
พศ.แฉ'สุขุม'รับเพิ่งช่วยงาน'เณรคำ'
'หลวงปู่พุทธะอิสระ'ให้ดีเอสไอตรวจสอบ'หลวงปู่เณรคำ' ระบุเข้าข่ายหลอกลวงประชาชน พศ.แฉ'สุขุม'รับเพิ่งเข้ามาช่วยงาน
27 มิ.ย.56 หลวงปู่พุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ. นครปฐม กล่าวว่า พร้อมที่จะออกมาชนกับมารศาสนา หรือผู้ทำให้ศาสนามัวหมองทุกรูปแบบ ในส่วนของหลวงปู่เณรคำแห่งวัดป่าขันติธรรม ตนมองว่าไม่ได้เป็นพระภิกษุมานานแล้ว การที่หลวงปู่เณรคำมีชื่อเสียงเกิดจากขบวนการเข้าไปโปรโมทสร้างภาพ เพื่อผลทางพุทธพานิชย์ เพื่อหวังในผลประโยชน์ ตนต้องการให้นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มาตรวจสอบเส้นทางการเงินของหลวงปู่เณรคำ เพราะเงินบริจาคที่ได้มาหลวงปู่เณรคำ เอาใช้ประโยชน์ที่ไม่ใช่การบำรุงพุทธศาสนา เข้าข่ายหลอกลวงประชาชน
กรมศิลป์เก้อ!"หลวงปู่เณรคำ"ไม่ขอสร้างพระแก้ว
นายสหวัฒน์ แน่นหนา อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ตนได้ทำหนังสือเรื่อง การจำลองพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) ถึง พระวิรพล ฉัตติโก หรือ หลวงปู่เณรคำ กรณีหลวงปู่เณรคำได้ทำการก่อสร้างและจำลองพระแก้วมรกตขนาดใหญ่ ประดิษฐานในบริเวณสถานปฏิบัติธรรมที่รู้จักกันในชื่อว่า “วัดป่าขันติธรรม” ซึ่งมีท่านเป็นผู้ครอบครองและรับผิดชอบดูแล ซึ่งพระแก้วมรกตเป็นพระพุทธรูปสำคัญที่ปรากฏตามบัญชีแนบท้ายระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติและการจำลองพระพุทธรูปสำคัญ พ.ศ. 2520 ถือเป็นพระพุทธรูปที่เป็นปูชนียวัตถุ ประดิษฐานในพระบรมมหาราชวัง พระอารามหลวง สถานที่ราชการ หรือวัดสำคัญประจำท้องถิ่น และเป็นที่เคารพสักการะอย่างสูงของมหาชน
โดยหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนรายใดประสงค์ จะทำการจำลองพระพุทธรูปสำคัญดังกล่าว ต้องแจ้งความประสงค์ขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรถึงอธิบดี กรมศิลปากรพร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ กรมศิลปากรโดยคณะกรรมการอนุสาวรีย์แห่งชาติจะทำการพิจารณาและให้ความเห็นชอบการจำลองพระพุทธรูปสำคัญตามคำขอ และเมื่อเห็นชอบกับคำขอดังกล่าวแล้ว ก็จะนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเพื่อนำความกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เพื่อ ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจำลองพระพุทธรูปสำคัญ ซึ่งผู้ขออนุญาตจะยังไม่สามารถทำการจำลองพระพุทธรูปสำคัญได้จนกว่าจะได้รับพระราชทาน พระบรมราชานุญาต และอธิบดีกรมศิลปากรได้มีหนังสือแจ้ง ไปยังผู้ขออนุญาตแล้ว
“กรมศิลปากรต้องรอทางหลวงปูเณรคำมาทำการขออนุญาตก่อน แต่ภายในวันไหนไม่สามารถบอกได้ เพราะในระเบียบดังกล่าวไม่ได้ระบุว่าให้แจ้งกลับมาภายในกี่วัน ซึ่งขณะนี้ทราบว่า ทางหลวงปู่เณรคำอยู่ต่างประเทศ ยังไม่ได้เดินทางกลับมาประเทศไทย แต่สามารถให้ทางฝ่ายกฎหมายตรวจสอบหนังสือที่กรมศิลปากรแจ้งไปแล้ว นำไปปฎิบัติให้ถูกต้อง โดยต้องมาขออนุญาตก่อน ตอนนี้ยังไม่มีการติดต่อจากทางหลวงปู่เณรคำเพื่อชี้แจงกรณีดังกล่าวแต่อย่างใด ดังนั้น เร็วๆนี้ผมจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเสนอไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รับทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นต่อไป”อธิบดีกรมศิลปากร กล่าว
"กมธ.ศาสนา"ถกปม"หลวงปู่เณรคำ"จี้"สำนักพระพุทธศาสนา"เร่งดำเนินการ
เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ประชุมคณะกรรมาธิการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา ซึ่งมีนายจักรธรรม ธรรมศักดิ์ สว.สรรหา รองประธานคณะกรรมาธิการศาสนาฯ คนที่ 3 เป็นประธานในการประชุม ได้ประชุมพิจารณาเรื่องพฤติกรรมไม่เหมาะสมของพระวิรพล ฉัตติโก (หลวงปู่เณรคำ) วัดป่าขันติธรรม จ.ศรีสะเกษ นั่งเครื่องบินเจ็ต มีภาพถ่ายนอนคู่กับสีกา และใช้สิ่งของที่มีราคาแพง โดยได้เชิญนายวิรอด ไชยพรรณา ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนา จ.ศรีสะเกษ นายกนก แสนประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และดร.สุขุม วงประสิทธิ์ ผู้แทนสำนักสงฆ์ป่าขันติธรรม เข้าร่วมประชุม
นายกนก กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าหลวงปู่เณรคำเป็นพระจริง ซึ่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติขณะนี้ได้เรียกพระภิกษุสงฆ์เข้ามารายงานแล้ว โดยถ้าไม่มารายงานก็จะมีกระบวนการทางสงฆ์ ทั้งนี้ในการตรวจสอบต้องดูว่ามีการละเมิดพระธรรมวินัยอย่างไร ถ้าตรวจสอบแล้วพบว่าละเมิดมากก็จะให้สึก อย่างไรก็ตาม ตามระเบียบการสร้างวัด ในการสร้างวัดให้เสร็จไม่จำเป็นต้องมีโบสถ์ แค่มีกุฎิพระให้อยู่ได้ และมั่นคง มีพระจำพรรษาก็ตั้งวัดได้ ส่วนกรณีการอวดอ้างทางธรรมต้องให้คณะกรรมการสงฆ์พิจารณา ส่วนการดูุแลเงินทางสำนักงานพระพุทธศาสนาได้ประสานไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าไปตรวจสอบแล้ว แต่หากหลวงปู่เณรคำไม่เดินทางกลับมา การสอบสวนก็สามารถดำเนินการได้และหากตรวจสอบแล้วว่าผิดจริงก็จะสั่งให้สึกทันที
ขณะที่นายวิรอด กล่าวว่า วัดป่าขันติธรรมสถานะจริงคือ เป็นที่พักสงฆ์ ยังไม่ได้มีการขออนุญาตตั้งเป็นวัด และจากที่สื่อมวลชนรายงานข่าวพบว่า มีการนำป้ายวัดป่าขันติธธรรมออกแล้ว และเปลี่ยนเป็นที่สำนักสงฆ์แทน ทั้งนี้ เรื่องสถานะภาพของหลวงปู่เณรคำ หนังสือสุทธิยังไม่เห็น อย่างไรก็ตามสำนักงานพระพุทธศาสนาได้เข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด และได้ส่งเรื่องให้คณะจังหวัดแล้ว ซึ่งทางคณะจังหวัดก็ได้จัดตั้งคณะทำงานขึ้นมา ส่วนเรื่องของการสร้างพระแก้วมรกตนั้น การขออนุุญาตยังไม่มี ไม่ทราบว่ามีเจตนาอย่างไร และเรื่องของการตรวจสอบว่ามีประพฤติกรรมไม่เหมาะสมผิดหรือไม่ ก็กำลังตรวจสอบอยู่เช่นกัน
ทั้งนี้ ในที่ประชุมกรรมาธิการฯหลายคนได้ตั้งข้อสงสัย พร้อมได้ซักถามว่า สำนักพระพุทธศาสนาจะมีการดูแลเรื่องที่หลวงปู่เณรคำได้พูดในสิ่งที่ไม่สมควรพูดอย่างไร ทั้งยังได้แนะอีกว่า สำนักพระพุทธศาสนาต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น และวัดไม่ต้องไปสร้างเพิ่มอีก แต่ให้เอาวัดที่ร้างมาบูรณะใหม่แทน ทั้งนี้ยังได้แนะด้วยว่าเรื่องนี้ต้องทำให้เร็วเพื่อปกป้องพระพุทธศาสนา ซึ่งสำนักพระพุทธศาสนาจึงมีความสำคัญมาก
พศ.แฉ"สุขุม"ยอมรับเพิ่งเข้ามาช่วยงาน
เมื่อเวลา 13.30น. ที่ห้องประชุม 310 อาคารรัฐสภา 2 รัฐสภา คณะ กรรมาธิการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา ได้เชิญตัวแทนจากทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) และตัวแทนจากทางกลุ่มลูกศิษย์พระวิรพลเข้ามาชี้แจงกรณีข่าวต่างๆ ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับตัวของหลวงปู่เณรคำ โดยมีนพ.จักรธรรม ธรรมศักดิ์ รองประธานคณะกรรมาธิการศาสนาฯ คนที่สาม เป็นประธานการประชุม และให้ผู้แทนจากทั้งสองกลุ่มเข้าชี้แจงคนละรอบ ซึ่งทางผู้แทนจากทางสำนักงานพระพุทธศาสนาฯเป็นฝ่ายเข้าชี้แจงก่อน
ขณะที่นายวิรอด ไชยพรรณนา ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษ (พศจ.ศรีสะเกษ) กล่าวว่า ทางคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะสงฆ์จ.ศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต ได้กำหนดให้หลวงปู่เณรคำ มาชี้แจงข้อเท็จจริงภายในวันที่ 30 มิ.ย. นี้ หากไม่เดินทางมาภายในวันที่กำหนด จะมีการหารือถึงแนวทางในการดำเนินการต่อไป พร้อมกันนี้พศจ.ศรีสะเกษ ยังได้ทำหนังสือแจ้งไปยังพล.ต.จตุรานนท์ สิงหเดช อยู่บ้านเลขที่ 99/9 หมู่ที่ 11 แขวงคันนายาว เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ ซึ่งมีชื่อเป็นผู้ขออนุญาตสร้างวัดป่าขันติธรรม ว่าจะยังยืนยันในการขออนุญาตสร้างวัดบนพื้นที่ดังกล่าวหรือไม่
จากนั้นทางคณะกรรมาธิการศาสนาฯ วุฒิสภา ยังตั้งข้อสังเกตในกลุ่มลูกศิษย์หลวงปู่เณรคำ ที่ออกมาชี้แจงในแต่ละครั้ง จึงมีการสอบถามในการประชุมถึงผลการประชุมของคณะกรรมาธิการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ที่มีการเชิญผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงในเรื่องหลวงปู่เณรคำเช่นกัน ซึ่งที่ประชุมได้สอบถามไปยังนายบุญเชิด กิติธรางกูร ผอ.ส่วนกิจการคณะสงฆ์ สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม สํานักงานพระพุทธศาสนาฯ ซึ่งเข้าร่วมประชุมเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ด้วย โดยนายบุญเชิด กล่าวว่า นายสุขุม วงประสิทธิ ประธานที่ปรึกษาเครือข่ายบ้านวิมุตติธรรม ซึ่งเข้าชี้แจงในฐานะตัวแทนของที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรม ยอมรับในที่ประชุมดังกล่าวว่าเพิ่งเข้ามาช่วยงานกับทางที่พักสงฆ์ขันติธรรมเพียง 7 วัน เท่านั้น
"เณรคำ"ยังไม่มาร่วมงานประจำปีของวัด
พระครูวัชระสิทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดป่าศรีสำราญ ตำแหน่ง พระเลขาเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต, พระครูกิตติวรโสภณ เจ้าคณะตำบลดูน รักษาการเจ้าคณะอำเภอกันทรารมย์, พระครูสิริวินัยวัฒน์ เจ้าอาวาสอำเภอเมืองศรีสะเกษ และพระครูธรรมธรคำไข โสภาจาโร ที่ปรึกษาพระเลขาเจ้าคณะจังหวัด ภายหลังจากที่เดินทางนำหนังสือคำสั่งของ พระครูวิสุทธิญาณ เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ( ธ ) ไปมอบให้พระผู้ที่ดูแลแทนหลวงปู่เณรคำ ที่วัดป่าขันติธรรม แล้วตั้งแต่บ่ายวานนี้ ได้นำรายงานความคืบหน้ามารายงานให้เจ้าคณะจังหวัดได้ทราบ โดยเฉพาะในเรื่องการจัดงาน และการตรวจสอบวัดสาขาของหลวงปู่เณรคำ ที่อยู่อำเภอขุนหาญ อีก 2 สาขาด้วย
พระครูวัชระสิทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดป่าศรีสำราญ ตำแหน่ง พระเลขาเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต รายงานเจ้าคณะจังหวัด(ธ) ทราบว่า ภายหลังจากบ่ายวานนี้ ได้นำหนังสือคำสั่งของเจ้าคณะจังหวัดไปอ่านให้พระผู้ดูแลวัด พร้อมญาติโยมมัคทายกวัดได้ทราบแล้ว ก่อนที่มอบหนังสือคำสั่งดังกล่าวให้ไปปฎิบัติทันที โดยเฉพาะในเรื่องให้ พระวีรพล ฉัตตฺโก หรือ หลวงปู่เณรคำ เดินทางกลับมาให้รับการสอบสวนจากคณะสงฆ์ที่ได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าคณะจังหวัด ถึงข้อเท็จจริงด้วยตนเองภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2556 และหากไม่มาคณะสงฆ์เห็นว่า ต้องมีการแต่งตั้งผู้ดูแลสำนักสงฆ์ใหม่ เพื่อสร้างความกระจ่างให้สังคม พร้อมเร่งรัดในการจัดตั้งวัดให้ถูกต้องต่อไป โดยอาจจะต้องขอประชามติจากชาวบ้านยาง ตำบลยาง อำเภอกันทรารมย์ ในการนำเสนอข้อมูลการจดตั้งวัด และแต่งตั้งผู้ดูแลสำนักสงฆ์เพื่อจะได้เสนอตั้งวัดให้ถูกต้องหากพระวีรพล ไม่เดินทางกลับมาตามคำสั่งของเจ้าคณะจังหวัด(ธ) ส่วนเรื่องประเด็นเส้นทางการเงินบริจาคต่างๆ ที่สังคมสงสัยก็จะได้รอการรายงานการทำบัญชีเข้าออกจากลูกศิษย์วัดต่อไป
ส่วนบรรยากาศที่วัด ได้มีญาติโยมทยอยเดินทางมากราบไหว้พระแก้วมรกตองค์จำลองที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งจะมีงานห่มผ้าฤดูฝนในระหว่างวันที่ 27- 30 มิถุนายน 2556 โดยมีกำหนดการคร่าวๆ คือทุกเช้าจะมีการปฎิบัติธรรม สวดมนต์ ถือศีลภาวนา บวชเนกขัมมะบารมี และเย็นก็จะมีสวดมนต์เย็นไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน จะเป็นพิธีใหญ่ ที่เตรียมการไว้จะเป็นการร่วมทำบุญห่มผ้าฤดูฝนแก่องค์พระแก้วฯ ซึ่งเชื่อว่าจะมีผู้คนที่เป็นญาติโยมเดินทางมาร่วมในวันนั้นเป็นจำนวนมาก แต่คงจะไม่มากเท่ากับตอนหลวงปู่เณรคำ อยู่เช่นเมื่อก่อน หรืออาจจะมากกว่าเพื่อที่จะมาดูว่าแท้จริงแล้วหลวงปู่เณรคำ จะเดินทางกลับมาร่วมงานหรือไม่ก็ได้
ในส่วนของการเข้าตรวจสอบ สำนักสงฆ์ที่เป็นเครือข่ายของหลวงปู่เณรคำ ในสาขาที่ 1 สำนัสงฆ์ ซำตีกา ที่บ้านซำติกา ตำบลห้วยจันทร์ อำเภอขุนหาญ มีเนื้อที่ 8 ไร่ เป็นที่ป่าสงวน ซึ่งมีชาวบ้านเข้าไปบุกรุก และมอบถวายให้หลวงปู่เณรคำ ได้จัดตั้งสำนักสงฆ์ มีพระสงฆ์อยู่ประจำอยู่ 3 รูป และที่สำนักสงฆ์ตาเสก ตำบลบังดอง มีเนื้อที่ 7 ไร่ เป็นที่ ส.ปก.4-01 แบ่งออกเป็น 2 แปลง คือ 3 ไร่ กับ 4 ไร่ มีพระสงฆ์อยู่ประจำอยู่ 4 รูป ขณะนี้พระได้เดินทางมาร่วมเตรียมงานเพื่อรอรับหลวงปู่เณรคำที่วัดป่าขันติธรรม จึงไม่มีพระอยู่ และเมื่อเสร็จงานจะได้เข้าตรวจสอบ และถ่ายเอกสารใบสุทธิพระทุกรูป เพื่อรายงานเจ้าคณะจังหวัด และรายงานต่อไปยังเจ้าคณะภาค เพื่อทราบต่อไป
"เจ้าอาวาสวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ"รับ"หลวงปู่เณรคำ"มีชื่ออยู่ในสังกัดแต่ตัวไม่อยู่
จากกรณีกระแสข่าวพระวิรพล สุขผลหรือหลวงปู่เณรคำ จะยังไม่เดินทางกลับประเทศไทย เนื่องจากติดกิจนิมนต์ในประเทศฝรั่งเศส ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. พระธรรมฐิติญาณ(ศรีจันทร์) เจ้าอาวาสวัดบึงพระลานชัย จ.ร้อยเอ็ด ในฐานะเจ้าคณะภาค 10 ธรรมยุต ที่กำกับดูแลหลวงปู่เณรคำ กล่าวว่า กรณีการเดินทางไปต่างประเทศของหลวงปู่เณรคำนั้น ต้องดูว่า ได้ขออนุญาตไปปฏิบัติศาสนกิจจากศูนย์ควบคุมการไปต่างประเทศสำหรับพระภิกษุสามเณร (ศ.ต.ภ.) กี่วัน หากไม่กลับตามกำหนด ก็ต้องดำเนินการแจ้ง ศ.ต.ภ.ดำเนินการต่อระยะเวลาได้หรือไม่ หากต่อระยะเวลาการอยู่ต่างประเทศไม่ได้ก็ต้องกลับมาประเทศไทย
พระราชธรรมโกศล(สวัสดิ์) เจ้าอาวาสวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ในฐานะเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี กล่าว่า กรณีมีข้อสงสัยว่า หลวงปู่เณรคำ สังกัดวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อหรือไม่นั้น ทราบว่าหลวงปู่เณรคำได้ทำการบวชที่จังหวัดอุบลราชธานี ที่ อ.พิบูลมังสาหาร จากนั้นในปี 2549 ได้มาเข้าสังกัดวัดนี้ โดยหลังจากที่ได้สังกัดแล้วก็ได้ย้ายไปอยู่ที่จังหวัดศรีสะเกษจนถึงปัจจุบัน ส่วนเวลาไปต่างประเทศก็จะใช้สังกัดของวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ ซึ่งได้ถามหลวงปู่เณรคำกลับไปว่า ทำไมไม่ย้ายไปสังกัดที่จังหวัดศรีสะเกษให้เรียบร้อย หลวงปู่เณรคำก็ตอบว่า ยังติดขัดอยู่ จึงยังขอขึ้นที่วัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อไปก่อน โดยที่หลวงปู่เณรคำไม่ได้อยู่หรือจำพรรษาที่วัดเลย ส่วนใหญ่จะอยู่ที่วัดป่าขันติธรรม
“หลวงพ่อได้รายงานเอกสารการสังกัดวัดของหลวงปู่เณรคำ ให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อรายงานให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ รับทราบแล้ว โดยอาตมาเป็นผู้อนุญาตให้หลวงปู่เณรคำใช้สังกัดของวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตี้อเอง ส่วนโทษที่ไม่ได้อยู่วัดที่สังกัดนั้น คงต้องไปดูในรายละเอียดอีกครั้ง”เจ้าอาวาสวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ กล่าว
ด้านนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) กล่าวว่า การตรวจสอบสำนักสงฆ์สาขาของวัดป่าขันติธรรมนั้น พศ.กำลังดำเนินการตรวจสอบอยู่ โดยได้กำชับสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด(พศจ.)ว่า ต้องได้ข้อมูลรายละเอียดที่ชัดเจนทั้งเรื่องของที่ตั้งสำนักสงฆ์ อยู่ในที่ดินของใคร ใช้ประโยชน์อย่างไร มีพระอยู่ในฐานะอะไร ใครเป็นผู้อนุญาตด้วย ส่วนในเรื่องของการเดินทางไปต่างประเทศ หากไม่เดินทางกลับตามกำหนดที่ขออนุญาตจาก ศ.ต.ภ. ก็มีแนวทางในการดำเนินการ หลายด้าน เช่น 1.ประเทศเจ้าของมีดุลยพินิจ หากเห็นว่า พระ ไม่กลับเมื่อครบกำหนด ก็สามารถแจ้งให้กลับยังประเทศที่มาได้ 2.ระหว่างที่ ศ.ต.ภ.กำหนดอนุญาตให้อยู่ 10 วัน แต่วีซ่าให้อยู่ 3 เดือน ก็สามารถอยู่ได้ แต่ต้องขออนุญาตต่อระยะเวลาการอยู่ในต่างประเทศมายัง ศ.ต.ภ. ว่าจะพิจารณาอนุญาตหรือไม่ ขึ้นอยู่กับเหตุผลของพระรูปนั้นๆ หาก ศ.ต.ภ. ไม่อนุญาต แล้วยังไม่เดินทางกลับ ทางเจ้าอาวาสก็สามารถ พิจารณาว่า ออกจากวัดเกินกำหนด ก็มีสิทธิที่จะขับออกจากวัดไม่ให้อยู่ในสังกัดได้ หากพระรูปนั้นไม่สามารถหาสังกัดวัดอยู่ได้ตามระยะเวลาที่กำหนดอีก ก็ถือว่าเป็น พระเถื่อนทันที
นายนพรัตน์ กล่าวต่อว่า สำหรับการตรวจสอบสถานะทางการเงินของหลวงปู่เณรคำนั้น คณะผู้ปกครองกำลังดำเนินการตรวจสอบอยู่ นอกจากทางเจ้าคณะผู้ปกครอง ต้องการให้ พศ.เข้าไปช่วยดำเนินการ เราก็สามารถเข้าไปช่วยคณะสงฆ์ตรวจสอบได้ ส่วนกรณีที่มีการตั้ง บริษัทในการรับจัดสร้างพระต่างๆ ประชาชนสามารถร้องให้กรมสรรพากร เข้าไปตรวจสอบสถานะการเงินของบริษัทดังกล่าวได้ด้วย



