พระเครื่อง

'หลวงปู่เณรคำ'เปิดใจ!30มิ.ย.นี้

'หลวงปู่เณรคำ'เปิดใจ!30มิ.ย.นี้

20 มิ.ย. 2556

'หลวงปู่เณรคำ'เปิดใจ30มิ.ย.นี้ ตอบทุกคำถาม ด้าน'ลูกศิษย์'โต้เครื่องบินเจ็ตไม่ใช่ของ'หลวงปู' พร้อมแฉ'อดีตลูกศิษย์แค้นขอเงินไม่ได้ หวังทำลายชื่อเสียง

                20 มิ.ย.56 พระฐกฤต กันตธัมโม โฆษกประจำหลวงปู่เณรคำและประชาสัมพันธ์วัดป่าขันติธรรม เปิดเผยว่า ขอยืนยันหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ จะกลับมาร่วมงานมหาพิธีห่มผ้าฤดูฝนองค์พระแก้วมรกตที่ใหญ่ที่สุดในโลก ระหว่างวันที่ 27-30 มิ.ย. ที่วัดป่าขันติธรรม ได้อย่างแน่นอน เพียงแต่กำหนดการกลับประเทศไทยอย่างเป็นทางการของหลวงปู่เณรคำนั้นยังไม่แน่ชัดเท่านั้น แต่สามารถร่วมงานได้ทันวันที่ 29-30 มิ.ย. ได้แน่นอน ทั้งนี้ หลวงปู่เณรคำ ได้แจ้งให้อาตมาทราบว่า ท่านจะเปิดแถลงข่าวด้วยตัวท่านเองให้สำนักข่าวทุกช่อง หนังสือพิมพ์ทุกฉบับ สื่อทุกแขนง ได้ซักถามทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นของหลวงปู่เณรคำในทุกประเด็นโดยไม่มีปิดบัง คาดว่า น่าจะเป็นในช่วงบ่ายวันที่ 30 มิ.ย. ทั้งนี้ กำหนดวัน-เวลาที่ชัดเจน หลวงปู่เณรคำจะได้ฝากให้กองงานประชาสัมพันธ์วัดป่าขันติธรรมแจ้งไปยังสื่อทุกแขนงเพื่อทราบอีกครั้งหนึ่ง

                             “อาตมาได้พูดคุยกับหลวงปู่เณรคำมาบ้าง ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งหลวงปู่ทราบทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยท่านปรารภว่า ‘รู้สึกเฉยๆ ไม่ขอแก้ข่าว และไม่รู้สึกวิตกทุกข์ร้อนกับข่าวฉาวที่เกิดขึ้น ทุกความจริงจะกระจ่างชัดในภายหลัง’ ท่านยังบอกด้วยว่าหากหลวงปู่แถลงข่าว อยากให้สื่อเดินทางมาสัมภาษณ์กันมากๆ จะได้แก้ข้อสงสัย เนื่องจากเรื่องราวที่เกิดขึ้น ล้วนแต่มีความคลาดเคลื่อนและพูดกันไปกันมาเพียงด้านเดียว อย่างเช่นเรื่องขอละสังขาร ท่านก็ไม่เคยบอกว่าจะละสังขารในตอนนี้ แต่จะขอละสังขารเมื่ออายุ 50 กว่าปี หรือกรณียุบวัดป่าขันติธรรม ก็ไม่ต้องยุบ เพราะไม่มีสถานะของความเป็นวัดอยู่แล้ว” โฆษกหลวงปู่เณรคำ กล่าว

 

 

"ลูกศิษย์"ออกโรงป้อง!"หลวงปู่เณรคำ"

 

                เมื่อเวลา 14.00 น.ที่ห้องประชุมชั้น 3 สมาคมวิชาชีพผู้สื่อข่าวแห่งประเทศไทย ต.บางเสาธง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ได้มีการแถลงข่าวชี้แจงภาพข่าวที่ออกมาตามสื่อต่างๆ ของหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก จากกรณีถูกสื่อนำเสนอข่าวว่า เป็นพระไฮโซจนมีเครื่องบินส่วนตัวนั่งและใช้ของราคาแพง จนเกิดกระแสในทางลบ โดยมีนายภัทรเดช โสพรรณพานิชย์ หรือเสี่ยก้าวหน้า ดร.สุขุม วงประสิทธิ อดีตผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพฯ นายวิชัย สุขอัมภา กรรมการบริหาวัดป่าขันติธรรม นายภานุ สุขวรรณริ โฆษกวัดป่าขันติธรรม และพระครูวรธรรมวิเทศ หรือหลวงพ่อปานขาว ญาณธโร เจ้าอาวาสวัดโพธิญาณารามในประเทศฝรั่งเศสพร้อมพระลูกวัดและญาติโยมอีกเกือบ 100 คน ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นลูกศิษย์คนสนิทและได้รับอนุญาตจากหลวงปู่เณรคำ ให้ออกมาชื้แจงเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นแทน ขณะที่ท่านยังอยู่รับกิจนิมนต์ไปร่วมงานวันวิสาขบูชาโลก ที่กรุงปารีส ณ. ประเทศฝรั่งเศส

               โดยนายภัทรเดช กล่าวว่า วันนี้ที่ตนเองและกลุ่มลูกศิษย์ต้องออกมาแถลงข่าวเนื่องจากมองว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นไม่เป็นธรรมกับหลวงปู่ซึ่งหลวงปู่เองก็ไม่อยากที่จะออกมาแก้ข่าวอะไรอยู่แล้ว แต่ตนและกลุ่มลูกศิษย์ทนไม่ได้ที่เห็นมีการนำเสนอข่าวหลวงปู่แต่ในเรื่องเสียหาย จึงได้ขออนุญาตหลวงปู่เพื่อจะชี้แจงกับสื่อมวลชนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเอง โดยเริ่มจากกรณีที่มีภาพหลวงปู่ขับเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวนั้น เรื่องของเรื่องก็คือวันนั้นหลวงปู่รับกิจนิมนต์จากญาติโยมท่านหนึ่งไปที่ จ.ภูเก็ต โดยญาติโยมท่านนี้ได้เช่าเครื่องบินลำดังกล่าวมาจากบริษัท เอ็มเจ็ท เพื่อมารับหลวงปู่ไป ซึ่งขณะนั้นกัปตันของเครื่องบินได้นิมนต์หลวงปู่ให้ไปลองนั่งขับเพื่อเป็นศิริมงคล ซึ่งดูได้จากภาพถ่ายที่จะเห็นว่า เครื่องบินยังไม่ได้บินออกไปแต่ยังอยู่ที่พื้น ตนเองก็มองว่า ไม่ใช่เรื่องที่เสียหายอะไรเหมือนกับเราออกรถมาใหม่ก็อยากจะให้พระที่นับถือนั่งเป็นศิริมงคล และภาพที่เป็นรูปเฮลิคอปเตอร์มีรูปหลวงปู่ติดอยู่นั้นก็เป็นเพราะเจ้าของเฮลิคอปเตอร์เลื่อมใสศรัทธาในตัวหลวงปู่เหมือนกับการที่คนเราออกรถยนต์มาใหม่ยังนำสติ๊กเกอร์พระที่นับถือมาติดเลย เจ้าของเฮลิคอปเตอร์เข้าจึงทำสติ๊กเกอร์หลวงปู่ขึ้นมาติดเองยืนยันว่า ไม่ใช'เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวของหลวงปู่แน่นอน

               ส่วนเรื่องที่ว่าทางวัดมีลานจอดเครื่องบินนั้น ตนยอมรับว่าเป็นเรื่องจริงเนื่องจากทางวัดได้ปรับพื้นที่ถนนหน้าวัดให้เป็นถนนทางเข้าวัด โดยทางวัดได้นำสีไปเขียนเป็นสัญลักษณ์ให้เฮลิคอปเตอร์ลงจอด เนื่องจากทางวัดมักจะมีแขกผู้ใหญ่คนสำคัญเดินทางมาจากที่ไกลๆ ทางวัดจึงอำนวยความสะดวกให้ก็เท่านั้น ส่วนเรื่องกระเป๋าหลุยส์และการใช้โทรศัพท์ยี่ห้อแพงของหลวงปู่นั้นเป็นสิ่งที่ญาติโยมนำมาถวายให้ทั้งนั้น เนื่องจากญาติโยมคิดว่า การที่นำของที่ดีมาถวายพระก็จะได้สิ่งที่ดีๆ กลับไปตนยืนยันว่าหลวงปู่ไม่ได้ซื้อหามาแต่อย่างใด

               และเรื่องที่มีภาพหลวงปู่นอนกับคนลักษณะคล้ายผู้หญิงตนเองยืนยันว่า ภาพดังกล่าวเป็นภาพที่ตัดต่อขึ้นมาเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว โดยลูกศิษย์คนหนึ่งที่ไม่หวังดีกับตัวหลวงปู่และหวังทำลายชื่อเสียงของหลวงปู่ หลังจากลูกศิษย์คนนี้เคยมาขอเงินหลวงปู่เป็นเลข 7 หลัก แต่ทางหลวงปู่ไม่ให้จึงเกิดมิจฉาทิฐิ ส่วนการที่มีการไปถ่ายที่บ้านหลวงปู่และบอกว่าตึก 5 ชั้น ที่เห็นนั้นเป็นบ้านโยมพ่อแม่ของหลวงปู่นั้นก็ไม่เป็นความจริง เพราะตึกดังกล่าวเป็นมูลนิธิหลวงปู่เณรคำใช้เป็นศูนย์รวมในการดูแลสาขาต่างๆ ของวัด ส่วนบ้านของโยมพ่อแม่ของหลวงปู่นั้นอยู่ติดๆ กัน และตึกดังกล่าวก็เป็นเงินที่ญาติโยมคนหนึ่งบริจาคสร้างให้กับมูลนิธิ

               ด้านนายวิชัย กรรมการวัดป่าขันติธรรม กล่าวว่า ส่วนเรื่องผลประโยชน์ภายในวัดนั้นส่วนใหญ่ได้มาจากการที่หลวงปู่ไปแสดงธรรมและมีญาติโยมร่วมกันนำมาถวายบางครั้งมากถึงครั้งละ 30 ล้านบาท ซึ่งหลวงปู่ก็จะนำเงินที่ได้มาจากการบริจาคของชาวบ้านนำไปสร้างองค์พระแก้วมรกตจำลองขนาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งในขณะนี้ได้มีญาติโยมบริจาคทองคำเป็นจำนวนมาก เพื่อนำมาสร้างเป็นเครื่องทรงพระแก้วมรกต 3 ฤดู โดยทางกรรมการวัดได้เก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีและมีขั้นตอนการเบิกจ่ายเงินอย่างชัดเจน           

 


"มส."ไม่ได้ถกปมร้อน"หลวงปู่เณรคำ"

 

             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ซึ่งมีสมเด็จพระวันรัต รักษาการเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต กรรมการ มส. เป็นประธาน โดยที่ประชุม มส. ไม่ได้มีการนำประเด็นข้อร้องเรียนเกี่ยวกับพระวิรพล  ฉัตติโก  หรือหลวงปู่เณรคำ  วัดป่าขันติธรรม  อำเภอกันทรารมย์  จังหวัดศรีสะเกษ ที่กำลังมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างหนักมาหารือในการประชุม ขณะเดียวกัน กรรมการ มส. หรือพระผู้ใหญ่ในที่ประชุมก็ไม่ได้มีการหยิบยกประเด็นดังกล่าวมาพูดในการประชุมแต่อย่างใด โดยการประชุมครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีก็เลิกการประชุม

                อย่างไรก็ตาม การประชุมวันนี้นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ไม่ได้เดินทางมาเข้าร่วมประชุมด้วย

 

 

               
สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษเล็งสอบเส้นทางการเงินวัดป่าขันติธรรม 

 

               ด้านนายวิรอด ไชยพรรณา ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ตนได้รับคำสั่งทางวาจาจากผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ  ให้เข้าดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินและเส้นทางการเงินของวัดป่าขันติธรรมว่า มีเงินเข้า-ออกอย่างไร มีรายรับมาจากไหน มีรายจ่ายอะไรบ้าง 

               ขณะนี้ กำลังศึกษารายละเอียดว่าด้วยอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายแล้วจะสามารถตรวจสอบได้มากน้อยแค่ไหน  ทำอย่างไรที่จะไม่ผิดกฎหมาย หรือเกินอำนาจหน้าที่ ซึ่งการจะตรวจสอบให้ได้โดยละเอียดคงจะต้องรอให้พระวิรพลกลับมาที่วัดก่อนจึงจะดำเนินการได้

                พระครูวิสุทธิญาณ เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ (ธรรมยุต) กล่าวว่า ภาพที่ปราฏทั้งการเดินทางโดยเครื่องบิน เป็นภาพที่ไม่ควร ไม่เหมาะสม เป็นภาพที่มีลักษณะเกินขอบเขตของการเป็นพระ ที่ผ่านมาเคยมีเรื่องในทำนองเดียวกันนี้ร้องเรียนมา โดยในหนังสือร้องฉบับดังกล่าว ได้แนบภาพมาด้วย แต่ในหนังสือไม่ได้ระบุชื่อผู้ร้องแต่อย่างใด เหตุเกิดเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และเมื่อสอบถามเรื่องนี้ไปยังฝ่ายที่ถูกร้องเรียน แต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับมาแต่อย่างใดจนถึงปัจจุบันนี้

                   "ในเรื่องดังกล่าวต้องให้มีเจ้าทุกข์ เป็นผู้ร้องทุกข์เข้ามาก่อน และพร้อมที่จะดำเนินการ ให้ทางสำนักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยคณะ เรียกให้ หลวงปู่เณรคำ เข้ามาพบและทำการสอบถามถึงเรื่องราวที่ถูกร้องเรียน ตามขั้นตอนต่อไป แต่อย่างไรก็ดีก็ยังไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าทุกข์เข้ามาร้องเรียนอย่างเป็นทางการในเรื่องนี้ "  เจ้าคณะจังหวัด กล่าว

 

จ้าคณะจังหวัดอุบลฯแจงสังกัด"หลวงปู่เณรคำ"


              พระราชธรรมโกศล เจ้าคณะธรรมยุต วัดใต้องค์ตื้อ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี เปิดเผยถึง พระวิรพล ฉัตติโก หรือหลวงปู่เณรคำ ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ว่า หลวงปู่เณรคำบวชที่วัดศรีนวล อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี จากนั้นไปจำพรรษาที่วัดบ้านดอนธาตุอยู่ในอำเภอเดียวกัน และก่อนจะไปอยู่ที่จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อไปสร้างวัด จึงมาขอเข้าสังกัดที่วัดใต้องค์ตื้อเมื่อประมาณ 6-7 ปีที่ผ่านมา เมื่อไปตั้งสำนักสงฆ์ขันติธรรมที่ อ.กันทรารมย์ ได้ระยะหนึ่งมาขอย้ายสังกัดวัดไปที่จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งไม่ทราบว่าได้แจ้งย้ายเข้าอยู่ในสังกัดของคณะสงฆ์จังหวัดศรีสะเกษหรือไม่ หากไม่แจ้งย้ายเข้า ทางนิตินัยถือว่ายังสังกัดกับคณะสงฆ์จังหวัดอุบลราชธานี แต่ทางพฤตินัยถือว่าอยู่กับคณะสงฆ์จังหวัดศรีสะเกษแล้ว เพราะตั้งแต่ขอย้ายออกไปไม่เคยติดต่อมาเลยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

              สำหรับเหตุการณ์ที่เป็นข่าวในขณะนี้ ไม่ทราบรายละเอียดเบื้องลึก หากเป็นไปได้อยากให้หลวงปู่เณรคำติดต่อมา เพื่อสอบถามความจริง เนื่องจากมหาเถรสมาคมต้องการทราบความเป็นมาเป็นไป ส่วนที่พระใช้สิ่งของมีราคาแพงเกินฐานานุรูปจะทำให้ถูกทางโลกตำหนิติเตียนได้

 

 

 

"}])