้แลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกับเลขาธิการ ปปส. เพื่อตรวจสอบที่มาของเงินจำนวนมากตามที่มีการกล่าวร้องทุกข์และจากการตรวจสอบของ สำนักงาน ปปง. ที่มีมากกว่า 200 ล้านบาท โดยจะดำเนินการด้วยความรวดเร็วและให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย



