พระเครื่อง

'ถาน เวจกุฏี ส้วม' : คำวัด โดยพระธรรมกิตติวงศ์

'ถาน เวจกุฏี ส้วม' : คำวัด โดยพระธรรมกิตติวงศ์

21 มิ.ย. 2556

'ถาน เวจกุฏี ส้วม' : คำวัด โดยพระธรรมกิตติวงศ์


               "ส้วมคือห้องรับแขกญาติโยมที่มาวัด" นี่คือคำนิยามและความสำคัญของส้วมในมุมของ พระครูสมุห์สงบ กิตติญาโณ หรือหลวงพี่สงบ พระเลขาหลวงปู่แย้ม และรักษาการเจ้าอาวาสวัดตะเคียน

              ทั้งนี้ตั้งแต่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรักษาการเจ้าอาวาสวัดตะเคียน โดยสนองงานหลวงปู่แย้ม พัฒนาวัดร้างให้กลายเป็นวัดท่องเที่ยว ปัจจุบันวัดตะเคียนถือว่าเป็นวัดแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีโบสถ์หัวเสือ-หัวมังกร ซึ่งในแต่ละวันจะมีพุทธศาสนิกชนจำนวนมากเดินทางมาลอดโบสถ์ สะเดาะเคราะห์ ต่อชะตาแบบนอนโลง ลอยเทียน รวมทั้งเที่ยวตลาดน้ำวัดตะเคียนจำนวนมาก

              พร้อมกันนี้ หลวงพี่สงบยังบอกด้วยว่า "เราควรทำสถานที่ปลดทุกข์ให้กลายเป็นสถานที่สร้างสุขได้ในเวลาเดียวกัน ส้วมสะอาดน่าใช้ ประหยัด ปลอดภัย การขับถ่ายจะเป็นสุข สะอาด เป็นหัวใจของส้วมที่จะต้องใส่ใจเป็นอันดับแรก"

              คำว่า “ถาน” พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙) ราชบัณฑิต และเจ้าอาวาสวัดราชโอรสาราม ได้ให้ความหมายไว้ว่า ส้วมของพระภิกษุสามเณร เป็นคำเฉพาะ

              ถาน ในสมัยโบราณ เป็นโรงเรือนที่แยกออกไปต่างหาก ส่วนใหญ่จะอยู่ท้ายวัดจะได้ไม่ส่งกลิ่นเหม็นมารบกวน ลักษณะโรงเรือนจะมีใต้ถุนสูงโปร่ง ถ่ายเทอากาศได้สะดวก ด้านบนมีฝามิดชิด ข้างบนฝามีช่องระบายอากาศและช่องแสง มีประตูปิด-เปิด พื้นปูด้วยไม้หรือเทปูน มีร่องสำหรับถ่ายอุจจาระ มีเขียงรองเท้าสองข้าง มีรางน้ำปัสสาวะยื่นออกไปนอกฝา มีไม้ซีกเล็กๆ มัดรวมกันวางไว้ข้างๆ สำหรับเช็ดเมื่อเสร็จกิจ ในถิ่นที่หาน้ำได้ง่ายก็ชำระด้วยน้ำที่ใส่ภาชนะเช่นตุ่มเล็กๆ เตรียมไว้แล้ว

              สำหรับพระสงฆ์แล้วในพระธรรมวินัยกำหนดไว้ว่าจะต้องมีสถานที่ขับถ่ายโดยเฉพาะเช่นกัน เรียกว่า เวจ, เวจกุฎี (อ่านว่า เว็ด-จะ-กุ-ดี) หรือ วัจกุฎี (อ่านว่า วัด-จะ-กุ-ดี) โดยมีลักษณะเป็นหลุมถ่ายก่ออิฐ หรือหิน หรือไม้กรุเพื่อไม่ให้ขอบหลุมพัง มีเขียงแผ่นหินหรือแผ่นไม้รอง ปิดทับหลุม เจาะรูตรงกลางสำหรับถ่ายอุจจาระ หรืออาจมีฝาทำจากไม้ อิฐ หรือหิน ในบางแห่งมีล้อมเป็นผนังให้มิดชิด

              ส่วนคำว่า "เวจกุฎี" เจ้าคุณ "ทองดี" ได้ให้ความหมายไว้ว่า สมัยโบราณเรียกว่า ถาน นิยมสร้างไว้ริมรั้ววัด ซึ่งห่างจากที่พำนักอาศัยของภิกษุสามเณรในวัด เพื่อไม่ให้กลิ่นรบกวน สมัยปัจจุบันไม่นิยมเรียกชื่อนี้ แม้คำว่าถานก็ไม่นิยมเรียก แต่เรียกว่า ส้วมบ้าง ห้องน้ำบ้าง ห้องสุขาบ้าง ตามแบบชาวบ้าน

              เวจกุฎี ในพระธรรมวินัยกำหนดธรรมเนียมการใช้ไว้หลายอย่าง เช่น ห้ามเหลือน้ำที่ชำระไว้ในภาชนะ เช่น กระบอก ขันตักน้ำ ไม่ต้องนับพรรษา คือ ไม่ต้องเรียงลำดับว่า ผู้มีพรรษามากกว่าต้องใช้ก่อน ไม่ต้องทำสามีจิกรรม คือ ไม่ต้องไหว้ ขณะเข้าไปทำกิจ เป็นต้น

"}])