พระเครื่อง

ขบวนบุญอนุรักษ์ป่าต้นน้ำแนว'หลวงพี่โต้ง'

ขบวนบุญอนุรักษ์ป่าต้นน้ำแนว'หลวงพี่โต้ง'

09 เม.ย. 2556

ผลิตภัณฑ์จากขบวนบุญเพื่อการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำอย่างยั่งยืนของ 'หลวงพี่โต้ง' : เรื่องและภาพ ไตรเทพ ไกรงู


              การดับไฟป่าที่ดอยผาส้ม ซึ่งมีพระครูธรรมคุต (พระอธิการสรยุทธ ชยปญฺโญ) หรือหลวงพี่โต้ง เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ กลายเป็นเทศกาลงานบุญใหญ่ที่ต้องอาศัยพลังศรัทธาจากชาวบ้านและอาสาสมัคร ที่ไม่มีผลตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น โดยเทศกาลนี้จะเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงสิ้นเดือนเมษายน

              เมื่อพ้นเทศกาลดับไฟป่า เทศกาลปลูกป่าสร้างฝายเพื่อเก็บกักน้ำก็เริ่มขึ้น พร้อมๆ กับเทศกาลสร้างอาชีพ ทำการเกษตรตามแนวทาง “เศรษฐกิจพอเพียง” หรือที่ท่านเรียกว่า “มัชฌิมาปฏิปทา” โดยเริ่มจากสัมมาทิฏฐิ คือ การให้สมาชิกเห็นถูกต้องในการประกอบอาชีพ การพึ่งตนเอง โดยน้อมนำแนวพระราชดำริเรื่อง “บวร” “'บ้าน-วัด-โรงเรียน” มาใช้เป็นหลักในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและยกมาตรฐานการครองชีพ เน้นเศรษฐกิจควบคู่กับการรักษาธรรมชาติป่าต้นน้ำ

              แนวการสร้างอาชีพ ทำการเกษตรของหลวงพี่โต้ง คือ "ขบวนบุญ วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม" โดยแบ่งกิจกรรมที่กลุ่มสมาชิกเป็น  ๔ ทีม  คือ  ทีมที่ ๑ ปลูกหรือเกษตรกร เน้นให้สมาชิกปลูกและผลิตอาหารเพื่อรับประทานตามแนวคิดการพึ่งพาตนเองก่อน หากมีเหลือเกินให้ทีมที่ ๒ แปรรูปเพื่อถนอมอาหารและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์บุญเพื่อส่งให้ทีมที่ ๓ คือ ทีมขายหรือทีมจำหน่ายผลิตภัณฑ์บุญ เพื่อนำมาแลกเปลี่ยน แบ่งปันช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ตลอดจนจัดจำหน่ายเพื่อนำเงินทุน ส่งให้ทีมที่ ๔ คือ ทีมฟื้นฟู (กองบุญ) เพื่อนำเงินมาทำความดี ในการฟื้นฟูป่า เช่น ปลูกป่า สร้างฝาย ดับไฟป่า เป็นต้น 

              ผลิตภัณฑ์หลักจากขบวนบุญ วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม มีข้าวกล้องดอย ข้าวขัดขาว และกล้วยฉาบ แต่สภาพปัญหาปัจจุบัน คือ ไม้สองกลุ่มแปรรูปมีผลิตภัณฑ์ ต้องการขายผลิตภัณฑ์แต่ขายไม่ได้ หรือหากขายเพื่อหวังความร่ำรวยให้ตนเอง ไม้สี่กลุ่มฟื้นฟูป่าธรรมชาติก็ไม่มีเงินมาฟื้นฟูดูแลป่าได้ หากจะกล่าวไปแล้วปัญหาไม่ได้เกิดขึ้นแก่ไม้สองและไม้สี่เท่านั้น แต่ปัญหายังส่งผลกระทบไปถึงไม้หนึ่งคือกลุ่มผู้ปลูกหรือกลุ่มเกษตรกรที่ต้องขาดรายได้ในการดำรงชีพ และผลิตผลทางการเกษตรต้องเหลือทิ้งต่อไป

              อย่างไรก็ตามเดือนตุลาคม ๒๕๕๕ นักศึกษา ๖๔ คน จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ได้ลงพื้นที่เพื่อศึกษาและทำกิจกรรม โดยเน้นศึกษาเรื่องข้าว ร่วมเกี่ยวข้าวกับชุมชน ทำให้พบว่าสมาชิกขบวนบุญ วัดพระบรมธาตุดอยผาส้มจำนวนมากมีอาชีพปลูกข้าว ส่งผลให้มีผลผลิตข้าวเป็นจำนวนมาก แม้จะมีการแบ่งปันและแลกเปลี่ยนผลิตภัณฑ์กับสมาชิกที่ไม่ได้ปลูกข้าวแล้วก็ตาม ขบวนบุญ วัดพระบรมธาตุดอยผาส้มจึงประสบปัญหาในเรื่องการกระจายและจำหน่ายข้าว ด้วยเหตุนี้ ในระหว่างทำกิจกรรมน.ส.สุปรียา สัณห์ศักดิ์สิทธิ์ และน.ส.นันท์นภัส ลักษณาวงษ์ จากคณะบริหารธุรกิจ สาขาการบัญชี ได้กราบเรียนพระอาจารย์เพื่อทำโครงการแก้ปัญหาเรื่องข้าว

              เมื่อเดินทางกลับมายังมหาวิทยาลัย ได้ร่วมกับเพื่อนนักศึกษาก่อตั้ง “ขบวนบุญ ม.อัสสัมชัญ” เพื่อหาตลาดในสังคมเมืองระบายและจำหน่ายข้าวควบคู่กับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของสมาชิก ในการลงพื้นที่ทำกิจกรรม เรียนรู้และสัมผัสวิถีชีวิต หลวงพี่โต้งจะสอนเสมอๆ ว่า “บัญชีของคนเรามีสองบัญชีคือ บัญชีเงินกับบัญชีบุญ บัญชีเงินเราสามารถสะสมได้ แต่บัญชีบุญเราต้องทำความดีเพื่อเก็บสะสม และเราต้องเก็บบัญชีทั้งสองอย่างนี้ไปพร้อมๆ กัน”

              น.ส.สุปรียา ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้มองเรืองไฟป่าเป็นเรื่องไกลตัว รวมทั้งเรื่องน้ำแล้งไม่ใช่เรื่องของตัวเอง เพราะอยู่กรุงเทพฯ อย่างไรก็มีน้ำใช้ แต่เมื่อขึ้นไปเห็นสภาพป่า ได้เห็นชาวบ้านช่วยกันสร้างฝาย รักษาป่าเขาทำเพื่อคนอยู่ใต้น้ำ โดยได้ขึ้นไปช่วยหลวงพี่โต้งสร้างฝาย ๒ ครั้ง เมื่อตุลาคม ๒๕๕๕ และ มีนาคม ๒๕๕๖ ได้เห็นความตั้งใจของชาวบ้าน  จึงขอเป็นส่วนหนึ่งของขบวนบุญ วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม ในการพัฒนาแบรนด์ผลิตภัณฑ์บุญดอยผาส้ม หาช่องทางการตลาดเพื่อรองรับผลิตภัณฑ์บุญดอยผาส้ม ควบคู่กับการให้ความรู้ด้านการบริหารจัดการ ผู้ประกอบการ พัฒนาบรรจุภัณฑ์ และร่วมพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์

              ขบวนบุญ ม.อัสสัมชัญ เห็นความตั้งใจของขบวนบุญ วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม ที่มีเป้าหมายจะยกระดับตัวเอง จากการใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงขั้นพื้นฐานในการพึ่งพาตนเองมาเป็นเศรษฐกิจพอเพียงขั้นก้าวหน้า ที่มุ่งทำบุญ ให้ทาน ขาย และสร้างเครือข่าย หรือเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมที่มุ่งการเอื้อเฟื้อแบ่งปันนำดอกผลกำไรมาทำความดี จึงอาสาเป็นตัวกลางในการสร้างและหาตลาดในสังคมเมือง ในกลุ่มผู้ใจบุญ รักสุขภาพ มีจิตวิญญาณของการให้ เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ ตามแนวคิดที่ว่า
 
              “ผลิตภัณฑ์จากขบวนบุญ วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม  ที่ไม่ใช่เป็นแค่เพียงสินค้า แต่เป็นเรื่องของความดี เงินส่วนหนึ่งที่ได้จากการซื้อสินค้าในขบวนบุญนั้น เราได้นำมาปกป้อง รักษาป่าต้นน้ำ ด้วยการสร้างแท็งก์น้ำรอบแนวกันไฟ ป้องกันไฟป่า" 

              ทุกวันนี้หลวงพี่โต้งต้องดูและเกือบแสนไร่ ป่าต้นน้ำปิง ไหลลงสู่เจ้าพระยานั่นแหละ พวกเราทั้งคนต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำได้ประโยชน์ร่วมกันนั่นแหละ ตอนนี้ที่วัดอยากได้งบมาช่วยจ้างคนดูแลไฟป่าช่วยกัน รถขับเคลื่อนสี่ล้อเก่าๆ สักคัน ไว้ขนคน ขนน้ำไปแนวกันไฟ หรือใครอยากมาเป็นอาสาสมัครดับไฟป่า โทรไปที่ ๐๘-๙๕๗๔-๒๕๒๘ หรืออีเมล : [email protected]  ส่วนใครมีกำลังทรัพย์มากพอร่วมทำบุญได้ที่บัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์ ธนาคารกรุงเทพ สาขาสะเมิง เลขบัญชี ๕๔๔ ๐๑๕๒ ๐๖๓ (มีใบอนุโมทนาบัตรลดภาษีได้) หรือจะอุดหนุนผลิคภัณฑ์จากขบวนบุญสอบถามข้อมูลได้ที่ โทร. ๐๙-๐๙๗๔-๙๖๕๘


การให้และน้ำใจจากคนเมือง


              อ.บุญธรรม ศรสวัสดิ์ ศูนย์จริยธรรมวิชาชีพ ฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญบอกว่า จากผลสำรวจของสำนักวิจัยเอเบคโพลล์ ที่เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จากกลุ่มตัวอย่างอายุ ๑๘ ปี ขึ้นไป จำนวน ๑,๕๘๑ คน พบว่า คนในสังคมเมืองยังคงรักษาพฤติกรรม “การให้” เน้นการบริจาคมากกว่าการอาสา จากงานวิจัยทำให้เห็นว่าสังคมเมืองยังคงมีและพอจะมีกำลังทรัพย์ แต่ขาดโอกาสหรือมีโอกาสน้อยที่จะอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ ป้องกันและดับไฟป่า อันเป็นปัญหาสำคัญของโลกใบนี้

              สมาชิกขบวนบุญ วัดพระบรมธาตุดอยผาส้ม มีพละมีกำลัง มีจิตวิญญาณร่วมกันในการรักษาพระแม่ธรณี พระแม่คงคา อนุรักษ์ป่าต้นน้ำ ป้องกันและดับไฟป่า แต่สิ่งที่ยังขาดคือกำลังทรัพย์ที่จะขับเคลื่อนให้งานเหล่านั้นบรรลุได้ ขบวนบุญ วัดพระบรมธาตุดอยผาส้มไม่ได้ร้องขอเงิน แต่ลุกขึ้นมาต่อสู้และสร้างอาชีพโดยการพึ่งพาตนเอง สร้างผลิตภัณฑ์บุญ แต่ยังขาดช่องทางและประสบปัญหาเรื่องตลาดเพื่อกระจายและจำหน่ายผลิตภัณฑ์บุญ

              ม.อัสสัมชัญ ได้อาสาเป็นส่วนหนึ่งของขบวนบุญ วัดพระบรมธาตุดอยผาส้มได้บ้าง ตั้งทีมขายเพื่อจัดหาตลาดให้กับุญ ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มแปรรูป ไม้สามมีหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมความดี เชื่อมสิ่งที่แต่ละไม้มีให้สารมารถทำหน้าที่ของตนเองได้ เป็นตัวกลาง เป็นฟันเฟืองที่จะขับเคลื่อนและสร้างโอกาสให้คนทั้งสองกลุ่มได้เติมเต็มความสุขและความดีซึ่งกันและกัน  เมื่อสังคมเมืองซื้อ/บริโภคผลิตภัณฑ์บุญดอยผาส้ม รายได้จากผลิตภัณฑ์จะช่วยอุดหนุนให้เกิดอาชีพในชุมชน ส่งผลช่วยแก้ปัญหาให้เยาวชนไม่ทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิด ผู้เฒ่าผู้แก่มีลูกหลานคอยดูแล

"}])