พระเครื่อง

ยื่น'มส.'สอบข้อเท็จจริง'หลวงปู่เณรคำ'

ยื่น'มส.'สอบข้อเท็จจริง'หลวงปู่เณรคำ'

19 มิ.ย. 2556

ยื่น มส.สอบข้อเท็จจริง 'หลวงปู่เณรคำ'ด้าน'พศจ.ศรีษะเกษ'มึนไร้สังกัด-ประวัติคลุมเครือ ด้านประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรมเลื่อนกลับไทย

               เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน เวลา 13.00 น. นายวรัญชัย โชคชนะ ประธานกลุ่มพุทธศาสนิกชนไทย พร้อมคณะเข้ายื่นหนังสือต่อพระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา ในฐานะเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี พระวิระพล สุขผล หรือหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ กรณีนั่งเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวและมีการเผยแพร่ภาพคนหน้าตาคล้ายกับหลวงปู่เณรคำนอนอยู่กับผู้หญิง การตรวจสอบต้นสังกัด รวมถึงที่มาที่ไปของเงินบริจาค เพื่อให้ทาง มส. พิจารณาเรื่องดังกล่าวอย่างเร่งด่วน

                ซึ่งทางพระพรหมดิลก ออกมารับทราบข้อร้องเรียนเอง และกล่าวว่า อาตมาไม่สามารถนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุม มส.ได้   เพราะตามกระบวนการแล้วต้องไปยื่นหนังสือต่อ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ซึ่งเป็นเลขานุการ มส. เป็นผู้พิจารณาเสนอเรื่องเข้าที่ประชุม มส.เท่านั้น  จากนั้นนายวรัญชัยพร้อมคณะจึงได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อสมเด็จพระวันรัต รักษาการเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต กรรมการ มส. ที่วัดบวรนิเวศวิหาร เพื่อให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงของหลวงปู่เณรคำ ในฐานะประธานสงฆ์ฝ่ายธรรมยุตด้วย

                ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว นายวิรอด ไชยพรรณนา ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ปัญหาตอนนี้ยังไม่สามารถติดต่อหลวงปู่เณรคำได้ เลยยังไม่ทราบแน่ชัดว่า แท้ที่จริงสังกัดวัดไหนกันแน่ การตรวจสอบเลยไม่ค่อยคืบหน้ามากนัก เพราะยังไม่ทราบต้นสังกัด จึงไม่ทราบว่าจะให้เจ้าคณะปกครองที่จังหวัดอุบลราชธานีหรือว่าให้เจ้าคณะที่จังหวัดศรีสะเกษ ดำเนินการเชิญมาชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด

                นายวิรอด กล่าวต่อว่า ขณะนี้ทำได้เพียงรวบรวมข้อมูลไว้ทั้งหมด และได้ปรึกษาหารือกับคณะสงฆ์และเจ้าคณะปกครองในจังหวัดศรีสะเกษไว้ว่าท้ายที่สุดหากหลวงปู่เณรคำ สังกัดเจ้าคณะปกครองในจังหวัดศรีสะเกษจริงก็ต้องตั้งพระอธิกรณ์มาสอบสวนข้อเท็จจริง โดยต้องเชิญหลวงปู่เณรคำมาชี้แจง หรือว่าชี้แจงเป็นหลักฐานและเอกสารเกี่ยวกับข้อร้องเรียนต่างๆ ทั้งเรื่องภาพหน้าคล้าย ต้นสังกัดที่แท้จริง ส่วนเรื่องบัญชีและการใช้จ่ายเงินบริจาคนั้นก็ต้องเชิญผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยตรวจสอบด้วย

                ผอ.พศจ.ศรีสะเกษ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่มีการนำเสนอข่าวว่าได้สอบถามไปยังวัดภูเขาแก้ว อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นวัดที่หลวงปู่เณรคำบรรพชาเป็นสามเณรนั้น ปรากฎว่าทางวัดปฎิเสธบอกว่า ไม่ได้มาบวชวัดภูเขาแก้วตามที่กล่าวอ้างในประวัติหลวงปู่เณรคำแต่อย่างใด โดยบอกว่า น่าจะไปบวชที่วัดศรีนวล ต.พิบูล อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานีนั้น เรื่องนี้ยังสับสนต้องตรวจสอบอีกครั้ง ตอนนี้ต้องรอหลวงปู่เณรคำ เดินทางกลับมาเพื่อถามความจริงและขอดูใบสุทธิว่าสังกัดวัดไหน ตอนนี้มีข่าวและข้อมูลเยอะมากต้องตรวจสอบให้ละเอียดว่าอันไหนจริงอันไหนไม่จริง ส่วนกรณีที่ภาพคล้ายหลวงปู่เณรคำนอนกับสีกา รวมถึงกระแสข่าวว่ามีครอบครัวนั้น ยังไม่มีข้อมูลเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้มองว่าทุกฝ่ายต้องช่วยกันทำให้ความจริงกระจ่างและเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า “หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก” ซึ่งที่ผ่านมามีการโพสต์ภาพและคลิปของหลวงปู่เณรคำซึ่งเดินทางไปรับกิจนิมนต์ในพื้นที่ต่างๆ ตลอด ปรากฎว่าในเวลาประมาณ 20.30 น.ตามเวลาประเทศไทยวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้มีการเผยแพร่ภาพถ่ายและคลิปวีดิโอหลวงปู่เณรคำ ความยาว 3.44 นาที ซึ่งเป็นภาพกิจนิมนต์ในการเจริญพุทธมนต์และพิธีทำน้ำมนต์ ที่วัดธัมมาราม กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

                 นอกจากนี้ ยังมีการนำภาพถ่ายของหลวงปู่เณรคำถ่ายร่วมกับลูกศิษย์จำนวนมากมาโพสต์ในเฟซบุ๊กดังกล่าวด้วย ผู้สื่อข่าวจึงได้พยายามส่งข้อความผ่านเฟซบุ๊กดังกล่าว เพื่อติดต่อข้อสัมภาษณ์หลวงปู่เณรคำ และสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องๆ ที่สังคมกำลังเกิดข้อสงสัย ปรากฎว่า ได้รับแจ้งกลับมาว่าผู้ที่โพสต์คลิปและภาพนั้นว่า ไม่ใช่หลวงปู่เณรคำ แต่เป็นผู้ดูแลเพจดังกล่าวมีทั้งหมด 20 คน พร้อมชี้แจงว่าไม่มีหน้าที่ออกความเห็นใดๆ มีหน้าที่แค่โพสต์ธรรมะหลวงปู่เณรคำ ไม่ค่อยจะรู้อะไร แม้แต่เบอร์ติดต่อหลวงปู่เณรคำก็ไม่ทราบ

                ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังพระกรรมฐานวัดป่าสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ซึ่งเป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดพระธรรมวิสุทธิมงคล หรือหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด (ขอสงวนนาม)  กรณีมีภาพหลวงปู่เณรคำเดินทางไปสักการะสรีระสังขารขณะพิธีบำเพ็ญกุศลหลวงตามหาบัว ที่ถูกโพสต์ในเว็บไซต์หลวงปู่เณรคำ โดยพระกรรมฐานรูปนี้ กล่าวตอบว่า พระรูปนี้ไม่ใช่สายวัดป่าหลวงปู่มั่นแน่นอนขอยืนยัน ทางคณะสงฆ์วัดป่าไม่เคยรู้จักท่าน แต่ก็พอทราบมาบ้างว่า ท่านมีกิจกรรมช่วยเหลือสังคม ช่วยคนที่มีปัญหาส่วนตัวด้านต่างๆ เมื่อช่วยสำเร็จคนก็มีศรัทธาต่อท่านมาก ถวายสิ่งของต่างๆ ให้ท่านมาก ทำให้ท่านมีข้าวของเครื่องใช้เกินความจำเป็นของสงฆ์ ซึ่งแนวปฏิบัติของหลวงปู่เณรคำแตกต่างจากปฏิปทาของพระสายวัดป่าอย่างแน่นอน เพราะว่าพระสายกรรมฐานต้องมักน้อย สันโดษ เคารพต่อพระวินัย โดยเฉพาะการคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชน

                เมื่อถามว่า ชื่อก็ชื่อวัดป่าขันติธรรม แนวปฏิบัติท่านก็อ้างว่าเป็นพระที่บำเพ็ญเพียรภาวนาทางด้านนี้ตลอดมาจะเกิดผลกระทบต่อสายวัดป่าของหลวงปู่มั่นหรือไม่ ท่านตอบว่า ไม่กระทบแน่นอน ประชาชนที่ไม่รู้ก็อาจจะเข้าใจผิดไปบ้างเป็นธรรมดา แต่ญาติโยมที่รู้จักวัตรปฏิบัติของพระสายวัดป่าเขาจะไม่รู้สึกกระทบ โดยเฉพาะคณะสงฆ์ของเรายิ่งไม่กระทบเลย อย่างไรก็ตาม อยากให้พระผู้ใหญ่ออกมาแก้ปัญหาเกี่ยวกับกรณีนี้โดยเร็ว เพราะกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนโดยภาพรวม

 

 

"หลวงปู่เณรคำ"เลื่อนกลับไทย "บินเจ๊ท" ลูกศิษย์เช่าไว้กิจนิมนต์ด่วน

               

               นายภาณุ สุขวัลลิ โฆษกฝ่ายฆารวาส ประจำตัวหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก กล่าวว่า กรณีที่มีกระแสข่าวว่าหลวงปู่เณรคำจะกลับจากฝรั่งเศสในช่วงสายของวันที่ 19 มิ.ย.นั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง อีกทั้งกำหนดการเดิมที่หลวงปู่เณรคำจะกลับถึงไทยจะเป็นเวลา 05.00น.ของวันที่ 20 มิ.ย. แต่เนื่องจากมีญาติโยมที่ฝรั่งเศสนิมนต์ให้อยู่ต่อ ดังนั้น หลวงปู่เณรคำจะเลื่อนเวลากลับประเทศไทยไปอีก 2-3 วันก่อน ส่วนวันที่ 20 มิ.ย. จะมีเพียงพระสงฆ์ส่วนหนึ่งที่ติดตามหลวงปู่เณรคำไปที่ฝรั่งเศสเดินทางกลับมาก่อนเท่านั้น

               "ส่วนกรณีภาพต่างๆ ที่ปรากฎตามสื่อนั้น ขอชี้แจงว่า เป็นภาพเก่าทั้งหมด โดยภาพเครื่องบินเจ๊ทนั้นเป็นเครื่องบินของบริษัทแห่งหนึ่ง ที่เวลาหลวงปู่เณรคำมีกิจนิมนต์เร่งด่วนจะมีญาติโยมเช่าเครื่องบินเจ๊ทให้เพื่อใช้เดินทางเป็นประจำ ส่วนเรื่องเฮลิคอปเตอร์ที่มีภาพสัญลักษณ์ของหลวงปู่เณรคำติดอยู่นั้น ก็เป็นเฮลิคอปเตอร์ของทางโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง และมีญาติโยมเช่าให้ใช้เดินทางเวลามีกิจนิมนต์เร่งด่วนเช่นกัน ที่มีรูปหลวงปู่เณรคำติดอยู่นั้นก็มาจากการที่ญาติโยมนำไปติด ยืนยันว่า ไม่ใช่เฮลิคอปเตอร์ของหลวงปู่เณรคำแต่อย่างใด" นายภาณุ กล่าว

               นายภาณุ กล่าวต่อว่า ขณะที่เรื่องเงินบริจาคไม่เคยมีครั้งใดที่ทางวัดได้เงินบริจาคในครั้งเดียวมากเป็นร้อยล้านบาท และเงินที่ได้มาจากการบริจาคก็จะนำไปสร้างพระแก้วมรกตองค์ใหญ่ที่สุดในโลกต่อให้แล้วเสร็จ รวมทั้งจะนำไปช่วยวัดสาขาต่างๆ ด้วย ซึ่งเงินบริจาคจะแบ่งไว้สองบัญชีคือ บัญชีของหลวงปู่เณรคำ กับบัญชีของทางมูลนิธิ ส่วนกรณีรถนำขบวนที่มีผู้วิพากษ์วิจารณ์กันว่ามีจำนวนมากนั้น ก็ไม่ได้มาจากการร้องขอของหลวงปู่เณรคำ แต่มาจากการที่ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ปลัดกระทรวงคมนาคม และอดีตผบ.ตร. อนุมัติ ให้เพราะเห็นว่าหลวงปู่เณรคำมีกิจนิมนต์มาก และเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง เนื่องจากหลวงปู่เณรคำมีกิจนิมนต์มาก โดยปัจจุบันนี้หากหน่วยงานใดจะนิมนต์จะต้องจองคิวกันข้ามปี อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดข่าวขึ้นมาทางคณะลูกศิษย์ของหลวงปู่เณรคำ กำลังอยู่ในระหว่างรวบรวมข้อมูล เพื่อแถลงข่าวชี้แจงทุกประเด็นในเร็วๆนี้

               พระฐกฤต กันตธัมโม โฆษกประจำองค์หลวงปู่เณรคำ และฝ่ายประชาสัมพันธ์ วัดป่าขันติธรรม กล่าวว่า การที่มีการระบุว่าวัดป่าขันติธรรมไม่ได้มีสถานะเป็นวัดนั้น ยอมรับว่าเป็นความจริง และเป็นเจตนาของหลวงปู่เณรคำ เนื่องจากท่านต้องการสร้างสถานที่แห่งนี้ เพื่อสร้าง และเมื่อสร้างเสร็จแล้วไม่ต้องการให้เป็นสมบัติของวัด แต่จะมอบให้เป็นสมบัติของแผ่นดิน โดยหลวงปู่เณรคำได้บอกไว้แล้วว่า จะขอละสังขาร รวมทั้งยุบวัดป่าขันติธรรมด้วย ให้เหลือไว้เพียงวิหารและพระแก้วมรกต โดยการดำเนินการสร้างพระแก้วมรกตนั้นขั้นตอนต่อไปจะมีการนำทองคำน้ำหนัก 9 ตัน มาทำเป็นเครื่องทรงตามฤดูต่างๆด้วย ทั้งนี้การที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ต้องการเข้ามาตรวจสอบเรื่องเงินบริจาคนั้น สามารถเข้ามาตรวจสอบได้ แต่อยากให้คุยกับทางหลวงปู่เณรคำโดยตรงจะดีกว่า

 

 

"}])