พระเครื่อง

นาลันทา-แทนคุณแม่(จบ)

นาลันทา-แทนคุณแม่(จบ)

09 พ.ค. 2556

นาลันทา-แทนคุณแม่(จบ) : จุดประทีปธรรม โดยพระมหาอุเทน ปัญญาปริทัตต์


               พระธรรมเสนาบดีสารีบุตรได้รับการยกย่องจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า

               “เชฏฐโอรสของพระเจ้าจักรพรรดิสามารถหมุนเคลื่อนจักรรัตนะ (กงล้อแก้ว) ออกไป ฉันใด สารีบุตรก็ฉันนั้นเหมือนกัน สามารถหมุนเคลื่อนธรรมจักร (กงล้อธรรม) ออกไปได้แม้นเหมือนตถาคต” 

               แม้พระสารีบุตรจะต้องเดินทางกลับมาตุภูมิเพื่อแสดงธรรมโปรดโยมมารดาของตน จะได้ปลดเปลื้องข้อครหาที่ว่า “พระสารีบุตรแสดงธรรมโปรดใครต่อใครได้ แต่แสดงธรรมโปรดโยมมารดาของตนไม่ได้” แต่แท้ที่จริงเป็นเพราะความประสงค์จะทดแทนพระคุณมารดาจากจิตใจที่เต็มเปี่ยมด้วยกตัญญูกตเวทิตาธรรมของท่านมากกว่า

               ความกตัญญูกตเวทิตาของพระสารีบุตรมิได้ปรากฏให้เห็นเฉพาะช่วงใกล้จะดับขันธนิพพานนี้เท่านั้น แม้แต่ช่วงก่อนจะสำเร็จเป็นพระอรหันต์ก็ปรากฏให้เห็นเช่นเดียวกัน สมัยเป็นอุปติสสปริพาชกแสวงหาโมกขธรรมกับโกลิตปริพาชกสหายคู่ใจได้พบพระอัสสชิขณะเที่ยวรับบิณฑบาตในกรุงราชคฤห์ติดตามไปฟังธรรมจนได้ดวงตาเห็นธรรม ก่อนจะไปเข้าเฝ้าพระบรมศาสดาก็ระลึกถึงอาจารย์ของตน 'สญชัยปริพาชก' ปรารถนาให้อาจารย์ได้เข้าพบพระบรมศาสดา แต่อาจารย์สญชัยไม่ยอมไป ด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่า “คนโง่มีมากกว่าคนฉลาด คนฉลาดจะไปหาพระสมณโคดม ส่วนคนโง่ก็จะมาหาเรา”

               หลังจากพระสารีบุตรบรรลุสาวกบารมีญาณสำเร็จเป็นพระอรหันต์ได้รับการยกย่องจากพระบรมศาสดาให้เป็นอัครสาวกเบื้องขวาผู้เลิศทางปัญญาแล้ว ก็ไม่เคยลืมพระอาจารย์รูปแรกของตน 'พระอัสสชิ' เลย เวลาพระสารีบุตรไปอยู่ที่ทิศใดก็จะกำหนดสถานที่ที่พระอัสสชิพำนักอยู่นอนหันศีรษะไปทางทิศนั้น จนสร้างความเข้าใจผิดให้แก่พระภิกษุทั้งหลายว่า ท่านพระธรรมเสนาบดีถือการบูชาทิศ ซึ่งเป็นลัทธินอกพระพุทธศาสนา เรื่องไปถึงพระบรมศาสดา พระบรมศาสดาทรงทราบดีจึงตรัสพระคาถาว่า

    ยมฺหา ธมฺมํ วิชาเนยฺย สมฺมาสมฺพุทฺธเทสิตํ
    สกฺกจฺจํ นํ นมสฺเสยฺย อคฺคิหุตฺตํว พฺราหฺมโณ ฯ
    รู้ธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงจากท่านผู้ใด
    ควรเคารพนบน้อมท่านผู้นั้น ดุจพราหมณ์บูชาไฟ.

               พุทธคาถาบทนี้ได้กลายเป็นต้นแบบของการอ้างอิงที่ถือเป็นมารยาททางวิชาการว่า “เมื่อคัดข้อความจากหนังสือเล่มใดมาประกอบกับเนื้อหาของตน ต้องอ้างอิงท่านผู้ที่เขียนข้อความนั้นไว้ที่เชิงอรรถหรือบรรณานุกรม” แต่ทว่าพุทธคาถาบทนี้ก็เป็นได้มากกว่าการอ้างอิง ที่มิใช่อ้างอิงตามมารยาททางวิชาการเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องเคารพนอบน้อมต่อผู้เป็นต้นธารแห่งธรรมของตน ซึ่งมีพระคุณ และพร้อมจะทดแทนคุณ เมื่อเวลาควรมาถึง

               นางสารีพราหมณี เมื่อได้ดวงตาเห็นธรรมสำเร็จเป็นพระโสดาบันแล้ว ก็ระลึกว่าพระลูกชายของตนยิ่งใหญ่ ยิ่งกว่าเทพยิ่งกว่าพรหม รู้สึกเสียใจมาก ต่อมานางจึงได้สร้างสถูปเจดีย์อารามวิหารเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานระลึกถึงพระลูกชาย จนขยับขยายกลายเป็นมหาสังฆารามที่มีพระภิกษุสงฆ์มาอยู่จำพรรษาร่ำเรียนศึกษาปฏิบัติธรรมกันเป็นจำนวนมาก และกลายเป็นมหาวิทยาลัยนาลันทาที่รุ่งเรืองด้วยสรรพวิทยาการต่างๆ ในกาลต่อมา

               การเดินทางกลับมาตุภูมิเพื่อทดแทนพระคุณมารดาของพระสารีบุตรครั้งนั้นได้ก่อให้เกิดเป็นมหาวิทยาลัยนาลันทาครั้งนี้ การกลับมาตุภูมิจึงยิ่งใหญ่อย่างที่เราคิดไม่ถึง มาตุภูมิฐานถิ่นดินเดิม ใครคนหนึ่งเฝ้ารอคอยอยู่...รอคอยให้คุณกลับมาเสมอ

      มาตุภูมิถิ่นฐานคือบ้านเกิด
     อย่าเตลิดหนีไกลไม่คืนหา
     ยามถึงคราวควรนั้นวันเวลา
     ย้อนกลับมาเยี่ยมเยือนมิเคลื่อนคลาย
         มาพบท่านผู้หนึ่งซึ่งคอยอยู่
     มาทันดูใจท่านก่อนวันสาย
     ทดแทนคุณเถิดหนาอย่าดูดาย
     ก่อนชีพวายควรคืนหา 'มาตุภูมิ' ฯ

"}])