
ทำไมคนดีต้องตายอย่างน่าอนาถคนชั่วกลับสุขสบาย
ทำไมคนดีต้องตายอย่างน่าอนาถ คนชั่วกลับสุขสบาย : ปุจฉา-วิสัชนากับพระไพศาล วิสาโล
อดินันท์ พุทธิกโชติ ปุจฉา : ถามท่านครับ สงสารทหารที่โดนระเบิดเสียชีวิตทำไมคนดีถึงตายแบบนี้ วิญญาณของท่านเหล่านั้นจะเป็นอย่างไร จะรับรู้ได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น หรือว่าเป็นเวรกรรมของท่านเหล่านั้น ผมสงสารมากครับ นอนๆ แล้วนึกถึงรู้สึกหดหู่สลดใจ ทำไมคนดีต้องตายอย่างน่าอนาถ คนชั่วกลับสุขสบาย เห็นข่าวทหารแล้วเศร้าใจ บางทีผมนั่งสมาธิ ๒-๓ นาทีแล้วนึกถึงทหารโดยเฉพาะท่านชุมแพสงสารท่านมากครับ ขอบคุณครับ
วิสัชนา : ความตายไม่ว่าในลักษณะใด สามารถเกิดกับคนดีได้ทั้งนั้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกรรมในอดีตและกรรมในปัจจุบัน (เช่น การเลือกเป็นทหารซึ่งเป็นอาชีพที่เสี่ยงอยู่แล้ว การเสียชีวิตเพราะโดนระเบิดย่อมเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าคนทั่วไป) อย่างไรก็ตามอย่าสงสัยว่า ทำดีแล้วทำไมไม่ได้ดี ทำชั่วทำไมกลับได้ดี ขอให้มั่นใจว่า กรรมดีย่อมส่งผลดีอย่างแน่นอน แต่ผลของกรรมนั้นจะปรากฏเมื่อใดในลักษณะใด ยากที่เราจะรู้ได้แน่ชัด เพราะกรรมนั้นมีหลายประเภท ให้ผลต่างกัน อีกทั้งผลที่เกิดขึ้นก็ช้าเร็วต่างกัน คนชั่วอาจสบายวันนี้ แต่วันหน้าย่อมต้องรับผลแห่งกรรมชั่วที่ได้ทำไว้อย่างแน่นอน
ท้อใจเพราะเจ็บป่วย จะทำอย่างไรดี
ปุจฉา : นมัสการพระอาจารย์ อ่านกายป่วยใจไม่ป่วยแล้ว สาธุพระอาจารย์มากค่ะ หนูเป็นคนหนึ่งที่ป่วยด้วยโรคภูมิเพี้ยน (ภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง) มีโอกาสอยู่ได้ไม่นาน หรือนาน ขึ้นกับร่างกาย หนูท้อกับสภาวะที่เกิดกับตัวเอง จากการที่เป็นโรคจุกจิกๆ บอกใครอธิบายยาก ป่วยทีหมอเล็กๆ ก็ไม่ค่อยอยากรักษา บอกว่าซับซ้อน มันท้อคะ ใจที่มันท้อเดี๋ยวมันก็ผ่านไป เวลาอ่อนแอมันหนักเข้าไปอีกถ้าคนรอบข้างไม่เข้าใจ เหมือนคนป่วยทางจิตไป หนูเหมือนมาระบายกับพระอาจารย์ สุดท้ายนอกกายพึ่งไม่ได้ ต้องพึ่งในกายคือใจเราใช่มั้ยคะ ใจที่ท้อจะทำให้มันเข้มแข็งขึ้นได้อย่างไรคะ
วิสัชนา: ที่จริงร่างกายของคุณยังพึ่งได้อยู่ แม้จะได้ไม่เต็มที่ แต่อย่างน้อยร่างกายของคุณก็ยังสามารถทำอะไรได้หลายอย่าง ที่คนทั่วไปทำได้ ไม่ถึงกับทำให้ล้มหมอนนอนเสื่อหรือขยับเขยื้อนไม่ได้ (ขอให้นึกถึงคนพิการ หรือคนที่ป่วยหนักเพราะโรคร้าย) อยากให้คุณขอบคุณและชื่นชมร่างกายของคุณในแง่นี้ด้วย
ส่วนใจนั้นก็สำคัญไม่น้อย การที่คุณชื่นชมร่างกายของคุณ ก็มีส่วนทำให้ใจดีขึ้น พยายามมองแง่บวกอยู่เสมอ จะทำให้คุณยอมรับทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับคุณได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันก็หมั่นเจริญสติทำสมาธิ จะช่วยให้ความท้อครองใจได้ไม่นาน การออกไปสัมผัสกับธรรมชาติ มีงานทำเพลิน ๆ บ้างก็ช่วยได้มาก หากอยู่ว่างมากไป ใจจะฟุ้งและคิดไปทางลบได้ง่ายตามความเคยชินเดิมๆ นอกจากนั้นก็ลองหมั่นสวดมนต์ จะช่วยปลูกศรัทธา และทำให้ใจมีสมาธิ คลายจากความเครียดและหดหู่
ข้อสำคัญที่อยากจะเน้นก็คือ พยายามมีความสุขอยู่ในปัจจุบัน ถ้าวันนี้คุณยังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ก็ควรพอใจแล้ว อย่าเพิ่งไปห่วงกังวลถึงวันข้างหน้าว่าจะเป็นอย่างไร หากสามารถเก็บเกี่ยวความสุขได้ในแต่ละขณะ จิตใจของคุณจะสดชื่นขึ้น ความท้อแท้จะลดลง และช่วยให้คุณมีกำลังใจที่จะดำเนินชีวิตต่อไป ไม่ว่าข้างหน้าจะเป็นอย่างไรก็ตาม



