พระเครื่อง

'สมเด็จพระวันรัต'เรียก'เณรคำ'กลับ

'สมเด็จพระวันรัต'เรียก'เณรคำ'กลับ

04 ก.ค. 2556

'สมเด็จพระวันรัต'เรียกให้ 'เณรคำ' กลับแต่ยังไม่กลับ ด้าน'มส.'จี้เจ้าคณะปกครองใช้กฎ มส.ควบคุมพระในสังกัด ด้าน'ลูกศิษย์'ร้อง'ปอท.'ให้ตรวจสอบภาพฉาว

                เมื่อเวลา 14.00 น. ที่วัดบวรนิเวศวิหาร สมเด็จพระวันรัต ในฐานะรักษาการเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุตและกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) กล่าวถึงกรณีการตรวจสอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับหลวงปู่เณรคำ ว่า ได้มอบหมายเจ้าคณะปกครองไปดำเนินการแล้ว อาตมาไม่อยากเข้าไปแทรกแซงหรือล้วงลูกการทำงาน รอให้ทางเจ้าคณะปกครองรายงานกลับขึ้นมาก่อน อย่างไรก็ตามเวลานี้หลวงปู่เณรคำยังไม่ได้กลับมาประเทศไทย คงต้องรอให้กลับมาก่อน ซึ่งอาตมาได้เรียกให้กลับมาแล้ว แต่เขายังไม่กลับ อย่างไรก็ตามในการประชุม มส.วันที่ 10 ก.ค.นี้ จะยังไม่มีการนำเสนอกรณีการตรวจสอบหลวงปู่เณรคำให้ที่ประชุมรับทราบ เนื่องจากกระบวนการยังอยู่ระหว่างการสอบสวน

               ด้านนายวรัญชัย โชคชนะ ประธานกลุ่มพุทธศาสนิกชนไทย กล่าวว่า ตนได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อสมเด็จพระวันรัต เพื่อขอให้เร่งดำเนินการกระบวนการสอบสวนหลวงปู่เณรคำ เนื่องจากเห็นว่าทางเจ้าคณะปกครองดำเนินการล่าช้า และไม่มีวี่แววว่าเณรคำจะกลับมาหรือไม่ รวมถึงการยืดเวลาให้เณรคำไปจนถึงวันที่ 31 ก.ค.56 นั้นเห็นว่านานเกินไป พร้อมกันนี้ตนยังขอให้ มส.ออกคำสั่งเรียกตัวเณรคำกลับไทยด่วนภายใน 7 วัน เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง และหากมีความผิดถึงขั้นปราชิกก็ต้องจับสึกทันที ถ้าไม่มาถือว่ามีเจตนาหนีความผิด                    
            
               แหล่งข่าวระดับสูงจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการ พศ. ได้รายงานกรณีหลวงปู่เณรคำ ให้ที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) รับทราบแล้ว โดยที่ประชุม มส.มีความเห็นว่า ให้สั่งการไปยังเจ้าคณะปกครองดำเนินการตามกฎหมายระเบียบและประกาศของ มส.ที่มีอยู่ ไม่จำเป็นต้องออกระเบียบอะไรเพิ่มเติม รวมถึงที่ประชุม มส. เห็นตรงกันว่าเพื่อเป็นการแก้ปัญหาในระยะยาวให้แจ้งและกำชับเจ้าคณะปกครองทุกระดับชั้นทั่วประเทศ บังคับใช้กฎระเบียบ มส. อย่างเข้มงวดในการควบคุมและดูแลพระสงฆ์ในปกครอง 

 

พระพยอมจัดปาฐกถา“อภินิหารปู่เณรคำและกรรมลิขิตของมิตซูโอะ”


              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มูลนิธิสวนแก้ว โดยพระราชธรรมนิเทศ (พระพยอม กัลยาโณ) ได้แจ้งว่า จัดจะแถลงข่าวโครงการธรรมะเรียลลิตี้ที่ไม่เคยมีวัดไหนทำมาก่อน เพื่อให้สังคมได้พลิกมุมมองการทำบุญในยุคปัจจุบันว่า แทนที่จะเอาเงินบริจาคของญาติโยมไปสร้างพระ สร้างโบสถ์ สู้เอาไปสร้างคน สร้างสาธารณประ โยชน์ไม่ได้ การแถลงข่าวครั้งนี้ พระพยอมจะประกาศท้านักเรียนอาชีวะต่างพวกต่างสถาบัน ให้ยกพวกมาเจอกันในวัด โดยขอเชิญชวนสถาบันระดับอาชีวศึกษาทุกแห่งทั่วประเทศ คัดเลือกส่งตัวแทนนักเรียนสถาบันละ 5 คน มาใช้ชีวิตและทำกิจกรรมร่วมกันเป็นเวลา 10 วันในวัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี ทีมต่าง ๆ ที่ไม่ถูกคัดออกก่อนครบกำหนด 10 วัน จะได้รับรางวัลเงินสดไว้เป็นทุนการศึกษา 1 ล้านบาท จากมูลนิธิสวนแก้ว

              โดยกิจกรรมครั้งนี้ จะมีการถ่ายทอดกิจกรรมประจำวันของผู้เข้าร่วมกิจกรรมผ่านทางโซเชี่ยล เน็ตเวิร์กในทุกรูปแบบ ให้คนทั่วไปได้มีส่วนร่วมและติดตามตลอดระยะเวลาที่ทำกิจกรรม ชื่อของโครงการและรายละเอียดต่าง ๆ จะแถลงข่าว ในวันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม 2556 เวลา 13.00 น. ณ ลานธรรม วัดสวนแก้ว จ.นนทุบรี  จากนั้นเชิญฟังปาฐกถาพิเศษ ธรรมะวิพากษ์เรื่อง “อภินิหารปู่เณรคำและกรรมลิขิตของมิตซูโอะ”

 

 

"กองปราบ"ลุยลงพื้นที่คุ้ยประวัติ"หลวงปู่เณรคำ"

 

                ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่ นายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เข้าแจ้งความกล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับ หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก หรือพระวิรพล สุขผล อายุ 34 ปี ประธานสำนักสงฆ์ป่าขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ความผิดตาม พรบ.คณะสงฆ์ ความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ ความผิดตาม พรบ.ฟอกเงิน รวมทั้ง พรบ.ศุลกากร ว่า ทาง พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป.ได้เรียก พ.ต.อ.วรวุฒิ คุณะเกษม ผกก.3 บก.ป. พ.ต.ท.วราวุธ เจริญชนม์ รอง ผกก.3 บก.ป.และชุดสืบสวน ร่วมประชุมแบ่งหน้าที่ในการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ

                ทั้งนี้ รอง ผบก.ป.ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด เพื่อลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี และ จ.ศรีสะเกษ เข้าตรวจสอบทั้งที่บ้านพัก สำนักสงฆ์ป่าขันติธรรม และร้านทองต่างๆ ที่มีการติดต่อซื้อขายทองคำ เพื่อทราบว่าหลวงปู่เณรคำ มีทรัพย์สินใดบ้าง นอกจากนี้ จะตรวจสอบประวัติของหลวงปู่เณรคำ ทั้งก่อนและหลังอุปสมบท เพื่อทราบข้อมูลประวัติความเป็นมา ซึ่งคณะทำงานจะลงพื้นที่สืบสวนสอบสวนภายในสัปดาห์หน้า ส่วนกรณีการตรวจสอบเส้นทางการเงินในบัญชีธนาคารต่างๆ กว่า 16 บัญชี นั้น เป็นหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ในการดำเนินการ อย่างไรก็ตาม จะมีการประสานข้อมูล เพื่อติดตามความคืบหน้าในการทำงานร่วมกันต่อไป

               
 

 

"สกอ."ยัน"ม.สันติภาพโลก"ไม่เคยขออนุญาตเปิด


 
                จากกรณีมหาวิทยาลัยสันติภาพโลก ยืนยันว่า ม.สันติภาพโลกในไทยไม่จำเป็นต้องดำเนินการขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เนื่องจากไม่ได้มีการจัดการเรียนการสอน แต่มีวัตถุประสงค์ เพื่อมอบประกาศดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ให้กับบุคคลที่ทำประโยชน์กับสังคมในสาขาที่เกี่ยวข้องกับสันติภาพโลกเท่านั้น เช่น ด้านสื่อมวลชน ด้านการตลาด และการสร้างสรรค์ โดยระบุว่าไม่สามารถนำไปใช้สมัครงานหรืออ้างอิงทางวิชาการได้นั้น

                ล่าสุด นายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยว่า สกอ.ยืนยันว่า ม.สันติภาพโลก ไม่เคยขออนุญาตเปิดการเรียนการสอนต่อ สกอ.ตาม พรบ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2550 แต่ประการใด ซึ่งเมื่อวันที่ 3 ก.ค. สกอ.โดย รศ.นพ.กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการ กกอ. ได้ทำหนังสือไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ อีกครั้งหนึ่ง เพื่อขอให้ตรวจสอบ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบมหาวิทยาลัยแห่งนี้ไม่ได้จดทะเบียน และไม่ได้รับอนุญาตในการเปิดการเรียนการสอนในประเทศไทย แต่ทาง ม.สันติภาพโลกอ้างว่ามหาวิทยาลัยไม่ได้เปิดการเรียนการสอนเพียงมอบปริญญาดุษฎีฯ เท่านั้น เพราะฉะนั้น คงต้องมีการสอบสวนข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป

                “ตาม พรบ.สถาบันอุดมฯ ของไทยไม่มีระบุไว้ว่าถ้ามหาวิทยาลัยใดไม่ได้จัดการเรียนสามารถมอบปริญญาได้ แต่ม.สันติภาพโลกอ้างว่า เปิดสอนในอเมริกาซึ่งกฎหมายที่นั่นอนุญาตหรือไม่ผมไม่ทราบ แต่ของกฎหมายของเราไม่ได้แน่นอน ซึ่ง สกอ.จะต้องไปตรวจสอบเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามหากตรวจสอบแล้วพบว่า มีการจ่ายเงินแลกปริญญา อย่างที่ในอดีตเคยมีกรณีลักษณะนี้ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่อ้างว่าเปิดสอนในอเมริกากระทำในลักษณะเดียวกันนี้ ก็อาจจะได้รับโทษฐานผิดฉ้อโกงประชาชน”นายอภิชาติ กล่าว 

 

 

 

"ปปง."ชี้บัญชีธนาคาร 10 แห่งเปิดรับบริจาคสร้างพระแก้วองค์ใหญ่ พบหมุนเวียน 200 ล้าน

                

               ร.ต.อ.หญิงสุวณีย์ แสวงผล รองเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)กล่าวว่า ขณะนี้ปปง.ได้มอบข้อมูลหลักฐานเส้นทางการเงินของหลวงปู่เณรคำ และสำนักสงฆ์ป่าขันติธรรม ให้กับพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไปแล้ว ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้รับจากสถาบันการเงินทั้ง 10 แห่ง จากจำนวน 16 แห่งที่ส่งมาให้ ปปง.ตรวจสสอบ โดยเป็นการเปิดบัญชีเพื่อรับบริจาคเงินสร้างพระแก้วองค์ใหญ่มีเงินหมุนเวียน ประมาณ 200 ล้านบาท

               นอกจากนี้ ในวันที่ 19 ก.ค.นี้ ปปง.จะประชุมใหญ่คณะกรรมการธุรกรรม เพื่อพิจารณากรณีการรับบริจาคเงินของสำนักสงฆ์ป่าสันติธรรมและหลวงปู่เณรคำที่ถูกกล่าวหาในคดีฐานฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเข้าข่ายกระทำผิด พรบ.ฟอกเงินด้วย หลังจากประชุมแล้วก็อาจจะมีการลงพื้นที่สำนักสงฆ์ป่าขันติธรรมร่วมกับดีเอสไอเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินภายในวัดต่อไป

 

 

ลูกศิษย์"หลวงปู่เณรคำ" ร้อง"ปอท."ให้ตรวจสอบภาพฉาว

                

               นายสุขุม วงษ์ประสิทธิ์ พร้อมด้วยลูกศิษย์ พระวิรพล สุขผล หรือ หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสำนักสงค์วัดป่าขันติธรรม จ.ศรีสะเกษ เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.ภัทรศักดิ์ สมงาม พนักงานสอบสวน กก.2บก.ปอท. พร้อมทั้งนำหลักฐานภาพถ่าย หลวงปู่เณรคำ นอนคู่กับสีกา เพื่อให้ตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้ปล่อยภาพบุคคลที่มีใบหน้าคล้ายหลวงปูเณรคำ นอนหมอนใบเดียวกับสีกา เพื่อสืบสวนว่า ภาพดังกล่าวมีการตัดต่อ หรือเป็นภาพที่เกิดขึ้นจริง

               นายสุขุม กล่าวว่า ที่เดินทางมาในวันนี้ก็มีประเด็นหลัก 4 ข้อ ประกอบด้วย 1.ต้องการให้ทาง บก.ปอท.ทำการพิสูจน์ภาพถ่ายหลวงปู่เณรคำ นอนคู่กับสีกา ว่าเป็นภาพจริงหรือภาพตัดต่อ โดยให้ทำการพิสูจน์หลักฐานให้เสร็จภาพในระยะเวลา 7 วัน เพื่อความกระจ่างให้กับสังคม หากการพิสูจน์พบว่า เป็นภาพจริงของหลวงปู่เณรคำกับสีกา จะทำการส่งหลักฐานให้ทางคณะมหาเถรสมาคม ให้เจ้าคณะจังหวัดทำการลาสิกขา แต่ถ้าหากว่าเป็นภาพตัดต่อ ต้องการให้จับกุม ดำเนินคดีกับผู้ตัดต่อภาพแล้วนำไปเผยแพร่ในอินเทอร์เน็ต ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ 2.อยากจะขอวิงวอนขอความเป็นธรรมให้กับหลวงปู่เณรคำ ขณะนี้ท่านยังไม่ได้ให้ปากคำ และยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และศาลยังไม่ได้ตัดสินออกมาว่าท่านมีความผิดจริงหรือไม่ ขอให้ประชาชนอย่าด่วนไปพิพากษาเสียก่อน จะไม่เป็นการยุติธรรมสำหรับท่าน อยากให้กระบวนการยุติธรรมและคณะมหาเถระสมาคมชี้ขาดก่อน 3. อยากให้มีการสอบสวนกรรมการตั้งแต่ชุดแรกเป็นต้นมา ถ้าหากว่าใครกระทำความผิด ขอให้ลงโทษกับบุคคลนั้น เพื่อจะให้เป็นตัวอย่างสำหรับการบริหารงานวัดอื่นๆต่อไป 4.ตนเองเชื่อว่าเรื่องบาปกรรมมีจริง ใครทำกรรมอะไรก็จะต้องได้รับผมกรรมเหล่านั้น ตามผลกฎแห่งกรรม หากพิสูจน์ว่าหลวงปูเณรคำไม่ผิด ต้องขอโอกาสให้ท่านด้วย มีโอกาสได้ชี้แจงด้วย”

               นายสุขุมฯ อ้างต่อไปว่าตนนั้นได้ข้อมูลมาว่า ภาพดังกล่าวมีการเผยแพร่เมื่อ 5 ปีก่อน โดยบุคคลที่ทำรูปนี้ขึ้นมาเป็นคนแรก คือ นักเรียนชั้นมัธยมปลายแห่งหนึ่งใน จ.ศรีสะเกษ และมีครูคนหนึ่งที่เคยเป็นลูกศิษย์หลวงปู่เณรคำ ซึ่งไม่พอใจหลวงปู่ ที่ถูกกันออกจากกรรมการวัด จึงอาจกระทำการตัดต่อภาพดังกล่าวขึ้นมาเพื่อหวังทำลายชื่อเสียง เหตุที่ตนเชื่อว่าภาพดังกล่าวเป็นภาพตัดต่อ โดยมีข้อสังเกตุดังนี้ จุดที่1.ไม่มีกล้องชนิดใดที่ถ่ายแล้วได้มาภาพเพียงแค่เสี้ยวหน้าเดียวของรูปผู้หญิงในภาพ 2.รอยหมอนด้านบนของภาพมีการยุบลงไป แต่ด้านของสีกาด้านล่างหมอนไม่มีการยุบ 3.ผมของสีกาไม่ได้นอนในหมอน เป็นลักษณะลอยออกมา 4. ภายในภาพ ความสมดุลของแสงและสีในภาพไม่ได้กลมกลืนกัน

               “ในกรณีที่มีสีกาออกมาอ้างว่า เป็นเมียของหลวงปู่ของหลวงปู่เณรคำ อยากให้ออกมา ส่วนกรณีลูก อยากให้มีการตรวจดีเอ็นเอ ให้รู้กันไปเลย ส่วนเวลาที่หลวงปู่เณรคำนั้นจะกลับมาจากต่างประเทศ เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ชี้แจงกับประชาชนนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องของทางด้านพระเถระสมาคม พระธรรมวินัย การปกครองของสงฆ์ ตนเชื่อว่าหลวงปูเณรคำยินดีแถลงต่อประชาชน แต่ไม่ทราบว่าท่านจะพร้อมเมื่อไหร่”นายสุขุม กล่าว

 

 

"}])