
ศิษย์'หลวงปู่เณรคำ'ยันที่ดินได้มาถูกต้อง
ศิษย์'หลวงปู่เณรคำ'เปิดแถลงข่าวย้ำ ข่าวร้ายที่มีผลต่อชื่อเสียงมาจาก'กลุ่มศิษย์เก่า'ที่เสียผลประโยชน์
22 มิ.ย.56 ที่สมาคมวิชาชีพผู้สื่อข่าวแห่งประเทศไทย ต.บางเสาธง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี กลุ่มลูกศิษย์ลูกปู่เณรคำนำโดย ดร.สุขุม วงประสิทธิ ประธานเครือข่ายบ้านวิมุตติธรรม นายเริงศักดิ์ กำธร ทนายความประจำเครือข่ายบ้านวิมุตติธรรม นายภานุ สุขวัลลิ โฆษกประจำตัวหลวงปู่เณร คำ นายวิชัย สุขอัมภา กรรมการบริหาวัดป่าขันติธรรม นางณฤดี พีระโรจน์ อายุ 51 ปี ลูกศิษย์หลวงปู่เณรคำ และมีข่าวออกมาว่าเป็นคนที่เข้าไปข่มขู่นางลอน มนัส อายุ 68 ปี เจ้าของที่ดินผู้บริจาคถวายที่ดิน 15 ไร่ให้กับวัดป่าขันติธรรม ร่วมกันแถลงข่าว
ดร.สุขุม กล่าวว่า ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในขณะนี้แท้ที่จริงแล้ว เกิดจากขบวนการปล่อยข่าวเพื่อโจมตีหลวงปู่เณรคำ โดยอดีตกรรมการบริหารวัดชุดหนึ่ง ซึ่งเคยมีอำนาจในการบริหารก่อสร้างวัดป่าขันติธรรมและพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลกมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท และการก่อสร้างมหาวิหารทั้งหมดจะมีมูลค่ากว่าประมาณ 2.5 พันล้านบาท จนมีการโกงกินเงินก่อสร้างเป็นจำนวนมาก หลวงปู่เณรคำ จึงได้ให้นิติธรรมของวัดเข้าทำการตรวจสอบการสั่งซื้อวัสดุก่อสร้างจนเป็นเหตุให้คณะกรรมการวัดชุดเก่าหมดอำนาจลง และเป็นที่มาของกลุ่มลูกศิษย์ที่ออกมาสร้างข่าวใส่ร้ายหลวงปู่เณรคำ
นายวิชัย สุขอัมภา ผู้ดูแลการก่อสร้างของวัดป่าขันติธรรม กล่าวว่า ตนเองได้รับมอบหมายจากหลวงปู่เณรคำให้เข้ามาทำการดูแลการก่อสร้างพระแก้วมรกตจำลองตั้งแต่ปี 2554 ซึ่งหลังจากตนเข้ามารับดูงานก่อสร้างแล้วก็พบความผิดปกติในการทุจริตหลายอย่าง เช่น การสั่งซื้อเหล็กซึ่งทางวัดได้สั่งมาจำนวน 10 ตัน แต่เมื่อเหล็กนำมาส่งที่วัดกลับมีเหล็กเพียงแค่ 5 ตันเท่านั้น ที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งหายไปไหนและในการก่อสร้างต่างๆ ตนตรวจพบว่า มีการทุจริตเงินวัดกว่า 70% คิดเป็นเงินมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ตนจึงได้รายงานเรื่องนี้ให้กับหลวงปู่เณรคำทราบ แต่หลวงปู่เณรคำไม่อยากจะดำเนินคดีกับลูกศิษย์จึงได้ลดบทบาทการทำหน้าที่ของอดีตลูกศิษย์และกรรมการวัดชุดเก่าลงจนเป็นที่มาของการออกมาปล่อยข่าวทำลายชื่อเสียงหลวงปู่เณรคำ
นายภานุ สุขวัลลิ โฆษกประจำตัวหลวงปู่เณรคำ ได้นำภายถ่ายของนางทองมี วุฒิยาสาร ซึ่งเสียชีวิตไปแล้วออกมาโชว์สื่อมวลชนว่านี้คือคนที่เป็นเจ้าของที่ดินจำนวนดังกล่าวและเป็นผู้มอบให้กับทางวัดเอง ซึ่งไม่ใช้ที่ดินของ นางลอน มนัส อายุ 68 ปี อย่างที่ออกมาอ้างตัวว่า เป็นเจ้าของ เพียงแต่เท่าที่ทราบมานั้นนางทองมี ก่อนเสียชีวิตได้มอบที่ดินดังกล่าวให้กับหลวงปู่เณรคำ โดยอาจจะบอกกับนางลอนให้ฝากดูแลหลวงปู่ ด้วยไม่ใช้ให้ดูแลเรื่องการสร้างวัดแต่อย่างใด แต่เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีหลักฐานอะไรบ้างที่บอกว่า นางทองมี ซึ่งเสียชีวิตไปแล้วเป็นเจ้าของ ก็ได้รับคำตอบต้องรอเอกสารจากทางวัดป่าขันติธรรมส่งมาก่อน โดยยืนยันว่า มีหลักฐานเป็นหนังสือประวัติของวัดที่ระบุว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นของนางทองมีบริจาคให้ และการครอบครองที่ดินสามารถไปตรวจสอบได้ที่สำนักงานที่ดิน ซึ่งจะมีการระบุว่า ใครเป็นเจ้าของที่ดินตัวจริง แต่หากมีการพูดคุยกับยายลอนได้ กลุ่มลูกศิษย์ก็จะรวบร่วมเงินซื้อที่ต่อจากยายลอน เพื่อความสบายใจแต่ไม่ใช่ เพราะว่ายายลอนเป็นเจ้าของที่ดินแต่เป็นค่าดูแลแทน
นางณฤดี พีระโรจน์ กล่าวว่า ที่ตนเดินทางมาร่วมแถลงข่าวในวันนี้นั้นก็เพื่ออยากจะชี้แจงกับสื่อว่า ที่มีข่าวออกมาว่าตนเองพาพวกไปข่มขู่นางลอน ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เนื่องจากก่อนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นนั้น ตนเองได้ดูข่าวทางทีวี ทราบว่า นางลอนออกมาพูดว่า จะขอเอาที่ดินจากวัดคืน เพราะให้ไปแล้วไม่มีการสร้างวัดขึ้น ตนเองซึ่งรู้จักกับนางลอนมา 5 ปี แล้วจึงได้เดินทางไปหาที่บ้านพักเพื่อจะสอบถามข้อเท็จจริง เมื่อไปถึงก็พบว่านางลอน กำลังจะออกไปข้างนอกพอดี ตนจึงถามจะเอาที่ดินของวัดคืนจริงเหรอ ซึ่งนางลอนก็บอกว่า ตนเองไม่ได้พูด ตนจึงได้ขอร้องให้นางลอนช่วยออกมาแก้ข่าวให้กับทางวัด แต่นางลอนอ้างว่า ป่วย ไม่สามารถไปไหนได้ ตนจึงเดินทางกลับ ไม่ได้เข้าไปข่มขู่แต่อย่าไรตามที่มีข่าวเสนอออกไปก่อนหน้านั้น
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ขบวนการจ้องทำลายวัดนั้นเป็นกลุ่มใดและมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร ดร.สุขุม กล่าวว่า เป็นกลุ่มอดีตลูกศิษย์และกรรมการวัดโดยหนึ่งในลูกศิษย์เป็นสื่้อมวลชน และเป็นผู้ที่เสียผลประโยชน์จนนำมาสู่การปล่อยข่าวในทางเสียหายต่อหลวงปู่เณรคำ ซึ่งหลังจากนี้ตนเองจะเตรียมนำเอกสารเข้าดำเนินคดีต่อไป
"เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ"อยากให้"หลวงปู่เณรคำ"กลับวัดโดยเร็วเพื่อยุติปัญหา
พระครูวิสุทธิญาณ เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ปัญหาพระหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก หัวหน้าคณะสงฆ์ สำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม อยากให้เรื่องจบลงโดยเร็วๆ ถ้ามีสิ่งใดที่พอจะอนุโลม ก็อนุโลมกัน สิ่งไหนควรแก้ไขก็ช่วยกันแก้ไขไป เพราะข่าวที่แพร่ออกไป มีผู้คนให้ความสนใจเป็นอันมาก เกรงจะทำลายศาสนา ซึ่งแท้จริงแล้ว ผู้ที่ตัดสินใจเข้ามาบวช เพื่อปฎิบัติธรรม หาหนทางหลุดพ้นจากกิเลส หาหนทางสงบ ร่มเย็น มีศีล มีวินัยสงฆ์ ให้ยึดมั่นถือมั่น เพราะสุดท้ายไม่ว่าคนธรรมดา หรือพระสงฆ์ ก็จะต้องแตกดับไปเป็นธรรมดา และจะเอาอะไรไปไม่ได้เลย อยากจะให้ลูกศิษย์หลวงปู่เณรคำ ได้ติดต่อให้หลวงปู่เณรคำ เร่งกลับวัดโดยเร็วเพื่อมาชี้แจงให้สังคมได้ทราบ เรื่องจะได้ยุติ และขอให้เร่งไปพบตนเพื่อจะสอบถามเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น



