
'ผอ.พศ.สั่งสอบพระนั่งเครื่องบิน
'ผอ.พศ.'สั่งตรวจสอบ-ชี้นั่งเครื่องบิน'ผิดอาจาระ' ด้าน'กรรมการมส.'เตือนญาติโยมถวายของพระเกินความพอดี
17 มิ.ย.56 นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงกรณีมีประชาชนร้องเรียนในเชิงตำหนิติเตียนว่า ปัจจุบันพบเห็นพระสงฆ์บางรูปมีการสะสมพาหนะการเดินทาง มีรถหรู เครื่องใช้ไม้สอยราคาแพง ฟุ่มเฟือยมาก โดยมีภาพพระสงฆ์เผยแพร่ผ่านทางอินเตอร์เน็ตที่เขียนว่า "เป็นเครื่องบินเจตประจำองค์ 2" เป็นภาพคณะสงฆ์จำนวน 3 รูป นั่งอยู่บนเครื่องบินส่วนตัว หูเสียบหูฟังไอโฟน สวมแว่นตาดำและกระเป๋าแบรนด์ดังหลุยวิกตอง เครื่องบินลำดังกล่าวลงจอดที่สนามบินอุบลราชธานี ซึ่งทราบข้อมูลเบื้องต้นว่า เป็นพระรูปหนึ่งใน จ.ศรีษะเกษว่า ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ศรีษะเกษ ตรวจสอบถึงที่มาที่ไปแล้ว
“ถามว่าพระรูปนี้เป็นเจ้าของเครื่องบินหรือไม่ ในส่วนตัวผมยังมองในแง่ดีว่าพระสงฆ์ทุกรูปคงไม่สามารถเป็นเจ้าของเครื่องบินส่วนตัวได้ เพราะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบฐานะทางการเงิน มีใบอนุญาตการบิน การจอด อาจจะเป็นเครื่องบินของญาติโยม หรือลูกศิษย์ ก็ได้ แต่หากถามว่าแล้วท่านผิดตรงไหน ก็ผิดอาจาระ พฤติกรรมโอเว่อร์ สวมแว่นตา มีกิริยามารยาทความประพฤติไม่เหมาะสม ไม่สอดคล้องกับสถานะของความเป็นพระสงฆ์ ทำให้ผู้ประสบพบเห็นเสื่อมศรัทธาความเชื่อความเลื่อมใสในบุคคลเหล่านั้น คนที่เคยศรัทธาเลื่อมใสอยู่ก่อนแล้ว ก็จะจืดจาง เสื่อมความเคารพนับถือลงโดยลำดับ พุทธศาสนิกชนดูแล้วหดหู่” นายนพรัตน์ กล่าว
พศจ.ศรีษะเกษลงพื้นที่ตรวจสอบพระนั่งเครื่องบินเจ็ต
ด้านนายวิรอด ไชยพรรณนา ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ได้รับคำสั่งจากนายนพรัตน์ให้ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ที่มีผู้เกี่ยวข้องกับพระใน จ.ศรีษะเกษหรือไม่ ใน 2 ประเด็น 1.ตรวจสอบประวัติที่พำนักสงฆ์ซึ่งเป็นที่พำนักของพระดังกล่าวปัจจุบันว่าถูกต้องหรือไม่ เบื้องต้นเท่าที่ตรวจสอบที่พระดังกล่าวพำนักอยู่นั้นเรียกว่าที่พักสงฆ์ทั่วไปไม่มีสถานะเป็นวัดหรือสำนักสงฆ์ที่ขึ้นทะเบียนกับ พศ. กล่าวคือ เมื่อพระสงฆ์พักที่ไหนก็สามารถสร้างที่พักสงฆ์ได้ ไม่ใช่วัดหรือสำนักสงฆ์ 2.ตรวจสอบประวัติของพระดังกล่าวว่าปัจจุบันท่านสังกัดวัดไหน เจ้าคณะปกครองใด เรื่องนี้จะหาคำตอบให้ได้ภายในวันนี้
ต่อจากนั้นเวลา 14.00 น. นายวิรอดนำคณะเดินทางไปที่พักสงฆ์แห่งหนึ่งในจังหวัดศรีสะเกษ และกล่าวว่า คณะทำงานได้เดินทางเข้ามาตรวจสอบที่ที่พักสงฆ์ซึ่งยังไม่เป็นวัดเป็นเพียงที่พักสงฆ์ โดยมีพระรูปดังกล่าวซึ่งเป็นหัวหน้าคณะสงฆ์ พบว่ามีพระเพียง 4 รูป เมื่สอบถามไปได้ความว่าพระรูปดังกล่าวขณะนี้อยู่ประเทศฝรั่งเศสมีญาติโยมนิมนต์ไปร่วมงานวันวิขาสบูชาโลกคาดว่าจะเดินทางกลับมาปลายเดือนนี้
"ที่มีข่าวภาพแพร่ไปตามสื่อต่างๆว่ามีพระนั่งเครื่องส่วนตัวนั้น เบื้องต้นยังไม่พบตัวพระและก็ไม่ทราบว่าเป็นภาพข่าวตั้งแต่เมื่อใด เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวนั้นอาจจะเป็นเครื่องบินส่วนตัวของโยมที่จัดถวายให้นั่งเดินทางไปประกอบศาสนกิจหรือเมื่อโยมต้องการความเร่งด่วนในการให้พระเดินทางไปเทศนาให้ฟังหรือร่วมงานอันเป็นมงคล ก็อาจจะจ้างเหมาลำให้ก็เป็นได้ ซึ่งสำนักพุทธฯจะได้ตรวจสอบต่อไป และจะได้รายงานให้เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ได้ทราบเพื่อการพิจารณาว่าผิดพระวินัยหรือไม่" นายวิรอด กล่าว
กรรมการมส.เตือนญาติโยมถวายของพระเกินความพอดี
พระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา ในฐานะเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) กล่าวว่า กรณีที่มีการกล่าวถึงพระบางรูป สะสมรถหรู หรือรถสปอร์ต นั้น การรับบริจาคในปัจจุบัน พระวินัยและ พรบ.คณะสงฆ์ ไม่ได้มีข้อกำหนดไว้ชัดเจน แต่ญาติโยม ต้องดูความเหมาะสมกับสถานภาพของพระเอง ดูประโยชน์ของการใช้สอยไม่ให้เกินฐานะ เกินความพอดี เนื่องจากจะทำให้สังคมติเตียนถึงความไม่เหมาะสมได้ เช่น การบริจาคหรือรับบริจาครถสปอร์ต ซึ่งถือว่าไม่เหมาะกับพระสงฆ์ เป็นต้น ในขณะเดียวกัน การบริจาค ผู้บริจาค ต้องกำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน ว่า ถวายให้เป็นประโยชน์ต่อพระศาสนาในด้านใด ไม่ว่า จะเป็นการเผยแผ่ การศึกษา ค่าน้ำค่าไฟ แต่หากพระสงฆ์ นำเงินบริจาค ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ก็อาจจะมีความผิดได้
“กรณีของพระนั่งเครื่องบินเจ็ท และมีการกล่าวถึงว่า เป็นเครื่องบินส่วนตัวด้วยแล้ว เรื่องนี้หากประชาชนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เห็นว่า ไม่เหมาะสมก็สามารถทำหนังสือถึงเจ้าคณะปกครอง ให้ดำเนินการสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่วนกรณีที่มีการอ้างว่า พระซื้อเครื่องบิน ก็ต้องมีการ ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า นำเงินส่วนไหนไปซื้อ เพราะเครื่องบินมีราคาสูง หากพบว่า มีการนำเงินที่ญาติโยมนำมาบริจาคเพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนามาซื้อ ก็ถือว่ามีความผิด ที่ต้องมีการตรวจสอบทั้งทางกฎหมายพระสงฆ์ และกฎหมายบ้านเมือง หากกฎหมายบ้านเมืองพิจารณาเป็นที่สุดแล้วว่า พระรูปนั้น กระทำผิดกฎหมายบ้านเมือง โดยเฉพาะกรณีคดีอาญา ก็ต้องดำเนินการสึก เพื่อไปรับโทษทางบ้านเมือง อย่างไรก็ตาม อาตมาอยากให้มีการสืบสวนว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่ สังคมต้องให้ความเป็นกลางกับทางพระด้วย อย่าเพิ่งด่วนไปตัดสิน “กรรมการมหาเถรสมาคม กล่าว



