
พรรคปชต.ใหม่ใฝ่สันติศึกษาป.โท'มจร'
พรรคปชต.ใหม่ใฝ่สันติ ศึกษาปริญญาโท'มจร' : สำราญ สมพงษ์รายงาน
ใกล้เริ่มปฐมฤกษ์แล้ว สำหรับโครงการปริญญาโท หลักสูตรสันติศึกษา บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ที่ได้ร่วมมือกับสำนักงานศาลยุติธรรม และสถาบันพระปกเกล้า พัฒนาหลักสูตรด้านนี้ขึ้นมา
หลักสูตรดังกล่าวจะมุ่งเน้นการบูรณาการพัฒนาสันติภาพแบบผสมผสานทั้งภายในและภายนอก โดยมีคณาจารย์และอาจารย์พิเศษด้านสันติภาพที่มีชื่อเสียงทั้งในประเทศและต่างประเทศมาบรรยาย ทั้งนี้หลักสูตรดังกล่าว สกอ. ได้ให้ความเห็นชอบและรับทราบหลักสูตรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
หลังจากการเปิดตัวหลักสูตรได้ผู้มีสนใจเข้าศึกษาเป็นจำนวนมากจากหลากหลายสาขาอาชีพ ทั้งที่เป็นผู้บริหารระดับสูงในภาครัฐและเอกชน เช่น รองผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผู้ทรงคุณวุฒิประจำกระทรวงสาธารณสุข ตัวแทนพรรคการเมือง พยาบาลวิชาชีพ ชำนาญการ วิศวกร ระดับ 8 ของการรถไฟแห่งประเทศไทย เจ้าของธุรกิจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายกฎหมาย นักวิชาการแรงงานชำนาญการ ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมสมรรถภาพร่างการและจิตใจ เจ้าหน้าที่ไกล่เกลี่ย อาจารย์สอนหลักสูตรสันติศึกษา นอกจากนี้ยังมีผู้สนใจระดับ ดร. สมัครเข้ามาเรียนอีกด้วยจำนวนทั้งสิ้น 46 รูป/คน
ตัวแทนพรรคการเมืองที่สนใจยื่นใบสมัครในครั้งนี้คือพระกิตติภัทร์ อนันต์เมธากุล หรือพ.ท.พระกิตติภัทร์ อนันต์เมธากุล อดีตผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขต 1 พรรคประชาธิปไตยใหม่ที่สร้างความฮือฮาที่สามารถมี ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คนในการเลือกตั้ง ส.ส.ที่ผ่านมา โดยพระกิตติภัทร์ได้อุปสมบทตามโครงการเฉลิมพระเกียรติ หลังจากสอบสัมภาษณ์เสร็จแล้วก็อีกไม่นานก็จะลาสิกขาบท หากสอบติดก็จะเรียนควบคู่ไปกับการทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกพรรคการเมือง
พระกิตติภัทร์ กล่าวว่า เท่าที่ได้ติดตามสถานการณ์ทางการเมืองมีการแบ่งสีแบ่งฝ่าย ซึ่งแต่ละสีก็มีข้อบกพร่องแตกต่างกันไป พรรคการเมืองส่วนใหญ่ก็เป็นธนาธิปไตยใช้เงินในการแก้ปัญหาให้กับประชาชนเหมือนกับเอาเงินไปตกเป็ด ซึ่งไม่ใช่เป็นแนวทางของการแก้ปัญหาความขัดแย้งสร้างความปรองดองที่ยั่งยืน
"ช่วงที่ได้เรียนที่สถานบันพระปกเกล้าได้ทราบว่าทาง มจร ได้เปิดหลักสูตรสันติศึกษาขึ้นมา ที่จะมีการเรียนการสอนแนวทางการสร้างสันติวิถีพุทธ จึงมีความสนใจต้องการจะเข้ามาศึกษา โดยตั้งความหวังว่าจะเป็นแนวทางของการแก้ปัญหาความขัดแย้งสร้างความปรองดองที่ยั่งยืนได้ เพราะว่าสถาบันสันติศึกษาต่างๆส่วนใหญ่แล้วจะเรียนแต่การสร้างสันติภายนอก แต่ที่ มจร แห่งนี้เริ่มจากการสร้างสันติภายในควบคู่กับสันติภายนอก ดังจะเห็นได้ผู้ที่เข้ามาเรียนต้องฝึกปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานด้วย " พระกิตติภัทร์ กล่าวและว่า
หากได้เข้ามาเรียนและจบการศึกษาแล้วก็จะนำความรู้เทคนิควิธีไปใช้ในการแก้ปัญหาความขัดแย้งในระดับต่างๆ เช่นตั้งแต่ระดับตัวเอง ชุมชน สังคม รวมถึงประเทศและระหว่างประเทศอย่างเช่นกรณีคดีปราสาทพระวิหารเป็นต้น โดยประยุกต์ความรู้คู่ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสร้างความเข้าใจให้กับคนในพรรคประชาธิปไตยใหม่ก่อนเป็นอันดับแรกแล้วขยายวงกว้างต่อไป หากพรรคการเมืองใหญ่จะสนใจก็ยินดี
วันที่ 20 เมษายน พ.ศ. เป็นการสอบสัมภาษณ์ผู้ที่ได้ยื่นใบสมัครไว้ โดยมีกรรมการทำหน้าที่สัมภาษณ์ประกอบด้วยพระศรีคัมภีรญาณ,รศ.ดร. รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มจร ผศ.ดร.สุรพล สุยะพรหม รองอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไป มจร พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส,รศ.ดร. ผู้กำกับดหลักสูตรสันติศึกษา มจร พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า นายอดุลย์ ขันทอง ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ประจำสำนักประธานศาลฎีกา และดร.นพ.บรรพต ต้นธีรวงศ์ นักจิตวิทยา ทั้งนี้ได้เชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย
พระมหาหรรษา กล่าวว่า ประเด็นการสอบสัมภาษณ์นั้นมุ่งวัดความรู้ความเข้าใจทั่วไป เจตคติ แนวคิด ทัศนคติอารมณ์ บุคลิกภาพ และความพร้อมในการศึกษา โดยมีการสอบถามประสบการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกับตัวเองสังคม การเมือง และระหว่างประเทศ รวมถึงแนวทางในการแก้
"ก็ถือได้ว่าผู้ที่เข้าสอบสัมภาษณ์ครั้งนี้ตรงตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตรที่ได้ตั้งไว้ เพราะจุดสำคัญของผู้ที่สมัครสอบนั้นมาด้วยใจมีความมุ่งหวังที่จะได้ความรู้เทคนิควิธีของสันติศึกษาตามวิถีพุทธ นำไปแก้ปัญหาความขัดแย้งในระดับต่างๆที่ตัวเองมีโอกาสหรือมีหน้าที่" พระมหาหรรษา กล่าวและว่า
ภายหลังจากการสอบสัมภาษณ์ในวันที่ 20 เมษายนนี้แล้ว จะมีการประกาศผลการสอบสัมภาษณ์ในวันที่ 22 เมษายน และรายงานตัวนิสิตใหม่ระหว่างวันที่ 24-25 เมษายน จากนั้นจะมีการปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ 25-26 พฤษภาคม และเปิดเรียนในวันที่ 1 มิถุนายนนี้
อีกไม่นานเกินรอ คงจะได้เห็นผลผลิตมหาบัณฑิตสันติศึกษาของสถาบันการศึกษาแห่งนี้ออกไปรับใช้ประชาชนสังคมประเทศชาติได้อย่างเต็มภาคภูมิ



