พระเครื่อง

นาลันทา-แทนคุณแม่๑

นาลันทา-แทนคุณแม่๑

03 พ.ค. 2556

นาลันทา-แทนคุณแม่๑ : จุดประทีปธรรม : พระมหาอุเทน ปัญญาปริทัตต์


              “นิมิตฺตํ สาธุรูปานํ กตญฺญูกตเวทิตา ความเป็นผู้รู้คุณและตอบแทน คือเครื่องหมายของคนดี”

              พุทธสาสนสุภาษิตบทนี้บอกให้ทราบถึงความเป็นคนดีว่าอยู่ที่กตัญญูรู้คุณและกตเวทีทำการตอบแทน ซึ่งถือเป็นเกณฑ์มาตรฐานวัดค่าความเป็นคนดีของทุกๆ คน

              วันนี้อาตมภาพขอหยิบยกเรื่องราวที่น่าประทับใจของพระธรรมเสนาบดีสารีบุตรผู้เลิศทางปัญญาเด่นทางกตัญญูกตเวทิตาเดินทางกลับมาโปรดโยมมารดาของตน ก่อนดับขันธนิพพาน ซึ่งถือเป็นต้นกำเนิดของนาลันทามาเล่าให้ท่านสาธุชนได้รับฟัง

              พระสารีบุตรทราบว่าตนใกล้จะสิ้นอายุขัยจึงเดินทางพร้อมพระภิกษุบริวารประมาณ ๕๐๐ รูปไปเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ กราบทูลลาดับขันธนิพพาน และออกเดินทางกลับแดนมาตุภูมิ "นาลกคาม" โดยเข้าไปพักในห้องที่ท่านเกิด และได้อาพาธอย่างหนักถ่ายออกมาเป็นเลือด นอนหายใจระทวยอยู่ ขณะนั้นท้าวจตุโลกบาล ท้าวสักกเทวราช ท้าวสุยาม ท้าวมหาพรหมก็มาเยี่ยมท่านเพื่อดูเป็นปัจฉิมทัศนะ นางสารีพราหมณีโยมมารดาของท่านเฝ้าคอยดูด้วยความห่วงใย เห็นเทวดามาไหว้พระลูกชายของตนและกลับไป ด้วยความสงสัยจึงเข้าไปถาม

              “พ่ออุปติสสะ ใครเปล่งแสงสว่างรังรองมาหาเจ้า” “อ๋อ ท้าวมหาราชทั้ง ๔ จ้ะ โยมแม่”  “ครั้นท้าวมหาราชเหล่านั้นกลับไปแล้ว ใครเปล่งแสงสว่างเจิดจ้ามาหาเจ้าอีกละลูก” “อ๋อ ท้าวสักกเทวราช จ้ะ โยมแม่” 

              “ครั้นท้าวสักกเทวราชนั้นเสด็จกลับไปแล้ว ใครเปล่งแสงสว่างรังรองเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิมมาหาเจ้าอีกล่ะลูก” “ท้าวมหาพรหมจากชั้นสุทธาวาสผู้เป็นทั้งครูและเป็นผู้มีพระคุณของโยมแม่อย่างไรละจ๊ะ

              นางพราหมณีรู้ความจริงอย่างนี้ ทันใดนั้นปีติ ๕ ก็เกิดขึ้นแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย
 
              พระสารีบุตรคิดว่า “มารดาของเราเกิดปีติโสมนัสแล้ว เวลานี้เหมาะที่จะแสดงธรรม” ถามว่า “คิดอะไรอยู่หรือโยมแม่” “อ๋อ แม่...แม่คิดว่า ขนาดบุตรของเรามีอานุภาพมากถึงเพียงนี้ พระบรมศาสดาของบุตรเราจักมีอานุภาพมากถึงเพียงไหน” “โยมแม่ รู้หรือเปล่า สมัยที่พระบรมศาสดาประสูติเสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ และหมุนเคลื่อนกงล้อธรรมประกาศสัจจะนั้น หมื่นโลกธาตุก็หวั่นไหว ทั้งมนุษยโลก เทวโลก มารโลก พรหมโลก และหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ ไม่มีผู้ใดเสมอเหมือนพระองค์ด้วยศีล สมาธิ  ปัญญา วิมุตติ วิมุตติญาณทัสสนะ”

              นางสารีพราหมณีได้ฟังอย่างนั้นแล้ว ก็เกิดศรัทธาเลื่อมใส ย่อกายลงนั่งก้มกราบพระเถระ ซึ่งไม่เคยกราบมาก่อน พระสารีบุตรนอนอยู่บนเตียงนั่นเอง แสดงพระธรรมเทศนาพรรณนาพระพุทธคุณอย่างพิสดารโปรดโยมมารดา นางพราหมณีตั้งใจสดับธรรมเทศนา ส่งจิตคล้อยตามกระแสธรรม ในเวลาจบพระธรรมเทศนาของบุตรผู้ป็นที่รัก ก็ดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล กล่าวว่า “พ่ออุปติสสะ ทำไมถึงทำอย่างนี้ พ่อไม่ให้แม่ดื่มอมตธรรมตลอดกาลเพียงนี้”
      
               พระสารีบุตรคิดว่า “บัดนี้ค่าน้ำนมป้อนข้าวป้อนน้ำของนางสารีพราหมณีโยมมารดาของเราได้รับการชดใช้แล้ว”

     นาลันทา-สารีบุตรสุดประเสริฐ
  แหล่งกำเนิดสถานการศึกษา
  ท่านเดินทางมาโปรดโยมมารดา
  ให้ดวงตาเห็นธรรมเกิดทันใด
      ท่านแทนคุณมารดาก่อนลาลับ
  มิได้ดับสูญเปล่าปลีกไปไหน
  “มาตุภูมิ” ย้อนคืนกลับมิลับไกล
  ได้ทำให้ซาบซึ้งพระคุณมารดา ฯ

"}])