
'มมร.'เปิดกว้างรับคนต่างศาสนาเข้าเรียน
อธิการมมร.คนใหม่เร่งแก้ปัญหาขัดแย้งภายใน พัฒนาคุณภาพการศึกษาหลังผลประเมินด้านวิจัยตกต่ำ เปิดกว้างคนต่างศาสนาเข้าเรือน สร้างสันติภาพและความเข้าใจซึ่งกันและกัน
เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ที่มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย(มมร.) อ.ศาลายา จ.นครปฐม พระราชบัณฑิต อธิการบดีมมร. กล่าวถึงแนวนโยบายภายหลังได้รับการแต่งตั้งเป็นอธิการบดีอย่างเป็นทางการว่า จากการที่มมร.มีปัญหาเรื่องความขัดแย้งภายใน ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา อาตมาได้ดำเนินการประสานรอยร้าวต่างๆที่เกิดขึ้น โดยใช้วิธีการประนีประนอม เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่ายและมหาวิทยาลัย ขณะนี้ พระเทพวิสุทธิกวีได้กลับเข้ามาเป็นอาจารย์สอนในมมร.เช่นเดิมแล้ว หลังจากที่ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาว่าคำสั่งพักงานพระเทพวิสุทธิกวีกรณีโครงการจัดสร้างภาพยนตร์พระไตรปิฎกเป็นคำสั่งที่มิชอบด้วยกฎหมายและให้เพิกถอนคำสั่งพักงาน นับจากนี้ไปผู้บริหารจะดำเนินการสร้างศักยภาพให้แก่มหาวิทยาลัย พร้อมทั้งสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้เกิดขึ้น
พระราชบัณฑิต กล่าวต่อไปว่า ส่วนนโยบายด้านการศึกษานั้น สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์การมหาชน) หรือสมศ.ได้ประเมินผลมหาวิทยาลัยในด้านต่างๆรอบปีที่ผ่านมา พบว่า ผลงานด้านงานวิจัย มีผลการประเมินที่ค่อนข้างต่ำ หลังจากนี้ จะมีการส่งเสริมทางด้านวิจัยให้มากขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาด้านงานวิจัย นอกจากนี้จะมีการพัฒนาบุคลากรและผู้บริหาร ให้ตรงกับงานความรู้ความสามารถ รวมทั้งแก้ปัญหาบุคลากรขาดแคลนในหลายๆด้าน โดยเฉพาะตำแหน่งผู้บริหาร ตามพ.ร.บ.มหาวิทยาลัย ถูกกำหนดให้ผู้บริหารต้องเป็นบรรพชิต แต่ในความเป็นจริงไม่สามารถทำได้ เนื่องจากมีพระสงฆ์ที่ความรู้ความสามารถต้องกับงานจำกัด ซึ่งจะต้องหาแนวทางแก้ไขในเรื่องดังกล่าว
“จุดเด่นของมมร. คือ มีหลักสูตรการสอนวิชาพระพุทธศาสนา ในระดับอุดมศึกษาเพียงแห่งเดียว ซึ่งจะเป็นการผลิตครู ที่มีความสามารถ ตรงกับการสอนวิชาพระพุทธศาสนา เพราะที่ผ่านมา สถาบันอุดมศึกษา ไม่มีการผลิตครูที่จบโดยตรงในด้านนี้ อย่างไรก็ตาม จากนี้ไปมมร.จะนำเทคโนโลยี และเร่งพัฒนาวิชาการให้มีคุณภาพ แข่งขันกับมหาวิทยาลัยต่างๆ เพราะที่ผ่านมาเราถือว่า เราก้าวช้ากว่าคนอื่นแล้ว อย่างไรก็ตามทาง มมร.ก็ได้เปิดกว้างให้ฆราวาสเข้ามาศึกษามากขึ้นจนทำให้สัดส่วนมากถึงร้อยละ 80 ของนักศึกษาทั้งหมด”อธิการบดีมมร.กล่าว
ขณะที่พระมหาวิทยา ปริปุณณสีโล รองอธิการบดี กล่าวว่า นอกจากนี้ทาง มมร.ยังได้เปิดกว้างให้คนต่างศาสนาเข้ามาศึกษาด้วย ดังจะเห็นได้จาก มมร.วิทยาเขตศรีธรรมาโศกราช จังหวัดนครศรีธรรมราชได้มีชาวมุสลิมเข้ามาศึกษา 100 คนกว่า ส่วนชาวคริสต์ก็มีบ้าง ทั้งทาง มมร.มีแนวความที่มุ่งที่จะให้การศึกษากับมนุษย์จึงได้เปิดกว้าง โดยถือว่าหากคนแต่ละศาสนามีความเข้าใจหลักศาสนาต่างๆแล้วก็จะทำให้มีความเข้าใจซึ่งกันและกันและก็จะอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสูข และสันติภาพก็จะเกิดขึ้นในโลกอย่างแน่นอน
ทางด้านพระอนิลมาน ธัมมสากิโย รักษาการแทนรองอธิการบดี กล่าวถึงผลการจัดประชุมสมาคมมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาเถรวาทนานาชาติครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 16-18 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดีแม้นว่าจะมีข้อถกเถียงกันบ้างแต่ในที่สุดแล้วก็มีความเห็นร่วมกัน โดยจะมุ่งสร้างหลักสูตรแกนกลางในการสอนพระพุทธศาสนา โดยให้แต่ละประเทศนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ ขณะเดียวกันมุ่งสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพในการสอนพระพุทธศาสนา) โดยให้จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการอบรมครูบาอาจารย์ที่สอนพระพุทธศาสนา ให้มีศักยภาพในการสื่อสารและการสอนพระพุทธศาสนา โดยนำหลักการประสาทวิทยาทางภาษา Neuro-linguistic programming (NLP) หรือเทคโนโลียีเข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อความเข้าใจและเพิ่มศักยภาพที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ



