
อรรถภูมิ บุณยเกียรติคาถา๒บทกันโดนสำหรับคนเล่นพระ
อรรถภูมิ บุณยเกียรติคาถา๒บทกันโดนสำหรับคนเล่นพระ : พระเครื่องคนดัง เรื่องและภาพ โดยไตรเทพ ไกรงู
"ผมเล่นพระเกิดจากความชอบที่ไม่เกี่ยวกับความเชื่อ ความงามในพุทธศิลป์มาก่อนอำนาจพุทธคุณ รวมทั้งคุณความดีของพระเกจิอาจารย์ที่สร้างพระรุ่นนั้นๆ"
ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเหตุผลในการเล่นพระของนายอรรถภูมิ บุณยเกียรติ ผู้อำนวยการสถาบันโบราณศิลป์ หรือ "เสี่ยติ" เจ้าของนิตยสารพระเครื่องชื่อดัง “สนามพระ” และถัดมาก็คือ “คู่มือนักสะสม” ที่แหวกแนวอีกครั้งคือ “พระบ้าน” ซึ่งได้ข่าวว่ากำลังจะรีเทิร์นทั้ง “สนามพระ” และ “พระบ้าน”
ทั้งนี้หากเปรียบเทียบระหว่างความสำคัญของพุทธศิลป์กับพุทธคุณแล้ว นายอรรถภูมิ ยอมรับว่า เรื่องพุทธคุณทำให้พระเครื่องมีราคา เพราะพุทธคุณเป็นเรื่องของความเชื่อกับความศรัทธา ส่วนเรื่องพุทธศิลป์นั้นน้อยคนนักที่จะเข้าใจ การเช่าเพราะความงามในพุทธศิลป์นั้นเกือบจะไม่มี ส่วนใหญ่เพราะความศรัทธาและความเชื่อ ทั้งนี้จะเห็นได้ว่า พระเครื่องที่ออกมาใหม่ๆ หากมีพุทธคุณเด่นชัด ราคาจะขึ้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อถามถึงพระแตกกรุในยุคหลังนี้ เสี่ยติ บอกว่า มีทั้งของแท้ และของปลอม รวมทั้งของปลอมที่มีความพยายามให้กลายเป็นของแท้ เรื่องของผียัดกรุอยู่คู่กับวงการพระเครื่องมานานแล้ว มีมาก่อนที่ตนเองจะเข้ามาอยู่ในวงการพระเครื่อง ไม่น่าเชื่อเลยว่า พระกรุที่ขึ้นชื่อว่าผียัดกรุ แต่ปัจจุบันเล่นกลายเป็นของแท้ เช่น พระปิดตา หลังหยิบวัดพระแก้ว ทั้งนี้มี ๓๐ ปีก่อนมีการอ้างว่าพบพระปิดตา วัดมหาธาตุ กทม. นอกจากนี้ยังมีพระสมเด็จอยู่องค์หนึ่งที่ขึ้นชื่อว่ายอดฮิต คือ “พระสมเด็จที่เขียนด้านหลังว่า ขรัวโตถวาย ร.๕”
ความสามารถของเสี่ยตินั้นคือ ดูพระได้ทุกหน้า แต่ที่ชอบเป็นพิเศษ คือ พระเนื้อผง และหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ส่วนใหญ่จะตัดสินใจเช่าด้วยตัวเอง ด้วยเหตุนี้จึงโดนเช่าพระสมเด็จมาองค์หนึ่งในราคา ๔๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของคนวงการพระเครื่อง ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งเกิดจากความโลภ เพราะมีความคาดหวังว่า อย่างน้อยๆ น่าจะขายทำกำไรได้ประมาณ ๑-๑.๒ ล้านบาท
“ซื้อพระแท้พันองค์ไม่เท่ากับเพียงองค์เดียว การได้ดูพระแท้ถือว่าเป็นครู แต่เป็นได้เพียงครูน้อย ถ้าจะเป็นครูใหญ่ ต้องมีประสบการณ์ซื้อพระปลอม เพราะจะเป็นบทเรียนใหญ่ให้เราต้องจดจำไปตลอดชีวิต การเล่นพระไม่ใช่ดูแต่พระแท้อย่างเดียวต้องศึกษาเรื่องพระปลอมด้วย พระแท้อย่างไรก็แท้อยู่วันยังค่ำ แต่การทำพระปลอม ทุกวันนี้มีการพัฒนาฝีมือขึ้นเรื่อยๆ การได้เห็นทั้งพระแท้และพระปลอมทำให้ได้เกิดการเทียบเคียงได้ง่าย” เสี่ยติกล่าว
ทั้งนี้เสี่ยติได้ฝากข้อคิดสำหรับคนเล่นพระไว้อย่างน่าคิดว่า ต้องรู้ความสามารถของตัวเองว่า ดูพระเป็นได้แค่ไหน เช่น เรารู้อยู่ประมาณ ๕๐-๖๐% แต่มักเข้าข้างตนเองว่าดูพระเป็น ๑๐๐% เมื่อบวกกับความโลภ ที่กลายเป็นที่มาของคำว่า “โดน” จึงอยากฝากคาถาสำหรับคนเล่นพระมี ๒ บท คือ บทแรก อย่าโลภ ส่วนบทที่ ๒ คือ อย่าเข้าข้างตัวเอง
สำหรับคำพูดที่ว่า “ส่องพระเครื่องและพบพระธรรม” นั้น เสี่ยติ อธิบายว่า พระเครื่องทุกองค์มีพระธรรมติดอยู่ขึ้นอยู่กับว่าใครจะส่องเห็นหรือไม่ พระธรรมข้อแรกที่ติดองค์พระตลอดเวลา คือ ความไม่แน่นอน ความไม่เที่ยงแท้ อย่างกับพระที่เราครอบครองอยู่ในอดีตอาจจะเป็นของรักของหวงของใครบางคน และวันนี้อาจจะกลายเป็นของรักของหวงเรา วันหน้าไม่แน่ อย่างที่เขาเรียกว่า “สมบัติผลัดกันชม” นั่นแหละ เมื่อเราสิ้นลมสิ่งเหล่านี้กลายเป็นของไร้ค่าไปเลย ด้วยเหตุนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้ครอบครองพระต้องทำทะเบียนพระเครื่องไว้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องราคาในปัจจุบัน เพราะทุกอย่างเปลี่ยนแปรไปตามกาลเวลา เมื่อไม่อยู่คนข้างหลังจะได้ไม่ขายพระผิดราคา



