พระเครื่อง

พระแก้วมรกตจำลองอภิโปรเจกท์'หลวงปู่เณรคำ'

พระแก้วมรกตจำลองอภิโปรเจกท์'หลวงปู่เณรคำ'

20 มิ.ย. 2556

พระแก้วมรกตจำลองอภิโปรเจกท์'หลวงปู่เณรคำ' : ศูนย์ข่าวเนชั่นภาคอีสานรายงาน


           ชื่อของ หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก แห่งวัดป่าขันติธรรม หรือที่พักสงฆ์บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ที่กำลังเป็นกระแสในโลกอินเทอร์เน็ต อาจสร้างความประหลาดใจให้แก่ผู้คนบางส่วน ตั้งปุจฉาเหตุใดหนอภิกษุวัยเพียง 34 ปี จึงมีผู้คนเรียกว่า "หลวงปู่" และเหตุใดผู้คนจึงมีจิตศรัทธาบริจาคเงินร่วมสร้างถาวรวัตถุกันจำนวนมาก รวมทั้งมีการนิมนต์ไปแสดงธรรมที่ประเทศต่างๆ โดยใช้เครื่องบินเจ็ตในการเดินทางจนเป็นข่าวฮือฮาอยู่ในขณะนี้

           ย้อนไปสมัยที่ ด.ช.วีรพล สุขผล เด็กน้อยจากบ้านทรายมูล ต.ทรายมูล อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี บวชเณรเฉกเช่นเดียวกับเด็กทั่วไป กระทั่งผ่านไป 5 ปี ได้บวชเป็นพระภิกษุที่วัดดอนธาตุ บ้านทรายมูล ได้ฉายา "ฉัตติโก" จาริกแสวงบุญไปเรื่อย จนมาพบว่าที่บ้านยางแห่งนี้มีที่พักสงฆ์ที่กำลังจะร้าง จึงได้ปักกลด และตั้งใจที่จะสร้างวัดขึ้นให้จงได้ โดยการอธิษฐานจิตด้วยตนเอง

           จากนั้นได้เชิญชวนญาติโยมให้เข้ามาที่วัดป่าขันติธรรม ศรัทธาเริ่มหลั่งไหลเมื่อมีข่าวว่า มีญาติโยมถ่ายภาพ "พระฉัตติโก" ได้ในรูปลักษณ์ที่แปลกไปจากพระทั่วๆ ไป คือ มีมวยผมเกิดยกสูงขึ้นที่กลางศีรษะ คล้ายผมบนศีรษะของพระพุทธเจ้า เมื่อครั้งปลงผมเพื่อออกผนวกใหม่ๆ ญาติโยมต่างพูดต่อๆ กันว่า อาจจะเป็นพระที่พระพุทธเจ้าทรงบวชให้ หรือลือต่อไปอีกว่ามีบุญเช่นพระพุทธเจ้า จึงได้บังเกิดภาพลักษณะนี้ขึ้น

           เมื่อภาพถูกแจกจ่ายต่อไปทั่ว จ.ศรีสะเกษ กระทั่งกระจายในประเทศ และต่างประเทศ ผู้คนยิ่งพูดถึงกันมากขึ้น ผู้คนก็หลั่งไหลเข้ามาที่สำนักสงฆ์แห่งนี้เป็นเงาตามตัว ต่างต้องการเดินทางมาขอดูให้เป็นบุญตา แม้ว่าภาพเบื้องหน้าที่ทุกคนได้เห็นจะเป็นเพียงพระหนุ่มเท่านั้น แต่ความศรัทธาของผู้คนหาได้ลดทอนลง

           ทว่าศรัทธากลับเพิ่มมากขึ้นเมื่อ หลวงปู่เณรคำ ได้พิมพ์หนังสือธรรมะออกเผยแผ่ไปตามแผงหนังสือทั่วๆ ไป ในการถ่ายทอดคำสั่งสอนขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า ในการให้ผู้คนปฏิบัติธรรมเพื่อการหลุดพ้นจากเวรกรรม พร้อมทั้งสอนให้คนรู้จักการให้ การให้ทาน การสร้างสมบุญ การสร้างศาสนสถานไว้ให้พระพุทธศาสนาได้จรรโลงคงอยู่ในโลกตราบชั่วลูกหลาน สร้างกุฏิปฏิบัติธรรมให้พระสงฆ์ สร้างพระให้คนกราบไหว้ สร้างศาลาให้คนมาปฏิบัติธรรม ซื้อที่ดินถวายวัดเพื่อสร้างเป็นวัดให้พระสงฆ์ได้มาปฏิบัติธรรม

           ที่ฮือฮาที่สุดดูเหมือนจะเป็นโครงการสร้าง "พระแก้วมรกต" องค์จำลองใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีกระแสว่าในคืนวันอาทิตย์ที่ 4 ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 เวลาตีสอง ท้าวสักกะเทวราช มหาราชองค์อินทร์ มหาราช จอมเทวดา ผู้ยิ่งใหญ่กว่าเทวดาทั้งหลาย ได้มาอาราธนานิมนต์ให้หลวงปู่เณรคำ นำพาสาธุชนร่วมกันสร้างองค์พระแก้วมรกตจำลอง หน้าตักกว้าง 15 เมตร สูง 18 เมตร ส่วนฐานความสูง 7 เมตร โดยมหาราชองค์อินทร์ จะเป็นผู้ช่วยอำนวยการสร้างให้ราบรื่น ให้แล้วเสร็จด้วยพลังใจ พลังจิตอันยิ่งใหญ่ ทั้งเทวดา มนุษย์มิตรทั้งหลาย

           นายช่างใหญ่ที่รับหน้าที่ก่อสร้างพระแก้วมรกตจำลอง เล่าให้ฟังว่า การสร้างพระแก้วมรกตขนาดใหญ่ ถือเป็นเรื่องยาก ต้องใช้ช่างฝีมือพื้นบ้านจาก จ.สกลนคร และนครพนม กว่า 30 คน ที่มีความชำนาญงานก่อสร้างและงานปูน อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เริ่มก่อสร้างยังไม่ประสบปัญหาจนงานต้องหยุดชะงัก โดยพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลกมีขนาดหน้าตักกว้าง 15 เมตร สูง 18.5 เมตร ฐานสูงจากพื้นดิน 7 เมตร ครอบมหาวิหารความสูงประมาณตึก 6 ชั้น มีลิฟต์โดยสารขึ้นลง ชั้นล่างสุดใช้เป็นสถานปฏิบัติธรรมของญาติโยมที่ตั้งใจมาทำบุญ ทางวัดต้องการให้เป็นพุทธสถานที่สำคัญ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางพุทธศาสนาที่สำคัญในอนาคต

           พระแก้วมรกต ที่ว่านี้เน้นสถาปัตยกรรมร่วมยุคร่วมสมัย โดยจะรวมสถาปัตยกรรมของทุกๆ ภาคของประเทศไทยไว้ ให้มีความสวยงามมีชีวิตชีวา โดยให้สื่อความหมายถึงพุทธศาสนิกชนที่มีความศรัทธามั่นคง เด็ดเดี่ยว ต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตั้งงบประมาณการก่อสร้างเฉพาะองค์พระแก้วมรกตกว่า 150 ล้านบาท จะสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับกำลังศรัทธาของญาติโยม

           สิ่งพิเศษสำหรับองค์พระแก้วมรกต นอกจากความใหญ่โตขององค์พระแล้ว วัสดุที่ใช้หยกเขียวแท้หุ้มองค์พระแก้วมรกตเป็นหยกอิตาลี สั่งซื้อนำเข้าจากประเทศอินเดียดินแดนต้นกำเนิดของพระพุทธศาสนา หยกถือเป็นรัตนชาติอีก 1 ชิ้น ที่มีความงดงาม

           ขณะเดียวกัน ทุกครั้งที่วัดป่าขันติธรรมมีงานมักที่จะกล่าวอ้างถึงพระแก้วมรกต องค์จำลองที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในการเชิญญาติโยมเข้าวัด เพื่อประกอบศาสนกิจที่เกี่ยวกับองค์พระแก้วฯ และทุกครั้งญาติโยมก็จะเดินทางมาร่วมบุญกันเป็นจำนวนมาก จนมีกระแสข่าวออกไปว่า วัดแห่งนี้สามารถดึงญาติโยมเข้าวัดได้มาก มีเงินเข้าวัดมากที่สุด

           และทุกครั้งหลวงปู่เณรคำ จะออกมาเปิดเผยว่า ครั้งมีญาติโยมมาร่วมทำบุญด้วยเงิน ด้วยทองคำจำนวนเท่าใด และทุกครั้งญาติโยมที่รับฟังก็จะตาโต เพราะนับหลายร้อยล้านบาทที่มีญาติโยมมาร่วมทำบุญ เพื่อสร้างศาสนสถาน ประกอบกับทางวัดได้มีประชาสัมพันธ์ที่ดี มีก่อนงาน ระหว่างงาน และหลังงานเสร็จตลอด

           กระแสศรัทธาหลวงปู่เณรคำในระยะหลังมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีญาติโยมนิมนต์ไปเทศน์ในที่ต่างๆ กันในหลายพื้นที่ที่ห่างไกลกัน ในเวลาไล่เลี่ยกัน การเดินทางจึงจำเป็นที่จะต้องใช้รถตำรวจทางหลวงนำขบวน และมีญาติโยมคอยติดตามจำนวนหนึ่งด้วย

           ในระยะหลังญาติโยมที่นิมนต์ได้ถวายเครื่องบินให้นั่งไปมาจะได้ไม่ลำบาก ไม่เหนื่อย จนมีกระแสข่าวก่อนหน้านี้หลายต่อหลายครั้ง แต่ญาติโยมที่ศรัทธาเชื่อว่าเกิดจาก "คน" ยังมีกิเลสออกมาโจมตี ซึ่งที่สุดเรื่องก็เงียบหายไป


บทนี้ว่าด้วย...ระเบียบการนิมนต์

           กล่าวสำหรับเหล่าญาติโยมผู้มีจิตศรัทธา หรือมีความประสงค์จะนิมนต์ "หลวงปู่เณรคำ" ไปประกอบพิธีทางศาสนา ต้องศึกษารายละเอียดและปฏิบัติตาม "ระเบียบและข้อปฏิบัติในการนิมนต์" อย่างเคร่งครัด ซึ่งประกาศผ่าน www.luangpunenkham.com ดังนี้

1.เจ้าภาพต้องมานิมนต์ด้วยตัวเอง
2.ถ้าเป็นวัด เจ้าอาวาสพร้อมกรรมการวัดให้ทำฎีกานิมนต์ มายื่นถวาย และลงนามเจ้าอาวาสพร้อมด้วยคณะกรรมการวัดทุกท่าน
3.ถ้าเป็นองค์กร หรือสมาคมให้ทำฎีกานิมนต์มายื่นถวายและลงนามประธานองค์กร พร้อมด้วยคณะกรรมการทุกท่าน
4.แจ้งกำหนดการให้ชัดเจน เช่น วัน เวลา สถานที่ เบอร์โทรศัพท์
5.จัดทำแผนที่การเดินทางไปสู่บริเวณงานให้ชัดเจน
6.ถ้ามีการเลื่อนการจัดงาน หรือขัดข้องให้แจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน
7.เจ้าภาพหรือผู้ร่วมงานในพิธีต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อย
8.เตรียมที่รับรองหลวงปู่ และคณะสงฆ์ให้สะอาดเรียบร้อย
9.เจ้าภาพต้องอำนวยความสะดวกแก่คณะที่ติดตามหลวงปู่
10.นิมนต์แล้วต้องติดตามประสานงานก่อนถึงวันงานอย่างต่อเนื่อง
11.ต้องทำฎีกานิมนต์มายื่นถวายก่อนล่วงหน้า
12.ห้ามนิมนต์ต่อจากงานหนึ่งไปอีกงานหนึ่งในวันนั้น
13.เจ้าภาพต้องเตรียมสถานที่จอดขบวนรถหลวงปู่ให้พอเพียง
14.ขณะขบวนรถหลวงปู่ เข้าสู่บริเวณงานต้องไม่มีพิธีกรรมใดๆ ทั้งสิ้น
15.เจ้าภาพต้องออกมายืนต้อนรับหลวงปู่ และคณะสงฆ์
16.ห้ามเจ้าภาพหรือผู้ร่วมงานเปิดปิดประตูรถของหลวงปู่โดยเด็ดขาด
17.การปูผ้าให้หลวงปู่เหยียบนั้นให้เป็นไปตามความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนอย่างแท้จริง ทั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับหลวงปู่ และคณะสงฆ์โดยเด็ดขาด
18.ให้เจ้าภาพประกาศห้ามผู้มาร่วมงานนำเงิน, ทองคำ, หนังสือเครื่องมงคล มาวางไว้ระหว่างทางเพื่อให้หลวงปู่ และคณะสงฆ์เหยียบโดยเด็ดขาด
19.กรณีแสดงพระธรรมเทศนาต้องจัดที่นั่งให้คณะสงฆ์ติดตามหลวงปู่นั่งข้างธรรมาสน์
20.ก่อนเริ่มพิธีเจ้าภาพต้องแจ้งกำหนดการจัดงานให้หลวงปู่ทราบทุกขั้นตอน
21.ขณะที่หลวงปู่ประกอบพิธีอยู่ให้ปิดเครื่องมือสื่อสารและสัญญาณรบกวนทุกชนิด
22.พิธีเจิมและประพรมน้ำพระพุทธมนต์เป็นขั้นตอนสุดท้าย หลวงปู่เดินทางกลับวัด


หนึ่งปณิธาน"ชาติหน้าไม่ขอกลับมาเกิดอีก"

           ครั้งหนึ่ง "หลวงปู่เณรคำ" เทศนาว่า ถาวรวัตถุที่เราสร้างขึ้น เป็นการยืนยันว่า พระพุทธศาสนาในยุคนั้นๆ มีความเจริญรุ่งเรืองอยู่ ยกตัวอย่างสังเวชนียสถาน 4 ที่ ทำให้เราได้รู้ว่า พระพุทธเจ้าเกิดที่ไหน ตรัสรู้ที่ไหน ปรินิพพานที่ไหน ก็ด้วยมีวัตถุถาวรที่ยังหลงเหลืออยู่ ทำให้เราได้ทราบ เราพุทธศาสนิกชนยุคนี้จึงไม่ต่างจากยุคก่อนว่า เราทำไว้ คนรุ่นต่อไปอีก 2,500 กว่าปี ก็จะได้รู้ว่า ยุคนั้น สมัยนั้น พระพุทธศาสนายังมีความเจริญรุ่งเรืองอยู่ เราจะไม่ทิ้งทั้งการสร้างคน และถาวรวัตถุ มันเป็นเครื่องยืนยันได้ทั้ง 2 อย่าง คือ คนยืนยันได้ในปัจจุบันชาติ และวัตถุยืนยันถึงอนาคตชาติได้

           นี่คือเหตุผลในการก่อสร้างพระแก้วมรกตจำลองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

           สำหรับการสร้าง "คน" สร้างง่าย ถ้าเรามีเทคนิค มีวิธีในการสร้าง หลวงปู่จึงทำทั้งสองด้าน คือ เราสร้างวัตถุให้เจริญด้วย สร้างคนให้เจริญพร้อมกันด้วย หลวงปู่ทำให้เจริญทั้ง 2 อย่าง ทั้งสร้างคน และสร้างวัตถุถาวรอันยิ่งใหญ่ จิตใจเรามันยิ่งใหญ่ ศรัทธาเรามันเต็มร้อย เราไม่ลังเลสงสัยว่า รอให้แก่แล้วจึงทำ มีกำลังแล้วเราทำตอนนี้ เพื่อให้โลกรู้ว่า แม้อายุเรายังไม่มาก แต่จิตใจเราหนักแน่น ประดุจแผ่นดิน เราจะทำสิ่งใดเพื่อพระพุทธเจ้า เราทำทั้งนั้น

           นอกจากนี้ หนังสือ “ชาติหน้าไม่ขอกลับมาเกิดอีก” ซึ่งบันทึกประวัติชีวิตของหลวงปู่เณรคำในแง่มุมต่างๆ ทั้งการเผยแผ่ธรรม วิธีการปฏิบัติ ปาฏิหาริย์ รวมทั้งประวัติส่วนตัวอย่างละเอียด

           ในตอนหนึ่งยังสอนให้ฝึกสติให้ยิ่งเจริญปัญญา กำหนดรู้สึกในกระดูก เมื่อรู้เห็นเข้าไปในกระดูกเด่นชัดมากแล้ว ร่างกายทั้งหมด จะเห็นหมดเลย จะมั่นคงในจิต สติปัญญามั่นคงอยู่ในกระดูก สภาพสติในจิตใจล้วนๆ สามารถชำระล้างถอดถอนกิเลสตัณหา อุปาทานอยู่ในจิต จากนั้นจะดับไป จิตดับเหลือแต่ปัญญาล้วนๆ และต้องทบทวนสิ่งที่ตนบรรลุนั้นอยู่ตลอด จนกว่าลมหายใจจะขาดจากโลกใบนี้

           "แม้เราจะอาศัยบ้านหลังนี้เป็นหลังสุดท้าย แต่เราก็ขอทำคุณงามความดีให้แก่บ้านเกิดหลังสุดท้ายอย่างเต็มภาคภูมิ ถ้าเราทำความดี ความดีก็มีในใจเรา ไม่ต้องไปโอ้อวดใครทั้งสิ้น”

           ส่วนธรรมะจากหนังสือ “คนเห็นโลก” ช่วงหนึ่งบอกว่า "ความศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่อยู่ในโลกเกิดจากมนุษย์ผู้ที่สร้างบารมีแล้ว ก็ไม่ได้เอาบารมีไปด้วย จิตนิพพานไปแล้ว แต่บารมีที่ท่านสร้างไว้ในโลกยังคงอยู่ เปรียบเหมือนนักจิตรกรวาดภาพเอาไว้ เมื่อตายไปก็ไม่ได้เอาภาพไปด้วย ในหมู่มนุษย์ทั่วไปจึงมีคำพูดว่า ตายแต่ตัว ความดีชั่วยังคงอยู่"

           "พระนิพพานไม่ได้อยู่ที่ว่าโลกจะแตกหรือไม่แตก แต่พระนิพพานคือ การหลุดจากโลกไปแล้ว"

           ในธรรมทั้งปวง ความเป็นตัวเป็นตน ความแบกหาม เอาสมมุติทั้งหลายทิ้งไปให้หมด สละไปให้หมด จึงได้ชื่อว่าเป็นผู้หลุดพ้นจากการเวียนว่าย ตายเกิด...

.........................

(หมายเหตุ : พระแก้วมรกตจำลองอภิโปรเจกท์"หลวงปู่เณรคำ" : ศูนย์ข่าวเนชั่นภาคอีสานรายงาน)

"}])