
ส่อล่ม!'หลวงปู่เณรคำ'สร้างพระ
สร้างพระแก้วมรกตจำลองวัดป่าขันติธรรมส่อสะดุด อธิบดีกรมศิลป์เผยต้องขออนุญาตกรมศิลปากร-สำนักพระราชวัง
ข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดินวัดป่าขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ระหว่างพระวิรพล สุขพล หรือ หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก กับนางลอน มนัส อายุ 68 ปี เจ้าของที่ดิน กำลังเป็นปมร้อนที่ประชาชนให้ความสนใจและจับตามองอย่างใกล้ชิด แต่ล่าสุดดูเหมือนว่าเรื่องวุ่นๆ ที่เกิดขึ้นในสำนักสงฆ์ขันติธรรมยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อกรมศิลปากรออกมาตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการจัดสร้างพระแก้วมรกตจำลองในสำนักสงฆ์ขันติธรรมอาจจะไม่ถูกต้อง เนื่องจากหลวงปู่เณรคำไม่ได้ดำเนินการขออนุญาตเข้ามา
ชี้สร้างพระแก้วมรกตต้องขอกรมศิลปากร
เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน นายสหวัฒน์ แน่นหนา อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยเรื่องดังกล่าวว่า กรณีการก่อสร้างพระแก้วมรกตจำลองของวัดป่าขันติธรรมนั้น พระพุทธมณีมหารัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต เป็นพระพุทธรูปสำคัญ 1 ใน 61 รายการ ที่มีระเบียบว่า การจำลองจะต้องขออนุญาตจากกรมศิลปากร และจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเช่นสำนักพระราชวัง ซึ่งจากการตรวจสอบไปยังทะเบียนของสำนักช่างสิบหมู่ พบว่า ทางวัดป่าขันติธรรมไม่ได้ดำเนินการขออนุญาตเข้ามา ขณะเดียวกันทางสำนักพระราชวังยังได้หารือมายังกรมศิลปากรว่า ให้ช่วยดูแลการจำลองพระพุทธรูปสำคัญ เพราะปัจจุบันมีการนำไปจัดสร้างโดยไม่ได้ผ่านการรับอนุญาตมากขึ้น
ด้าน น.ส.มาลีภรณ์ คุ้มเกษม หัวหน้ากลุ่มนิติการ กรมศิลปากร กล่าวว่า การจำลองพระพุทธรูปสำคัญมีระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2520 ตามมติคณะรัฐมนตรีในยุคนั้น กำหนดไว้ว่า การจำลองพระพุทธสำคัญ 61 รายการ เช่น พระแก้วมรกต จะต้องขออนุญาตจากกรมศิลปากร เพื่อกราบบังคมทูลขอพระบรมราชานุญาต ส่วนระเบียบดังกล่าวไม่มีข้อกำหนดโทษ เนื่องจากไม่ได้เป็นข้อกำหนดในพระราชบัญญัติ
คณะกรรมการสอบยันไม่ได้นิ่งเฉย
ด้านความคืบหน้าในการตรวจสอบพฤติกรรมของหลวงปู่เณรคำที่มีคนร้องเรียนว่าไม่เหมะสม รวมไปถึงการจัดตั้งสำนักสงฆ์สันติธรรมนั้น วันเดียวกัน พระครูวัชรสิทธิคุณ เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต กล่าวว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีหลวงปู่เณรคำที่ตั้งขึ้นทำได้แค่รวบรวมข้อมูลต่างๆ ที่เกิดขึ้นเท่านั้น เพราะจำเป็นต้องรอหลวงปู่เณรคำเดินทางกลับมาจากต่างประเทศก่อน ถึงจะสอบถามข้อเท็จจริงทั้งหมดได้ อย่างไรก็ตาม ทางพระครูวิสุทธิญาณ เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ได้สั่งการให้รวบรวมข้อมูลต่างๆ ข้อเท็จจริง ที่เกิดขึ้นในกรณีของหลวงปู่เณรคำ รายงานไปยังพระธรรมฐิติญาณ เจ้าคณะภาค 10 ฝ่ายธรรมยุต และสมเด็จพระวันรัต รักษาการเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต แล้ว
ขณะที่ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า การดำเนินการตรวจสอบเรื่องของหลวงปู่เณรคำนั้น สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ไม่ได้นิ่งเฉย แต่เนื่องด้วยบทบาทหน้าที่ของสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ตามที่ระบุใน พ.ร.บ.คณะสงฆ์นั้น หากพระเกิดมีข้อกล่าวหาว่ามีการกระทำความผิด สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ไม่มีอำนาจในการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบพระรูปนั้น จะต้องเป็นหน้าที่เจ้าคณะผู้ปกครอง โดยทางสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ จะมีหน้าที่ในการหาข้อมูลมาสนับสนุนการดำเนินการตรวจสอบของพระสงฆ์เท่านั้น
พศ.ชี้ยายลอนมีสิทธิเปลี่ยนเจ้าอาวาส
ส่วนกรณีที่สำนักสงฆ์ขันติธรรมยังไม่ได้ขออนุญาตจัดตั้งวัด จะทำให้เจ้าของที่ดินที่แท้จริงมีสิทธิในการยื่นจัดตั้งวัด และขอเปลี่ยนตัวเจ้าอาวาสได้หรือไม่นั้น นายนพรัตน์ กล่าวชี้แจงว่า เจ้าของที่ดินบริเวณวัดป่าขันติธรรมต้องการที่จะให้พระรูปอื่นเข้ามาเป็นเจ้าอาวาสสามารถทำได้ เพราะในการทำเรื่องขออนุญาตตั้งวัดนั้น ผู้ยื่นขอใบอนุญาตตั้งวัดจะต้องระบุชื่อวัด ชื่อพระที่จะมาเป็นเจ้าอาวาส ซึ่งผู้ที่จะมีสิทธิ์ในการทำเรื่องขออนุญาตตั้งวัดจะต้องเป็นบุคคลคนเดียวกันกับผู้ได้รับอนุญาตให้สร้างวัด
"ส่วนกรณีไม่เป็นบุคคลคนเดียวกับผู้ได้รับอนุญาตให้สร้างวัด ต้องมีหนังสือมอบอำนาจจากผู้ได้รับอนุญาตสร้าง หรือทายาท พร้อมหลักฐานประกอบ ดังนั้นหากนางลอนเป็นเจ้าของที่ดินจริงสามารถดำเนินการในส่วนนี้ได้" ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ กล่าวต่อว่า
ยายลอนบอกอุ่นใจตร.คุ้มกัน
ด้านความคืบหน้าเกี่ยวกับการคุ้มกันนางลอน เจ้าของที่ดินหลังถูกชายลึกลับขู่ฆ่าหลังจากออกมาทวงคืนที่ดินจำนวน 15 ไร่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักสงฆ์สันติธรรมนั้น วันเดียวกันที่บ้านของนางลอน ตั้งอยู่กลางทุ่งนาบ้านหนองถ่ม ต.ดู่ อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจงานปราบปรามและงานสืบสวน สภ.กันทรารมย์จำนวน 10 นาย นำโดย พ.ต.ท.อดุลย์ สุรำไพ รอง ผกก.(ป.) สภ.กันทรารมย์ พร้อมด้วยอาวุธปืนครบมือมาคุ้มกันรักษาความปลอดภัยให้แก่นางลอนตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา โดยมีลูกหลาน ญาติพี่น้องของนางลอน จำนวนหนึ่งมาร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการรักษาความปลอดภัยด้วย ซึ่งเหตุการณ์เป็นปกติ แต่เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวังรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
พ.ต.ท.อดุลย์ กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจาก พ.ต.อ.ภุชงค์ วรรณา ผกก.สภ.กันทรารมย์ ให้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจงานปราบปรามและงานสืบสวนมารักษาความปลอดภัยให้แก่นางลอน เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดเหตุร้ายตามที่มีการขู่อุ้มเอาไปทำร้ายร่างกาย โดยจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดละ 10 นาย ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมารักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนสถานการณ์ภายในเขตพื้นที่ สภ.กันทรารมย์ ขณะนี้เหตุการณ์ยังคงปกติ แต่เพื่อความไม่ประมาทได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจออกสืบสวนหาข่าวเพื่อป้องกันการก่ออาชญากรรมในบริเวณเขตพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.กันทรารมย์ อย่างต่อเนื่อง
ยายลอนขอบคุณตร.ส่งกำลังคุ้มกัน
นางลอน กล่าวว่า ดีใจมากที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยคุ้มกันแบบนี้ ขอยืนยันว่าจะสร้างวัดป่าขันติธรรมต่อไป เพื่อให้เป็นวัดอย่างถูกต้องสมบูรณ์ให้ได้ หากเป็นวัดถูกต้องเมื่อใดจะเซ็นมอบที่ดินให้ทางวัดทันที ส่วนที่กลุ่มลูกศิษย์ของหลวงปู่เณรคำบอกว่าที่ดินตั้งสำนักสงฆ์ขันติธรรมของหลวงปู่เณรคำในปัจจุบันเป็นของ นางทองมี วุฒิยาสารนั้น ความจริงคือนางทองมีถวายที่ดินจำนวน 9 ไร่ เพื่อให้จัดวัด และตอนนั้นนางทองมีป่วย จึงเรียกเข้าไปพูดคุย โดยบอกว่าจะคุยเรื่องดีๆ ให้ฟัง
"นางทองมีบอกยายว่า ขอให้เป็นผู้ดำเนินการเรื่องที่ดินจำนวน 9 ไร่ เพื่อตั้งวัด ตอนนั้นนางทองมีบอกว่า ไม่สบายมาก คงจะอยู่ไม่ถึงตอนมอบถวายที่ดิน จึงขอให้แม่ใหญ่หมายถึงยายทำการแทนด้วย จากนั้นนางทองมีจึงนำชื่อของยายใส่กับชื่อของนางทองมีในหลักฐานที่ดิน เมื่อนางทองมีตายจึงเหลือยายเพียงคนเดียว ดังนั้นยายจะดำเนินจัดสร้างวัดป่าขันติธรรมให้เป็นวัดให้ได้ ตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาคที่ดิน" นางลอนกล่าว
โต้ศิษย์หลวงปู่ให้ข่าวไม่ใช่เจ้าของที่
นางลอน กล่าวต่อว่า ศรัทธาที่มีอยู่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง และขอยืนยันว่า จะต้องนำที่ดินมาตั้งเป็นวัดตามวัตถุประสงค์ของเจ้าของที่ดินเท่านั้น ไม่ใช่ทำเป็นอย่างอื่น ส่วนที่มีการแถลงข่าวว่า นางทองมีมอบที่ดินให้หลวงปู่เณรคำแล้วนั้น ขอยืนยันว่า ยังไม่ได้มอบแต่อย่างใด เพราะหากมีการมอบที่ดินกันจริงจะต้องเป็นผู้เซ็นมอบร่วมด้วย เพราะมีชื่อกันเพียง 2 คนเท่านั้น แต่ไม่เคยเซ็นมอบถวายอะไร อีกทั้งขณะนี้หลักฐานที่ดินมีชื่อเป็นเจ้าของผู้เดียว เพราะนางทองมีเสียชีวิตไป ส่วนลูกหลานของนางทองมีจะมาเซ็นมอบด้วยก็ทำได้ หากจะทำการจัดตั้งวัดให้ถูกต้อง ตรงตามวัตถุประสงค์ที่เจ้าของที่ดินมอบหมายเอาไว้ ซึ่งจะเซ็นมอบให้ทันที
"ตอนนี้ที่ดินเป็นชื่อยายเพียงคนเดียว ที่มีคนพูดออกมาว่า ยายไม่ใช่เจ้าของที่ดินนั้น ไม่จริง การที่พูดออกมาเช่นนั้น อาจเป็นการแก้ต่างแทนหลวงปู่เณรคำ ซึ่งนึกไม่ถึงว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแบบนี้ ยืนยันว่ายายเป็นเจ้าของที่ดินแทนนางทองมี และจะต้องทำให้เป็นวัดที่ถูกต้องให้ได้" นางลอน กล่าว
ลูกศิษย์ยันไม่มีใครข่มขู่เจ้าของที่ดิน
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 23 มิถุนายน ที่สมาคมวิชาชีพผู้สื่อข่าวแห่งประเทศไทย จังหวัดนนทบุรี กลุ่มลูกศิษย์หลวงปู่เณรคำ เครือข่ายบ้านวิมุตติธรรม ประกอบด้วย ดร.สุขุม วงประสิทธิ ประธานที่ปรึกษา นายภัทรเดช โสพรรณพาณิชกุล หรือเสี่ยก้าวหน้า พร้อมด้วยคณะลูกศิษย์หลวงปู่เณรคำจากต่างจังหวัด เดินทางมาร่วมทำบุญตักบาตรยามเช้ากับหลวงพ่อปานขาว และคณะพระสงฆ์จากต่างประเทศ ซึ่งเป็นที่รู้กันในหมู่ญาติโยมว่า เป็นพระสงฆ์ที่ได้อาราธนานิมนต์หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ไปในงานวันวิสาขบูชาโลก ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
จากนั้นนายภัทรเดชกล่าวชี้แจงถึงกระแสข่าวที่ระบุว่ามีกลุ่มลูกศิษย์หลวงปู่เณรคำไปข่มขู่ยายลอน เจ้าของที่ดินวัดป่าขันติธรรมว่า ยืนยันไม่มีใครไปข่มขู่ เพราะทุกคนรวมทั้งพระทุกรูปในวัดป่าขันติธรรมต่างรักและเคารพยายลอน ในฐานะญาติธรรมที่ช่วยดูแลให้ความสะดวกทุกอย่างมาโดยตลอด อีกทั้งยายลอนก็ไม่เคยทวงที่ดินคืน และไม่เคยให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่าจะขอที่ดินคืน เพียงแต่ต้องการให้ก่อสร้างวัดป่าขันติธรรมให้เสร็จไวๆ



