
ว่อนเน็ต!พระถ่ายรูปสีกากลางโบราณสถาน
ว่อนเน็ต!พระถ่ายภาพสีกากลางโบราณสถาน ติงไม่เหมาะสม ถามเป็นหน้าที่ของพระสงฆ์หรือไม่
17พ.ค.2556 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กนาม สถานี RTV1 สำนักข่าวออนไลน์ 24 ชั่วโมง ได้รายงานบทความพร้อมกับภาพประกอบซึ่งบรรยากาศเป็นพระภิกษุกำลังถ่ายภาพบุคคลซึ่งคล้ายกับเป็นผู้หญิงที่โบราณสถานแห่งหนึ่งโดยให้ชื่อเรื่องว่า "ความหายนะศานาพุทธ และความสิ้นศรัทธาของนักรบสื่อใหม่" ความว่า
เวลานี้ ดูเหมือนสังคมได้ตั้งคำถามกับกิจของสงฆ์ว่าคืออะไร ?
กิจของสงฆ์ในความหมายแบบกว้างๆก็คือ พระมีหน้าที่ทำอะไร และไม่ควรจะทำอะไร
และศาสนาพุทธก็ได้มีคำสอนที่ว่า ทำความดีละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์
ประโยคสั้นๆ แต่ได้ความหมายให้ขบคิด และใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าในสังคม
แต่ปัจจุบัน คนไทยที่นับถือศานาพุทธกลับถูก’ท้าทาย’ด้วยภาพการแสดงออกอันไม่เหมาะสมของสงฆ์ รวมถึงการกระทำบัดสีบัดเถลิงต่างๆที่เราพบเห็นได้จากสื่อกระแสหลัก และสื่อใหม่อย่างโซเชียลมีเดีย
ภาพลักษณ์ต่างๆเหล่านี้กำลังทำให้คนไทยด้วยกันเอง เกิดความรู้สึก’ระแวง’ ว่าควรจะยึดมั่นถือมั่น หรือควรจะ’ปล่อยความเชื่อ’นั้นหลุดหายไป ตามการยั่วยุของบุคคลที่ต้องการหาผลประโยชน์ด้วยการห่มผ้าเหลืองแล้วส่งเงินจากปัจจัยที่ได้ส่งเสียลูกและเมียให้อยู่สุขสบาย
จะด้วยเหตุผลกลใดก็ตามของพวกที่ไม่นับว่ามีจิตใจเข้าถึงธรรมมะที่แท้จริง มาทำให้ศาสนาพุทธต้องแปดเปื้อน และบางครั้งมันได้กลายเป็นเครื่องมือของบางกลุ่มที่ต้องการตอกย้ำ ให้ภาพลักษณ์ศาสนาพุทธเกิดความเสื่อมเสีย
ภาพที่ปรากฏอยู่ก็เป็นตัวการหนึ่งที่ทำให้เราต้องกลับมาตั้งคำถามว่า กิจของสงฆ์คืออะไร และนี่หรือคือการกระทำที่เหมาะสมของสงฆ์
ความสิ้นศรัทธาธรรมจึงเริ่มขึ้นอย่างร้อนแรง!
ผู้เขียนจึงเกิดความรู้สึกว่า สมัยนี้ข่าวสารได้มีมากมาย และการกลั่นกรองก็แสนจะยากลำบาก และรู้สึกว่ายอมไม่ได้ ที่ความหายนะกำลังมาเยือนศาสนาพุทธขึ้นทุกที
จึงตั้งข้อสังเกตกับสิ่งที่ได้เห็น พร้อมทั้งหาเหตุผลมาสนับสนุนกับสิ่งที่เกิดขึ้น
1. ผู้หญิงมีกล้องสองตัว แต่กระเป๋าสะพายใบเล็กขนาดนั้นไม่สามารถใส่กล้องได้ทั้งสองตัวอยู่แล้ว 2. หากกล้องเป็นของพระสงฆ์ แล้วทั้งคู่นั้นมาด้วยกันจึงถ่ายภาพกันเล่นอย่างสนุกสนาน พระเปลี่ยนเป็นชุดธรรมดาจะดีกว่า เพราะจะได้ไม่เป็นที่ผิดสังเกต 3. ถ้ากล้องอีกตัวเป็นของผู้หญิงเช่นกัน คาดว่า ผู้หญิงไม่ได้มาคนเดียว เพราะฉะนั้นจะต้องมีคนอื่นๆมาด้วย ซึ่งเหตุผลข้อนี้ไม่น่าเป็นไปได้เลย
ฉะนั้นแล้วข้อมูลข่าวสารจึงควรมีเบื้องหลังให้มานั่งวิเคราะห์กันอีกที และเตือนสติตนเองอยู่ทุกครั้งว่า อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็นหากยังไม่ได้ทำการพิสูจน์ด้วยตัวเอง
และธรรมมะย่อมชนะอธรรมเสมอ."
ทั้งนี้ เฟซบุ๊กนาม สถานี RTV1 สำนักข่าวออนไลน์ 24 ชั่วโมง ได้อ้างอิงข้อมูลจากแหล่งข่าวนามนายศศิตรา



