
'หลวงปู่เณรคำ'ส่อเลื่อนกลับไทย
'หลวงปู่เณรคำ'ส่อเลื่อนกลับไทย ลูกศิษย์อ้างติดกิจนิมนต์อื้อ ยันยังเดินหน้าจัดงานทำบุญห่มผ้าฤดูฝนให้องค์พระแก้วมรกตจำลอง เผยชาวบ้านแตกเป็นสองฝ่าย
วันที่ 25 มิ.ย.2556 ที่สำนักสงฆ์ขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ นายสุขุม วงค์ประสิทธิ ประธานเครือข่ายวิมุติธรรม ลูกศิษย์หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก เจ้าสำนัก ได้เปิดแถลงข่าวต่อญาติโยมและสื่อมวลชน เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นว่า อยากจะให้ทุกฝ่ายหยุดข่าวให้ร้าย เพราะสิ่งที่เป็นความจริงก็คือความจริง สุดท้ายลูกศิษย์ทุกคนยังจะดำเนินการจัดงานตามที่กำหนดไว้เดิม แม้ว่าจะมีหรือไม่มีหลวงปู่เณรคำเดินทางมาร่วมงานก็ตาม เพราะการทำบุญห่มผ้าฤดูฝนให้องค์พระแก้วมรกตจำลอง นับเป็นบุญใหญ่ของพวกเราที่จะได้ร่วมกัน
ส่วนเรื่องการที่จะต้องทำเรื่องขออนุญาตสร้างพระแก้วมรกตองค์จำลองที่ใหญ่ที่สุดนั้น ประธานเครือข่ายวิมุติธรรม กล่าวว่า รอหลวงปู่เณรคำมาเราก็จะเร่งดำเนินการขออนุญาตต่อไป
ขณะเดียวกันหลวงพ่อปานขาว ที่เดินทางกลับจากประเทศฝรั่งเศษ กล่าวว่า ได้มีโอกาสไปจาริกแสวงบุญที่ต่างประเทศกับหลวงปู่เณรคำ และเดินทางกลัวเมื่อคืนวันที่ 24 มิ.ย. เพื่อมาเตรียมที่จะพาญาติโยมพี่น้องประชาชนจัดทำบุญใหญ่ ห่มผ้าฤดูฝนให้กับองค์พระแก้วมรกตจำลอง ระหว่างวันที่ 27 - 30 มิถุนายน นี้
"ส่วนหลวงปู่เณรคำนั้นขณะนี้ยังติดภารกิจที่ญาติโยมที่อยู่ต่างประเทศนิมนต์ให้ร่วมงาน จึงยังไม่สามารถเดินทางกลับมาได้ จึงไม่แน่ใจว่าหลวงปู่เณรคำจะสามารถปลีกตัวเดินทางกลับมาร่วมงานทำบุญห่มผ้าฤดูฝนกับองค์พระแก้วมรกตจำลองได้หรือไม่" หลวงพ่อปานขาว กล่าว
สำหรับบรรยากาศโดยรอบของวัด แหล่งข่าวระดับผู้นำท้องถิ่นรายหนึ่ง กล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนชาวบ้านยาง ตำบลยาง แตกออกเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายแรกต้องการให้หลวงปู่เณรคำเดินทางกลับมาเพี่อที่จะมาแถลงแจ้งข้อสงสัยของประชาชนต่อสังคม และดำเนินการต่อในการจัดตั้งวัดป่าขันติธรรมให้แล้วเสร็จตามเจนจำนงค์ของการมาอยู่ที่นี้ตั้งแต่แรก แล้วอยู่ปฎิบัติธรรมที่วัดต่อไปเช่นเดิม หรือหากไม่มาอยู่วัดหลังชี้แจงต่อคณะสงฆ์ในความจริงเสร็จ ก็ควรที่จะมอบหมายให้พระรูปใดรูปหนึ่งดูแลไปให้จบเรื่องกันไป
สำหรับความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่อีกฝ่าย ก็ไม่ประสงค์ที่จะต้อนรับพระที่มีเรื่องราวมากมายออกสู่สังคม เพราะไม่เชื่อว่าจะมีใครที่ตัดต่อภาพให้แนบเนียนขนาดนั้น จึงต้องการให้หลวงปู่เณรคำออกไปจากวัดป่าขันติธรรม ออกไปจากจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อความสงบร่มเย็นของชาวศรีสะเกษ เพราะขณะนี้ชาวศรีสะเกษ ได้รับความบอบช้ำจากข่าวที่ไม่ดีมากมาย ทั้งเรื่องรถหรู ที่สุดท้ายก็ไม่ใช่ของคนศรีสะเกษ แต่มาจดทะเบียนที่ศรีสะเกษ แล้วยังมามีข่าวฉาวพระอีก ทั้งที่ไม่ใช่คนในพื้นที่เช่นกัน
นอกจากนี้ช่วงเย็นวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมานายสุขุมได้นำฝ่ายกฎหมายเดินทางมาพร้อมคณะ ลงพื้นที่เก็บรวบรวมข้อมูลหลักฐานในการต่อสู้คดี และได้เดินทางไปบ้านของนางลอน มนัส ที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าของที่ดินให้สร้างวัดหลวงปู่เณรคำ โดยพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลคุ้มกันรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง
หลังพุดคุยนางลอนออกมาปฎิเสธว่าไม่เคยคิดที่เอาที่ดินคืน เพียงต้องการจัดตั้งวัดตามกฎหมาย ขณะที่เดินทางไปที่บ้านนายถวิล จันพะวา เลขที่ 109 หมู่ 5 บ้านหนองพะแนง ต.รุ่งระวี อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ พ่อหญิงสาวที่อ้างว่าหลวงปู่เณรคำมาสร้างเรือนหอให้ 2 ล้าน ก็ยืนยันว่า เป็นอดีตคนรักของน้องชายหลวงปู่เท่านั้นคบหากันอยู่ระยะหนึ่งจนหลวงปู่เณรคำได้ให้ของขวัญสร้างบ้านหลังใหญ่ให้กับน้องชาย แต่การก่อสร้างยังไม่เสร็จสิ้น ทั้งคู่มีปัญหาและแยกจากกันไปก่อน และปัจจุบันตนและครอบครัวได้ลืมเรื่องนั้นไปหมดแล้ว ส่วนลูกสาวก็มีครอบครัวใหม่แล้วจึงไม่อยากให้นำครอบครัวตนมาเป็นเครื่องมือในการโจมตีกันอีกเลย
ลูกศิษย์แจ้งความกรรมการชุดเก่า
ที่สถานีตำรวจภูธรกันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ นายเทพพนม นามดี ,และนายธีรสิทธิ์ แก้วขาว ลูกศิษย์หลวงปู่เณรคำ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.อ. ภิรมย์ ยศอาลัย พนักงานสอบสวนสภ.กันทรารมย์ เพื่อให้ดำเนินคดีกับกรรมการฝ่ายการเงินของมูลนิธิส่งเสริมคุณธรรมและคุณภาพชีวิต วัดป่าขันติธรรม พร้อมพวกในข้อหายักยอกทรัพย์ของมูลนิธิฯ โดยระบุว่าไม่สามารถชี้แจงงบการเงินได้
พบวัดป่าขันติบารมีสาขา89ถูกทิ้งร้าง
ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดพิษณุโลกได้เดินทางไปตรวจสอบ ในพื้นที่ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก หลังทราบว่ามีวัดป่าขันติบารมี ซึ่งเป็นวัดสาขาของหลวงปู่เณรคำ สาขาที่ 89 ตั้งอยู่กลางป่าบนยอดเขาต.บ้านยาง อ.วัดโบสถ์ ระยะทางที่ต้องเดินทางไปกว่า 100 กิโลเมตร จากตัวเมืองพิษณุโลก เมื่อไปถึงไม่พบพระภิกษุแม้แต่รูปเดียว แต่ได้พบนายแก้ว สมพงษ์ อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10 ม.11 บ้านยาง ต.บ้านยาง อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก เดิมเป็นคน อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร ได้ย้ายมาอยู่ที่นี้กว่า 30 ปี แล้ว กล่าวว่าสาเหตุที่หลวงปู่เณรคำมาสร้างวัดหรือศูนย์ปฏิบัติที่นี้เพราะเคยไปนมัสการที่วัดป่าขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีษะเกษ เกิดศรัทธาจึงได้มอบเนื้อที่ให้ จำนวน 3 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดิน สปก. เป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมดังกล่าว
นายแก้ว กล่าวอีกว่า ในละแวกใกล้เคียงจะมีบ้านเรือนประมาณ 20 กว่าหลัง แต่อยู่ห่างกันมากคนละจุด ตอนที่หลวงปู่เณรคำมาเปิดศูนย์ปฏิบัติธรรม มีผู้คนจำนวนมาก ส่วนมากเป็นคนที่อื่น จาก จ.พิจิตร จ.พิษณุโลก และทางภาคอีสาน จ.ศรีษะเกษ ช่วงนั้นจะมีพระสงฆ์จำวัดอยู่ประมาณ 7-8 รูป โดยศูนย์ปฏิบัติธรรมขันติบารมียังไม่มีไฟฟ้าใช้ ต่อมาเหลือพระสงฆ์อยู่เพียง 2 รูป และไม่นานมานี้พระสงฆ์ได้ย้ายกันกลับไปอยู่ที่วัดป่าขันติธรรม จ.ศรีษะเกษกันหมด จึงทำให้ไม่มีพระอยู่วัดประจำ ทางชาวบ้านในละแวกต้องคอยดูแลวัดป่าขันติบารมีกันเอง ส่วนชาวบ้านจะใช้แผงโซลาเซล เพราะไฟฟ้ายังไม่มาถึงเช่นกัน



