
แสงแรก!ปั้นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์วิถีพุทธ
แสงแรก!ปั้นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์วิถีพุทธ สตช.จัดอบรมอนุศาสนาจารย์ตร.รุ่น1 : สำราญ สมพงษ์รายงาน
ระหว่างวันที่ 18 - 22 ก.พ. หากใครมีโอกาสได้ไปร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมหรือฌาปนกิจศพที่ฌาปนสถานวัดตรีทศเทพวรวิหาร กทม. อาจจะรู้สึกแปลกหูแปลกตากับเจ้าหน้าที่ประจำฌาปนสถาน ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่อาจจะไม่คล่องแคล่วติดขัด หรือเสียงอาราธนาศีลอาราธนาธรรมสั่นๆบ้าง เพราะว่าเหล่านี้คือเจ้าหน้าที่ฝึกหัดจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) หลายคนเมื่อทราบเช่นนี้อาจจะมีความรู้สึกว่าตำรวจจะมาเอาดีทางเจ้าหน้าที่ประจำฌาปนสถานแล้วหรือ
ความจริงแล้วนี้คือภาคปฏิบัติในการฝึกอบรมหลักสูตรอนุศาสนาจารย์ของ สตช. ที่จัดฝึกอบรมให้กับข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อทำหน้าที่อนุศาสนาจารย์ ประจำหน่วย รุ่นที่ 1 จำนวน 60 นาย ซึ่งมียศตั้งแต่ระดับ ร.ต.ต.ไปจนถึง พ.ต.อ.ระดับ ผกก.ทั่วประเทศ โดยคัดเลือกจากผู้ที่มีจิตอาสาที่จะเข้ามาทำหน้าที่อนุศาสนาจารย์ตำรวจหรือครูตำรวจ เนื่องจากปัจจุบันนี้ใน สตช.นั้นมีตำรวจที่ทำหน้าที่นี้เพียง 4 นายเท่านั้น ซึ่งถือว่าไม่สามารถที่จะรองรับกับตำรวจทั่วประเทศได้ ซึ่งต่างจากทหารที่มีตำแหน่ง อนุศาสนาจารย์ทหารหรือครูทหารมานานแล้ว
พ.ต.ท.ณัฏฐ์พัชร์ โฆษิตเลิศ สารวัตรกลุ่มงานอนุศาสนาจารย์ สำนักงานทะเบียนพล ประจำ สตช. ได้กล่าวถึงที่มาของการฝึกอบรมครั้งนี้ว่า อาชีพตำรวจต้องมีหลักยึดและ คุณธรรมโดยเฉพาะหลักธรรมาภิบาล ที่บ่มเพาะขัดเขลามาจากเนื้อแท้ของธรรมะตามหลักพระพุทธศาสนาเพื่อให้เป็นตำรวจวิถีพุทธที่แท้จริง เพื่อเสริมส่งจริยธรรมของตำรวจให้ เป็นที่ศรัทธาของประชาชน
คำว่า "อนุศาสนาจารย์" นั้น พ.ต.ท.ณัฏฐ์พัชร์ อธิบายว่า หมายถึงผู้สอนศาสนาของหน่วยตำรวจและทหาร มีหน้าที่เกี่ยวกับพิธีการทางศาสนาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกลุ่มงานศาสนาจารย์อยู่ในกองสวัสดิการอีกทีหนึ่ง มีหน้าที่ในทางศาสนพิธี เช่น งานวันตำรวจ วันสำคัญทางศาสนา ที่จะมีการจุดธูปเทียนอาราธนาศีล อีกทั้งยังมีการให้ความ รู้แก่ข้าราชการตำรวจเกี่ยวกับศีลธรรม จริยธรรม คุณธรรมให้แก่ข้าราชการตำรวจ วิทยากรก็จะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจการฝึกอบรมจัดโครงการต่างๆ ปฏิบัติธรรมในวันสำคัญ อย่างเช่น จัดพิธีอุปสมบทหมู่ข้าราชการตำรวจ 15 วันเพื่อเฉลิมพระเกียรติในวันพ่อ หรือวันแม่ หรือการปฏิบัติธรรม อบรมพัฒนาจิตใจประมาณ 7 วันโดยไม่ถือเป็นวันลา
"รวมทั้งให้คำแนะนำผู้บังคับบัญชาในปัญหาทั้งปวงที่เกี่ยวกับศาสนาและขวัญของตำรวจ และที่สำคัญคือ เมื่อเวลาเจ้าหน้าที่ตำรวจของเราเสียชีวิตในกรณีต่างๆ ต้องมีหน้าที่ไป ช่วยทำพิธีทางสงฆ์ และช่วยปลอบประโลมจิตใจให้คลายความโศกเศร้าเสียใจแก่ญาติของข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตด้วย ซึ่ง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.มีการเน้นย้ำ เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิตระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ต้องมีการจัดพิธีและตอบแทนเขาให้สมเกียรติ และปลอบประโลมญาติ อย่างทำพิธีการอย่างสมเกียรติ แต่ในปัจจุบัน กลุ่มงานอนุศาสนาจารย์มีกำลังพลเพียงแค่ 4 นายเท่านั้น จึงได้เกิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรนี้ขึ้น" พ.ต.ท.ณัฏฐ์พัชร์ กล่าว
สำหรับพ.ต.ท.ณัฏฐ์พัชร์นั้นเมื่อได้เข้ามาทำหน้าที่ศาสนาจารย์ตำรวจแล้ว จึงได้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเดิม ขณะนี้กำลังศึกษาระดับปริญญาเอกสาขารัฐประศาสนศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยสงฆ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ขณะนี้กำลังทำดุษฎีนิพนธ์เรื่อง "ยุทธศาสตร์การพัฒนาองค์กรตำรวจสู่ธรรมาภิบาล" โดยหวังเป็นแนวทางในการนำหลักธรรมแนววิถีพุทธเป็นศาสนบำบัดรักษาอาการของสังคมตำรวจและสังคมไทยที่ยึดติดในวัตถุนิยมอยู่ทุกวันนี้ เมื่อจบเป็นดอกเตอร์แล้วคงจะทำให้การปฏิบัติหน้าที่ด้านนี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
วันที่ 18 ก.พ.เป็นวันแรกของการอบรมโดยมี พล.ต.ท.สมเดช ขาวขำ ผช.ผบ.ตร.เป็นประธานเปิดงาน ภายใต้ความร่วมมือจากกองอนุศาสนาจารย์เหล่าทัพมีพ.อ.ศรัณยภูมิ ผู้พึ่ง ผอ.กองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารบก เดินทางไปร่วมในพิธีด้วย โดยเนื้อหาของการอบรมก็จะประกอบด้วยความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับศาสนพิธีทั่วไป พิธีทำบุญ พิธีฌาปนกิจ การทำหน้าที่พิธีกรในงานต่าง ๆ เป็นต้น
ทั้งนี้พล.ต.ท.สมเดช กล่าวว่า การอบรมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ที่มีความต้องการที่จะพัฒนาบุคลากรด้านนี้ให้มีประจำทุกหน่วย ส่วนจะพัฒนาองค์กรขึ้นเป็นระดับกองรวมถึงเปิดรับสมัครจากบุคคลภายนอกเช่นเดียวกับทหารหรือไม่อย่างไรนั้นก็คงจะค่อยเป็นค่อยไป
ขณะที่พ.อ.ศรัณยภูมิกล่าวว่า ทหารมีความยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับตำรวจอย่างเต็มที่ ชั้นต้นนี้ควรจะมีการฝึกอบรมตำรวจตระเวนชายแดนให้ทำหน้าที่อนุศาสนาจารย์เพิ่มมากขึ้น เพราะว่า ตชด.นั้นมีหน้าที่ทำงานร่วมกับบ้าน วัด ชุมชนเป็นประจำอยู่แล้ว หลังจากนั้นค่อยๆขยายไปสู่หน่วยงานอื่น
"สำหรับทหารนั้นปัจจุบันนี้ในส่วนของกองทหารบกมีอนุศาสนาจารย์ 140 นาย กองทัพเรือ 20 นาย กองทัพอากาศ 20 นาย กรมเสมียนตรา 20 นาย ในแต่ละปีแต่ละกองทัพจะ มีการเปิดสอบประมาณ 4-5 อัตราโดยทดแทนกำลังพลที่เกษียณอายุราชการ และอนุศาสนาจารย์จากส่วนต่างๆ ก็มีการผลัดเปลียนหมุนเวียนกันไปอยู่แล้ว" ผอ.กองอนุศาสนา จารย์กรมยุทธศึกษาทหารบก กล่าว
ด้านตำรวจที่เข้าร่วมอบรบอย่างเช่น พ.ต.ท.ปรีชา สาวม่วง สว.ฝอ.บก.อคฝ.บช.น. หน่วยควบคุมฝูงชน ขณะนี้กำลังเรียนปริญญาเอกที่ มจร เช่นเดียวกัน ได้กล่าวถึงความรู้สึกว่า ที่สมัครใจเข้ามาอบรมครั้งนี้เพราะต้องการที่จะรู้และมีความรู้ยุทธศาสตร์ด้านคุณธรรมจริยธรรมตามหลักวิถีพุทธนำไปเผยแผ่ให้กับพี่น้องตำรวจที่ยังไม่รู้เท่าทันโลกและหลงโลกอยู่ได้หลุดจากหลุมดำนั้น โดยจะทำตัวเป็นหิ่งห้อยตัวเล็กๆบินเข้าไปในถ้ำมืดให้มีแสงสว่าง
"ผู้ที่รับฟังความรู้จากผมนั้น จากจำนวน 100 นาย แม้นจะมีความรู้ความเข้าใจเช่นผมเพียง 1 นายก็ถือว่าประสบผลสำเร็จแล้ว ส่วนที่เหลือนั้นเวลาที่เห็นทุกข์เห็นธรรมคงจะคิดถึงคำที่ผมได้กล่าวแล้วปฏิบัติตามก็เป็นได้ และต้องการเป็นจอบแรกที่ค่อยขุดคุณธรรมจริยธรรมให้เกิดขึ้นในเหล่าตำรวจ ตามสุภาษิตจีนที่กล่าวว่าการเดินทางหมื่นลี้ต้องเริ่มที่ก้าวแรก การที่ผบ.ตร.ได้เห็นด้วยกับการขยายจำนวนอนุศาสนาจารย์ตำรวจให้เพิ่มมากขึ้นในหน่วยงานตำรวจต่างๆนั้น ก็ถือว่าได้เริ่มจอบแรกและก้าวเดินแล้ว
จึงได้แต่หวังว่าโครงการอบรมหลักสูตรอนุศาสนาจารย์ของ สตช.ครั้งนี้จะเป็นแสงแรกส่องสว่างในเหล่าตำรวจให้เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ตามวิถีพุทธอย่างแท้จริง จะได้ไม่มีตำรวจอย่าง ด.ต.มนัส เสือโพธิ์ สน.ประชาชื่นหรือตำรวจอนาจารดาราอีกต่อไป



