
ฟ้าผ่า!ช่อฟ้าวัดสุทัศน์ฯ'ฤา?'จะเป็นรางร้าย
ฟ้าผ่า!ช่อฟ้าวัดสุทัศน์ฯ"ฤา?" จะเป็นรางร้ายแห่งแผ่นดินไทย พ.ศ.๒๕๕๖ : เรื่อง ไตรเทพ ไกรงู ภาพ ประเสริฐ เทพศรี
"ปรากฏการณ์ฟ้าผ่า" ในมุมของนักวิทยาศาสตร์อาจจะมองว่าเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ สามารถอธิบายได้ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ แต่ในมุมมองของโหราศาสตร์ กลับมีมุมมองที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะปรากฏการณ์ฟ้าผ่าลงในสถานที่สำคัญของประเทศชาติ มีคติความเชื่อว่า "เป็นลางร้ายของแผ่นดินไทย บุคคลในสถาบันศาสนา ซึ่งเป็นหลักของชาติจะมีอันเป็นไป" โดยล่าสุดเมื่อปลายเดือนมิถุนายนประมาณ วันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๖ ได้เกิดเหตุฟ้าผ่าช่อฟ้าช่อที่ ๒ ทางทิศตะวันออกของพระอุโบสถ วัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร กทม.
"เหตุฟ้าผ่าช่อ วัดสุทัศน์ฯ นักโหราศาสตร์ถือว่าเป็นลางร้ายของแผ่นดินไทย โดยเฉพาะจะเกิดภัยกับพระพุทธศาสนา จะมีการสูญเสียพระราชาคณะชั้นผู้ใหญ่ หรือพระสงฆ์ที่มีผู้นับถือมากๆ ขณะเดียวกันก็จะเกิดความขัดแย้งของคนในชาติอย่างรุนแรง"
ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นส่วนหนึ่งของคำพยากรณ์ของโหรลักษณ์ เรขานิเทศ เลขาธิการสถาบันพยากรณ์ศาสตร์ เจ้าของฉายา "โหรฟันธง"
ทั้งนี้ "โหรฟันธง" ได้อธิบายโดยยกเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ เคยเกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวมาแล้ว ๒ ครั้ง คือ ครั้งที่ ๑ ใน พ.ศ.๒๒๔๖ แผ่นดินสมเด็จพระเจ้าเสือ ยอดมณฑปของวิหารพระมงคลบพิตร ต้องอสุนีบาต (ฟ้าผ่า) ไฟไหม้เครื่องบนมณฑปหักพังลงมาต้องพระเศียรหัก เหตุการณ์นั้นเกิดก่อนที่จะเสียกรุงครั้งที่ ๒ ส่วนครั้งที่ ๒ เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๑ ในจดหมายเหตุความทรงจำของกรมหลวงนรินทรเทวี ที่ได้รับสั่งเมื่อเกิดเพลิงไหม้พระที่นั่งอมรินทรมหาปราสาทว่า
“ณ วันอาทิตย์ เดือน ๗ ขึ้น ๑ ค่า ปี วอก เอกศก เพลาบ่าย ๓โมง ๖ บาท อสุนีบาตพาดสายตกติดหน้าบรรณมุขเด็จเบื้องทิศอุดร ไหม้ตลอดลงบนปราสาท ปลายหักพัดฟาดลงพระปรัศซ้ายเป็นสอง ซ้ำลงซุ้มพระทวารแต่เฉพาะไหม้ พระโองการตรัสว่า เราได้ยกพระไตรปิฎก เทวาให้โอกาสแก่เรา ต่อเสียเมือง จึงเสียปราสาท ด้วยชะตาเมืองคอดกิ่วใน ๗ ปี ๗ เดือน เสร็จสิ้นพระเคราะห์เมือง จะถาวรลาดับ กษัตริย์ได้ถึง ๑๕๐"
ข้อความในปูมโหรก็ตรงกับจดหมายเหตุฯ ที่เรียกว่า อุบาทว์พระอินทร์ คือในครั้งนั้น สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ถึงกับปริวิตกแล้วให้มีเรียกผู้ที่เกี่ยวข้อเข้าเฝ้าเพื่อทรงถามในเรื่องที่เกี่ยวข้อง มีฝ่ายสงฆ์ (สมเด็จพระสังฆราช และพระราชาคณะหลายรูป) กรมโหรหลวง พระมหาราชครู จากเทวสถาน สรุปว่า “เป็นนิมิตที่เป็นอวมงคล” ในครั้งมีการแก้เคล็ดโดยการทำบุญใหญ่ ๗ วัน ๗ คืน มีพิธีเจริญพระมหาพุทธมนต์นพพระเคราะห์ (พระคาถาเป็นมนต์พระปริตร)
นอกจากนี้เหตุการณ์ฟ้าผ่าที่เกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๐ ตรงกับขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๖ เวลาประมาณ ๑๘.๐๐ น. เกิดเหตุการณ์ช่อฟ้าวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ต้องอสุนีบาต หรือฟ้าผ่า หักโค่นลงมา ในครั้งนี้มีการทำนายวาท ชื่อของวัดกัลยาณมิตร ถือเป็นชื่อแห่งความสามัคคีของหมู่มิตรที่ดี และฟ้ามาผ่าช่อฟ้า ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่สูงสุด ถือว่าเป็นลางร้ายซ้อนลางร้าย จึงมีการทำนาย ๒ ประเด็น คือ ๑.จะมีความแตกแยกเกิดขึ้นในหมู่มิตร และ ๒.จะมีการสูญเสียของที่อยู่สูงสุดในแผ่นดิน แต่ไม่มีใครแก้เคล็ด ทุกอย่างจึงเป็นไปตามคำทำนายของโหร
พร้อมกันนี้ โหรฟันธงยังบอกด้วยว่า ในวันที่ ๖-๗-๘ ตุลาคม ๒๕๕๖ นี้ โดยประมาณ (ในวันที่ ๗ ตุลาคม องศาของดาวเสาร์และราหู จะสนิทกันที่ ๑๔ องศา ณ ราศีตุล) เหตุการณ์ก่อน และหลังในห้วงช่วงเวลาดังกล่าว ถือเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่จะเกิดวิกฤติได้นานาประการ ว่ากันตามจริง ตามทฤษฎี ถ้าเป็นดวงชะตาคน ก็จะถึงกาลแห่งเคราะห์ครั้งใหญ่ บ้านแตกสาแหรกขาด ประสบเหตุเภทภัย ล้มละลายขาดทุน ครอบครัวแตกแยก ต้องคดีความ รวมถึงเจอภัยทางธรรมชาติ ราชภัย โจรภัย
การพยากรณ์ชะตาเมือง ในมุมเกณฑ์อย่างนี้ ก็ต้องวิเคราะห์ถึงกลียุคมิคสัญญี ผู้คนในบ้านเมืองจะแตกความสามัคคี และหันหน้าเข้ามาประหัตประหารทำลายล้างซึ่งกันและกัน ความแตกต่างนำไปสู่ความแตกแยก บนการปลุกระดม ต่างคนต่างก็อ้างความชอบธรรม และจ้องทำลายล้างบุคคล กลุ่มบุคคล คณะบุคคลที่มีความคิดแตกต่างกันในทางความคิด โดยเฉพาะความคิดความเห็นทางการเมือง ความคิดความเห็นทางศาสนา และความคิดความเห็นทางกฎหมาย
"ถ้าฟ้าผ่าวัดอื่นอาจจะเป็นเรื่องธรรมดา แต่ฟ้าผ่าพระอารามหลวง วัดที่มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ โบราณถือว่าเป็นอุบาทว์อย่างรุนแรง เทวดามาเตือนให้คนเร่งมาทำบุญ เราปิดฟ้า กั้นดินไม่ได้ โดยเฉพาะฟ้าผ่าโบสถ์วัดสุทัศน์ฯ เป็นการเตือนภัยที่ตรงที่สุดว่าจะเกิดเหตุร้ายไม่ดีต่อบ้านเมืองถือว่าเป็นเรื่องใหญ่โต บุคคลที่รับผิดชอบจะมองข้ามว่า เรื่องฟ้าผ่าช่อฟ้าวัดสุทัศน์ฯ เป็นเหตุธรรมชาติไม่ได้ ในอดีต พระมหากษัตริย์เป็นผู้แก้เคล็ด แต่ในปัจจุบันการเมืองการปกครองเปลี่ยนไป ผู้มีอำนาจบริหารบ้านเมืองสูงสุดในขณะนี้ คือ นายกรัฐมนตรี สิ่งหนึ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรก คือ ต้องบำรุงระศาสนา จัดอบรมปฏิบัติธรรมรอบเมือง ทำบุญสืบชะตาเมือง" โหรฟันธง กล่าวแนะนำ
ในขณะที่นายกิจจา ทวีกุลกิจ หรือ "หมอนิด" โหรการเมืองชื่อดัง กล่าวเสริมว่า เป็นการบ่งบอกว่าน่าจะมีเหตุสำคัญถึงกับต้องสูญเสียพระผู้ใหญ่ในวงการสงฆ์ที่ทุกคนเคารพ หรือบุคคลที่มีชื่อเสียงอันเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนทั้งประเทศ ถ้าไม่สูญเสียอาจจะต้องเจ็บป่วยหนัก ผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ควรคิดว่าเป็นเหตุการณ์ธรรมชาติปกติธรรมดา เหตุฟ้าผ่าวัดโบราณ คู่บ้านคู่เมือง ไม่ใช่เรื่องปกติ ที่สำคัญคือทั้งชื่อของวัดที่เป็นมงคล รวมทั้งตั้งอยู่ในใจกลางเมืองหลวง ถือว่าเป็นเหตุอาเพศ
วันพุธมหาอุบาทว์
โครงการเจริญพระพุทธมนต์เพื่อสร้างความสมานฉันท์และเป็นสิริมงคลแก่ประเทศไทย ที่จัดขึ้นในวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๖ ระหว่างเวลา ๑๔.๒๒-๑๕.๒๒ น. โดยมีวัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร กทม.เป็นศูนย์กลาง และวัดที่ร่วมจัดกิจกรรมอีก ๑๘ วัด แม้จะมีวัตถุประสงค์เป็นสิริมงคลแก่ประเทศไทย แต่โหราจารย์หลายสำนัก ต่างให้ข้อมูลในทิศทางเดียวกันว่า
“เหตุที่มีการกระทำพิธีในวันดังกล่าวเชื่อว่ามีผู้รู้ดวงชะตาเมืองเป็นอย่างดี ต้องการทำจะทำลายสิ่งยึดเหนี่ยวในแผ่นดินให้มีอันเป็นไปในทางที่เลวร้ายมากยิ่งขึ้น"
ทั้งนี้ พระสุทธิธรรม สุทธิญาโณ หรือพระอาจารย์ต้อม ศิษย์เอกพระมหาประดิษฐ์ ถิระธัมโม อดีตโหราจารย์ใหญ่ประจำวัดสุทัศน์ฯ กทม. ให้ข้อมูลว่า ในทางโหราศาสตร์เป็นวันที่ห้ามประกอบกิจกรรมมงคลต่างๆ หรือห้ามประกอบการมงคลต่างๆ เนื่องจากเป็นวันมหาอุบาทว์ ตามกาลโยคประกาศมหาสงกรานต์ประจำปี ซึ่งเป็นประกาศที่บ่งบอกว่าฤกษ์ยามในแต่ละวันนั้นวันใดที่เหมาะสำหรับที่จะทำการมงคลหรือกิจการใดๆ เช่น วันพฤหัสบดี เป็นวันธงชัย เหมาะแก่การทำงานมงคลทำทุกอย่าง แต่ต้องขึ้นกับข้างขึ้นข้างแรมด้วย วันอาทิตย์เป็นวันอธิบดี เหมาะแก่การทำงานมงคลทำทุกอย่าง
ในประกาศสงกรานต์ พ.ศ.๒๕๕๖ ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า วันพุธเป็นวันมหาอุบาทว์ วันอังคารเป็นโลกาวินาศ ซึ่งหมายความว่า หากกระทำการมงคลใดๆ ภายใน ๒ วันนี้ ก็อาจจะได้รับโชคร้าย โดยในคติความเชื่อของคนโบราณ ใครกระทำการในวันนี้จะมีความทุกข์ ๑๐ ประการ เช่น เสียบุคคลอันเป็นที่รัก จากมิตรกลายเป็นศัตรู เสียทรัพย์สิน มีอุบัติเหตุเภทภัย หากกระทำโดยเป็นหมู่คณะก็จะเกิดการแตกแยก หรือมีอันเป็นในทางร้าย
สำหรับดวงดาวที่มีความสำคัญต่อดวงเมือง พระสุทธิธรรม อธิบายว่า ดาวเสาร์โคจรมาสถิตอยู่ราศีตุลทำมุม ๑๘๐ องศา ซึ่งเป็นมุมให้โทษแก่พระอาทิตย์ดวงเมือง ทั้งนี้ในวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๖ พระอาทิตย์จะย้ายจากราศีเมถุนมาสถิตอยู่กรกฎ ทำนี้จะทำมุงจตุโกน (๙๐ องศา) กับดาวพระเสาร์ทำลายดาวอาทิตย์ดวงเมือง ผู้บริหารบ้านเมืองทำการยุ่งยาก



