
'ดาบธี ภาค๗'กับวจีอย่าดูถูกพระสร้างใหม่
'ดาบธี ภาค๗'กับวจี...อย่าดูถูกพุทธคุณพระสร้างใหม่ : พระเครื่งคนดัง เรื่อง/ภาพโดยไตรเทพ ไกรงู
ในบรรดานักลองของนักทดสอบพุทธคุณของพระเครื่องและเครื่องรางของขลัง ที่เลื่องชื่อของ จ.นครปฐม ต้องยกให้ ด.ต.สุธี เสรีเผ่าวงษ์ ตำแหน่งผู้บังคับหมู่อำนวยการตำรวจภูธรภาค ๗ (ผบ.หมู่ อ.ก.บก.๗) หรือเจ้าของฉายา “ดาบธี ภาค ๗” ที่ผ่านมาเขาได้นำพระเครื่อง เครื่องรางของขลังของพระเกจิอาจารย์วัดและสำนักต่างๆ มาทดสอบนับจำนวนไม่ถ้วน โดยลองมาทุกวัด ทุกสำนัก เรียกว่าเกือบทุกอย่างก็ว่าได้
เหตุผลหนึ่งของการลองของดาบธี ภาค ๗ เพราะอยากรู้ว่าพระที่ได้มาซึ่งเป็นสมบัติตกทอดมาจากพ่อเป็นพระเก๊หรือพระแท้กันแน่ เพราะเซียนหลายคนดูบอกว่าเป็นพระเก๊ แต่ตัวเองไม่เชื่อ ดังนั้นต้องยิงเพื่อพิสูจน์พุทธคุณ ครั้งนั้นหลังจากอาราธนาของพุทธคุณแล้วใช้ปืนขนาด ๒๑ มม. ยิงระยะเผาขน ซึ่งอย่างไรก็ต้องโดนองค์พระ ปรากฏว่าองค์พระไม่เป็นอะไรเลย ด้วยเหตุนี้จึงเชื่อว่าเป็นพระแท้
การลองทดสอบพุทธคุณองค์พระมานาน ทั้งนี้ ก่อนการทดสอบพุทธคุณด้วยการยิงครั้งสิ่งหนึ่งที่นักลองของปฏิบัติยึดเป็นธรรมเนียมประเพณี คือ มี ธูป เทียน และดอกไม้ เพื่ออธิษฐานอาราธนาชมพุทธคุณและบารมี ขณะเดียวกันผู้ที่ลองยิงนั้นจะหันไปในทิศที่วัดนั้นๆ ตั้งอยู่ พร้อมกับตั้งนะโม ๓ จบ พร้อมกับอธิษฐานจิตว่า “การลองยิงในครั้งนี้ไม่ใช่การลบหลู่ใดๆ ทั้งสิ้น หากเป็นการขอชมอำนาจบารมี และพลังแห่งพุทธคุณเท่านั้น”
"ผมเป็นคนชอบเรื่องเล่าเกี่ยวกับปาฏิหาริย์มาตั้งแต่เด็ก และมักจะเกี่ยวข้องกับพระเครื่องและเครื่องรางของขลัง เมื่อมาบรรจุเป็นตำรวจมักมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับปาฏิหาริย์กับผู้ต้องหามากมาย ด้วยความสนใจเรื่องพระเครื่องและเครื่องรางของขลังมักจะขอดูทุกที เมื่อจบคดีก็จะหาเช่าพระเหล่านี้มาเก็บไว้ ส่วนใหญ่จะเป็นพระสร้างใหม่ราคาไม่แพง บางรุ่นยังไม่หมดจากวัดด้วยซ้ำ หลายคนอาจจะมองว่าพระใหม่ไม่จะมีพุทธคุณสู้พระเก่าได้อย่างไร ซึ่งที่ผ่านมามีคดียิงกันนับสิบๆ คดี แต่คู่กรณีไม่เป็นอะไรเลย อย่างนี้เขาเรียกว่าพระมีประสบการณ์รองรับจะไม่เช่าเก็บมาได้อย่างไร จึงอยากแนะนำว่า อย่าดูถูกพุทธคุณพระสร้างใหม่ และพระใหม่ในวันนี้จะเป็นพระเก่าในวันหน้า พระเก่าที่เราเล่นอยู่ทุกวันนี้สมัยหนึ่งเคยเป็นพระใหม่มาก่นทุกองค์ทกรุ่น" นี่คือหลักในการเช่าพระของ "ดาบธี ภาค ๗"
พร้อมกันนี้ "ดาบธี ภาค ๗" ยังบอกด้วยว่า การเช่าวัตถุมงคลนั้นคนส่วนใหญ่หวังพึ่งพุทธคุณในองค์พระ แต่กว่าจะรู้ว่าพระนั้นมีพุทธคุณก็หมดจากวัดและมีราคาสูงแล้ว อย่างกรณีพระเครื่องของพระครูภาวนาปัญญาดิลก หรือหลวงปู่มหาเจิม ปัญญาภโร อดีตเจ้าอาวาสวัดสระมงคล ต.สระสี่มุม อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ที่ละสังขาร เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๕ และได้พระราชทานเพลิงสรีระสังขารเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๕๖ ที่ผ่านมา ปาฏิหาริย์อย่างหนึ่ง คือ กระดูกของท่านเป็นพระธาตุทั้งหมด สร้างความฮือฮาในหมู่ลูกศิษย์อย่างยิ่ง ต่างแสวงหาวัตถุมงคลของท่านมาใช้ โดยเมื่อครั้งที่มีชีวิตอยู่นั้นท่านอนุญาตให้จัดสร้างเพียงครั้งเดียว และครั้งสุดท้าย จากนั้นให้เลิกโดยเด็ดขาด
คำร่ำลือเรื่องพุทธคุณของเหรียญหลวงปู่พระมหาเจิมนั้น "ดาบธี ภาค ๗" บอกว่า มีผู้ต้องหาหลายราย โดยเฉพาะผู้ที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทสุดท้ายจบด้วยการใช้อาวุธปืนยิงกัน เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ ผู้ต้องหาที่ถูกยิงหลายรายเสื้อมีรอยทะลุจากลูกกระสุนแต่ผิวหนังไม่เป็นไร ซึ่งมีเรื่องเล่าจากตำรวจในพื้นที่หลาย สน. ด้วยกิตติศัพท์คำร่ำลือดังกล่าว นักลองของจึงนำไปลองยิง ที่ยิงไม่ออกนั้นไม่เท่าไร แต่ผู้ที่ลองยิงส่วนใหญ่มีอันเป็นไป ต้องรีบจุดดอกไม้ธูปเทียนขอขมาหลวงปู่พระมหาเจิม ทุกวันนี้นักลองของจะไม่กล้าลองยิงพระเครื่องหลวงปู่พระมหาเจิม



