
บ้านคือที่นี่และขณะนี้
บ้านคือที่นี่และขณะนี้ : บาตรเดียวท่องโลก โดยพระพิทยา ฐานิสฺสโร
ช่วงสงกรานต์ซึ่งถือกันเป็นวันปีใหม่ไทยและวันแห่งครอบครัว จำนวนรถหลายร้อย หลายพัน หลายหมื่น หลายแสนคันต่างมุ่งหน้าสู่ต่างจังหวัด เพราะต้องการที่จะเดินทางกลับบ้านภูมิลำเนาเดิม ภาวะรถติดอย่างมากถึงมากที่สุด เป็นปรากฏการณ์ที่จะเกิดขึ้นในช่วงก่อนและหลังเสร็จสิ้นฤดูสงกรานต์ อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นช่วงที่น่าอยู่ที่สุดในกรุงเทพมหานครเพราะถนนทุกสายจะโล่ง โปร่ง สบาย
เจ้าชายสิทธัตถะออกจากพระราชวัง ขณะที่กำลังมีพระโอรสองค์น้อยวัยน่ารักน่าชัง มีพระมเหสีผู้มีจิตใจงดงามอย่างพระนางยโสธรา มีพระมารดา (พระน้านางปชาบดี) พระบิดาอันเต็มเปี่ยมด้วยรัก เจ้าชายสิทธัตถะต้องออกจากบ้านเหมือนกัน แต่ดูเหมือนจุดมุ่งหมายแตกต่างกันกับเราโดยสิ้นเชิง
หลวงปู่ติ๊ค ยึค หั่น (ติช นัท ฮันท์) ต้องออกจากบ้านเกิด ประเทศอันเป็นที่รักอย่างประเทศเวียดนามเพื่อไปเรียกร้องสันติภาพ อิสรภาพให้กับประเทศของตนในช่วงประมาณ ๕๐ ปีที่ผ่านมา จนไม่สามารถกลับเข้าประเทศได้อีก เพราะความเข้าใจไม่ตรงกันหลายๆ อย่างทางความคิดกับรัฐบาลเวียดนามและต่างชาติอย่างสหรัฐอเมริกา จนกระทั่งเมื่อประมาณ ๗ ปีผ่านมาที่หลวงปู่ได้มีโอกาสเหยียบแผ่นดินแม่อีกครั้งเพราะผลประโยชน์แอบแฝงบางอย่างทางการเมือง แต่ ณ วันนี้ทางรัฐบาลเวียดนามก็สั่งห้ามหลวงปู่กลับประเทศบ้านเกิดอีกเช่นเคย
พวกเราหลายชีวิตจากบ้านเกิดไม่ใช่เพื่อค้นหาอิสรภาพภายใน แต่เพียงเพื่อหาวัตถุเลี้ยงชีพ ทำให้เมื่อต้องออกจากบ้านมา ยิ่งไกลยิ่งคิดถึง ยิ่งไกลยิ่งโหยหา เราจึงพยายามหาบ้านหลังที่สอง ด้วยการมีคู่ชีวิตหรือครอบครัว เพื่อพยายามเติมเต็มความเหงา ความโดดเดี่ยวภายใน เมื่อมองอย่างลึกซึ้ง เราก็ไม่สามารถเติมเต็มได้อย่างแท้จริง
เมื่อจิตใจไม่สามารถสัมผัสบ้านที่แท้จริงภายในจึงทำให้จิตใจขาดความมั่นคง สงบสุข และง่ายที่จะตกเป็นเหยื่อแห่งอารมณ์เมื่อเกิดการกระทบ และตกเป็นทาสแห่งอารมณ์ในที่สุด เราจึงส่งผ่านความทุกข์ให้กันและกันด้วยความคิด คำพูดและการกระทำ การเดินทางกลับบ้านเกิดไปหากัน อาจไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีสุดเสมอไป ตราบใดที่ยังไม่สามารถสัมผัสบ้านที่สงบสุขแท้จริงในตนเอง เราอาจเหนื่อยและทุกข์มากกว่าเดิมเมื่ออยู่ด้วยกัน เพราะทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่ตั้งใจ ทำให้หลายคนต้องจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถในช่วงที่ไปเยี่ยมบ้านเกิด หรือทะเลาะกับพี่น้อง ญาติมิตรที่เคยดีต่อกัน เพราะจิตใจที่ขาดบ้าน หรือความสงบสุขภายในจะนำมาซึ่งความหายนะต่างๆ มากมาย
สมณะสิทธัตถะใช้เวลา ๖ ปีรอนแรมไปยังที่ต่างๆ ทิ้งความสะดวกสบาย ความบำรุงบำเรอจากบุคคลรอบข้างและทางวัตถุ สู่การแสงหาและฝึกฝนบนหนทางของชีวิตอันเรียบง่าย พึ่งพาอาศัยปัจจัย ๔ เพียงเพื่อการดำรงอยู่ โดยไม่ปล่อยให้จิตใจติดกับดัก เหยื่อล่อทาง ตา หู จมูก ลิ้น การสัมผัสลิ้มรสทางกายและใจ จนกระทั่งพระองค์สามารถพบบ้านที่แท้ภายในกลายเป็นพระพุทธเจ้า บุคคลซึ่งตื่น รู้ และเบิกบาน
เมื่อลมหายใจแห่งสติและจิตใจเป็นหนึ่งเดียวกัน จิตใจอยู่กับทุกสิ่งที่กำลังกระทำอยู่อย่างตระหนักรู้และเท่าทัน เมื่อนั้นเราสัมผัสบ้านที่แท้จริงในตัวเราเอง จิตใจจะมั่นคง สงบ เบิกบาน ไม่สัดส่ายไปในอดีตหรืออนาคต ไม่หวั่นไหว สั่นคลอนกับสิ่งที่มากระทบ ในที่สุดเราจะสัมผัสทุกสรรพสิ่งในตัวเรา จึงไม่จำเป็นต้องไขว่คว้าหาที่พึ่งหรือความสงบสุขใดๆ จากภายนอกอีกต่อไป เพราะสิ่งเหล่านั้นกำลังดำรงอยู่ตรงนั้นกับเราแล้ว



