พระเครื่อง

การเดินทางสู่ความไม่มี

การเดินทางสู่ความไม่มี

16 มิ.ย. 2556

การเดินทางสู่ความไม่มี : จุดประทีปธรรม โดยพระมหาอุเทน ปัญญาปริทัตต์


              ทุกสิ่งทุกอย่าง ล้วนมีจุดเริ่มต้นด้วยกันทั้งนั้น แต่เมื่อครั้นเธอมีเพิ่มพูนเรื่อยๆ กระทั่งมากมายแล้วก็หันกลับไปมองจุดเริ่มต้นไม่เจอ จนลืมไปว่า ตนเริ่มต้นจากศูนย์ ซึ่งไม่มีอะไรเลย ทุกคนมาพร้อมกับร่างกายที่เปลือยเปล่า ไม่มีอะไรสักนิดติดตัว

              ครั้นชีวิตเดินทางมาถึงวันที่ทุกสิ่งทุกอย่างมาเพิ่มพูนจนมากมายแล้ว แม้ระลึกถึงความละได้ แต่ก็กลายเป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง

              คำว่า 'มีเพื่อไม่มี' 'เริ่มเพื่อละ' 'พบเพื่อพราก' หรือ 'มี' ควรตระหนักว่าวันหนึ่งต้อง 'ไม่มี' กลับกลายเป็นว่า เมื่อครั้นมีเริ่มเพิ่มพูนพบคบคุ้นกันมากๆ แล้ว กลายเป็นว่าอุปาทานความยึดถือว่า 'ของเรา' ก็เข้ามาแทนที่ทันที และขมวดเกลียวเชือกมัดเหนียวแน่น ความตระหนักว่า 'ไม่มี' 'ละ' 'พลัดพราก' กลายเป็นเพียงอยู่ในความฝัน มิหนำซ้ำยังต้องการเพิ่มความมีความเป็นมากขึ้น กระทั่งอยากมีอยากเป็นจนไม่รู้จักพอ กล่าวได้ไหมว่า นี่คือความทุกข์ ความเหน็ดเหนื่อยของมนุษย์ที่เต้นไปตามตัณหาทะยานอยากดิ้นรนไขว่คว้าจนไม่มีที่สิ้นสุด

              เมื่อถึงวันหนึ่งเราระลึกถึงความไม่มี ละ พลัดพรากได้ แต่ก็พบความจริงว่าไม่สามารถทำได้ มันเพียงมาอยู่ในความคิดจิตสำนึกเท่านั้น จะให้นำไปสู่การปฏิบัติสลัดออกจริงๆ ช่างยากเย็นแสนเข็ญ แต่ไม่เป็นไร ยังดีกว่าที่ระลึกไม่ได้หลงระเริงอยู่

              แน่นอนที่สุด เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างมันเพิ่มพูนจนมากมายแล้ว จะให้ไม่มี ละ พรากทันทีย่อมเป็นไปไม่ได้ ส่วนที่มองเห็นว่าเป็นไปได้ คือค่อยๆ ลด ค่อยๆ ละ ค่อยๆ เลิก เหมือนค่อยๆ มีค่อยๆ เป็น ค่อยๆ เพิ่มพูนจนมากมายตั้งแต่แรกนั่นเอง เพียงแต่ว่าเราจะยอมให้ความคิดจิตสำนึกนี้ออกมาทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งได้หรือไม่

              แท้ที่จริงการเดินทางทางความคิดจิตสำนึกของมนุษย์ที่ดีที่สุดคือการเดินทางมาถึงความละ สำหรับผู้ที่ผ่านความมีความเป็นมามากมายแล้ว ยิ่งเดินทางมาถึงความคิดจิตสำนึกนี้ได้เร็วเท่าไร ยิ่งเป็นความโชคดีของชีวิตได้เร็วเท่านั้น รถไฟแห่งชีวิตไม่เสียเวลาหยุดจอดนิ่งหรือวิ่งเอื่อยเฉื่อยช้าอยู่ภายในอุโมงค์ที่มืดทึบ เดินเครื่องวิ่งพุ่งออกไปถึงปลายทางอุโมงค์ที่สว่างเจิดจ้าได้เร็ว นี่คือชัยชนะที่งดงามของมนุษยชาติ

              แต่ทว่าชัยชนะที่งดงามนี้ก็ใช่จะเดินทางมาถึงได้ง่ายๆ ความคิดจิตสำนึกละเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าเราทุกคนยังยินดีความมีความเป็น แสวงหาความมีความเป็นกันอยู่ สายป่านแห่งความมีความเป็นยิ่งถูกดึงยาวออกไปจนไกลสุดลูกหูลูกตา ถ้าหยุดยั้งความอยากมีอยากเป็นไม่ได้ ตัวอย่างแห่งพระผู้ละก็เห็นมีเฉพาะในอรรถกถาชาดก พระไตรปิฎก ซึ่งกลายเป็นตำนานให้เล่าขานเท่านั้น

              'ความคิดจิตสำนึกละ' นี้ หากเกิดขึ้นจริงๆ จงรีบเปิดใจรับโดยเร็วเถิด แม้ยังทำไม่ได้ก็ตาม เพราะอย่างน้อยๆ ก็เห็นผลดี ๒ ประการ คือ

              ๑.สำรวมในการรับ

              ๒.หยุดในการเพิ่ม

              เมื่อรู้ว่าตนจะต้องละแต่ยังละไม่ได้ เมื่อถึงคราวรับก็สำรวมในการรับ ไม่คิดรับอะไรให้เป็นภาระไปมากกว่านั้น ขณะเดียวกันก็ไม่อยากเพิ่มอะไรให้ตนเป็นไปมากกว่านั้นเช่นกัน เพราะเท่าที่มีที่เป็นอยู่ก็ยังละไม่ได้ ไยต้องเพิ่มให้มีให้เป็นมากขึ้น ซึ่งเป็นภาระละในภายหลังเล่า

              บุคคลผู้มีสัมภาระน้อย เมื่อถึงคราวละไปก็ละไปได้ง่ายกว่าบุคคลผู้มีสัมภาระมาก วิหคมีเพียงปีกสองข้างเป็นสมบัติติดตัวจะบินออกไปไหนก็บินออกไปได้ทันที ฉันใด ภิกษุผู้มีเพียงบาตรและจีวรเป็นสมบัติติดตัวจะออกไปไหนก็ออกไปได้ทันที ฉันนั้น

              สำหรับผู้มองเห็นภัยแห่งความมีความเป็นที่จะมาเพิ่มพูนเกรอะกรังจนยากต่อการสลัดออกในภายหลัง ก็เลือกที่จะไม่ก้าวเข้าไปหาความมีความเป็นตั้งแต่ต้นดีกว่า ดังคำกล่าวที่ว่า "ไม่มีอะไรก็ไม่จำเป็นต้องละอะไร"  "ไม่เป็นอะไรก็ไม่จำเป็นต้องเลิกเป็นอะไร"

              เพราะเมื่อเธอไม่ก้าวขึ้นไปสู่ที่สูง เธอก็ไม่ต้องกลัวว่าจะตกลงมาเจ็บใช่ไหม

"}])