
รับตรุษจีนที่พุทธสถาน'จี เต็ก ลิ้ม'
'ฝากดวงขอพรเทพเจ้า'รับตรุษจีน ณ พุทธสถาน จี เต็ก ลิ้ม : ท่องไปในแดนธรรม เรื่องและภาพโดยไตรเทพ ไกรงู
ศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาและศิลปวัฒนธรรมไทย-จีน "พุทธสถาน จี เต็ก ลิ้ม" ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๕๔๗ สร้างตามแบบสถาปัตยกรรมจีน และตามความคติความเชื่อของมหายานโดยใช้หลัก ฮวง จุ้ย ปัจจุบันมี อ.นาวิน อมิตตาเรืองกิจ เป็นประธานบริหารพุทธสถานและยังส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมแก่เยาวชนในเขตชนบท อีกทั้งยังเป็นศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาไทย-จีน ให้ความรู้กับประชาชนที่สนใจได้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องพุทธศาสนามหายาน
อ.นาวิน บอกว่า พุทธสถาน จี เต็ก ลิ้ม ได้รวบรวมสิ่งศักดิ์สิทธิ์มงคลทั้งของพุทธมหายานและลัทธิเต๋าไว้เป็นจำนวนมาก และพุทธสถานยังได้มีการพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในทุกๆ ปีพุทธสถาน จี เต็ก ลิ้ม จะมีประชาชนมากราบไหว้ขอพรเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่ ตรุษจีนจะมีประชาชนมาฝากดวง สะเดาะเคราะห์เพื่อต่อดวงชะตาในปีนั้นๆให้ปราศจากอุปสรรคเป็นจำนวนมาก
"จี เต็ก ลิ้ม กวน อิม ยี่" ในภาษาแต้จิ๋ว มีความหมายว่า เป็นที่ปฏิบัติหรือบำเพ็ญพจน์ขององค์กวนอิมโพธิสัตว์หรือในอีกความหมายหนึ่งคือ อุทยาน ไผ่ม่วง ทั้งนี้เมื่อ พ.ศ.๒๕๔๖ เป็นต้นมาโดยได้รับบริจาคที่ดินจากคุณอุทัย เศรษฐนันท์ จำนวน ๒๕๐ ไร่ ทั้งนี้เมื่อ พ.ศ.๒๕๔๗ มูลนิธิได้ดำเนินการพัฒนาพื้นที่และประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนรู้จักและได้ร่วมกับชมรมอนุรักษ์และเผยแพร่พุทธศิลป์จีนศาสตร์ ซึ่งเป็นชมรมของผู้ที่มีความรู้ทางศาสตร์จีนหลายแขนงทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดำเนินการจัดสร้างรูปหล่อเทพเจ้าแห่งโชคลาภ โดยคัดเลือกปางใหญ่ที่สุดคือ ปางมหาเศรษฐีชัมภล โดยใช้หลักของโหราศาสตร์จีน ฮวงจุ้ย ตลอดจนศาสตร์ด้านพิธีกรรมชั้นสูงที่สืบทอดกันมานานตั้งแต่สมัยโบราณ
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา อ.นาวิน ได้ใช้ความรู้ความสามารถ ที่ได้ศึกษาเล่าเรียนจากพระอาจารย์เย็นเชียวมาพัฒนาพุทธสถานจี เต็ก ลิ้ม เพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์พุทธศิลป์จีนศาสตร์อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาชุมชนให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองทางพระพุทธศาสนาแบบมหายานโดยได้ใช้เวลาพัฒนามาจนเป็นที่ประจักษ์
สำหรับวัตถุประสงค์ของพุทธสถาน จี เต็ก ลิ้ม นั้น อ.นาวิน บอกว่า นอกจากเป็นสถานปฏิบัติธรรมแล้วยังได้พัฒนาเพื่อให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญแห่งหนึ่งของ จ.นครนายก โดยจะเน้นความเป็นธรรมชาติที่ร่มรื่นและยังต้องการให้เป็นที่ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมและศาสตร์จีนด้านต่างๆ ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมและจัดพิมพ์เอกสารหนังสือ เพื่อเผยแพร่ออกไป
นอกจากนี้ อ.นาวิน ยังมีโครงการส่งเสริมโรงเรียนด้วยการอุดหนุนเรื่องทุนอาหารกลางวันแก่เด็กนักเรียน มีการแจกอุปกรณ์การเรียน และเครื่องสาธารณูอุปโภคบริโภคให้เด็กนักเรียน และในส่วนของชาวบ้านทางพุทธสถานช่วยให้ชาวบ้านมีที่ทำงานเพื่อนำรายได้ไปเลี้ยงครอบครัว นอกจากนั้นยังปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีให้แก่คนในท้องถิ่น และยังเป็นที่ประดิษฐานของเทพเจ้าแห่งโชคลาภ (ไฉ่ซิ้งเอี๊ย) ปางมหาเศรษฐีชัมภล ที่ให้ที่สุดในประเทศไทย แล้วยังมีเทพเจ้าอีกหลายองค์ เช่น เทพเจ้าเฮ่งเจีย เจ้าพ่อกวนอู เจ้าพ่อเสือ พระโพธิสัตว์กวนอิม สูง ๙ เมตร พระไภสัชยคุรุพุทธเจ้า ท้าวจตุโลกบาลทั้ง ๔
ตรุษจีนปีนี้ไม่ควรพลาดที่จะไปของพรและฝากดวงกับเทพ ณ "พุทธสถาน จี เต็ก ลิ้ม" ต.ศรีจุฬา อ.เมือง จ.นครนายก จากกรุงเทพฯ ตรงไปตามถนนองครักษ์นครนายก ประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร สอบถามเส้นทางได้ที่ โทร.๐-๒๔๕๗-๒๘๐๕-๖ และ ๐๘-๑๘๑๕-๑๗๔๕
ปีชง "มะเส็ง กุน ขาล วอก"
ตำนาน ๑๒ นักษัตร "นักษัตร" หมายถึงชื่อรอบเวลากำหนด ๑๒ ปี เป็น ๑ รอบ เรียกว่า ๑๒ นักษัตร โดยกำหนดให้สัตว์ ๑๒ ชนิด เป็นเครื่องหมายแต่ละปี เริ่มจากปีชวด-หนู, ฉลู-วัว, ขาล-เสือ, เถาะ-กระต่าย, มะโรง-งูใหญ่, มะเส็ง-งูเล็ก, มะเมีย-ม้า, มะแม-แพะ, วอก-ลิง, ระกา-ไก่, จอ-สุนัข, กุน-หมู ส่วนเรื่องที่ใช้สัตว์เป็นสัญลักษณ์แต่ละปีนั้น หาตำนานได้ยากมาก เพราะเรื่อง 12 นักษัตรเป็นเรื่องดึกดำบรรพ์นานมาก
อ.นาวิน บอกว่า ความเชื่อเรื่องปีชงและการแก้ปีชงในประเทศไทยเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๕๓๕ เมื่อครั้งบวชป็นพระอยู่ที่วัดมังกรกมลาวาส หรือวัดเล่งเน่ยยี่ เยาวราช กทม. แม้จะเป็นศาสตร์ตามความเชื่อของชาวจีนที่มีมานานนับพันปีแล้วก็ตาม ในปีนั้นวัดเล่งเน่ยยี่เป็นวัดแรกที่จัดทำพิธีแก้ปีชง โดยมีการฝากดวงชะตา จากนั้นเป็นต้นมาความเชื่อและความนิยมการปีชงก็ถูกเผยแผ่สู่คนไทยทั้งประทศผ่านสื่อต่างๆ จนกลายเป็นว่าทุกวันนี้คนไทยมีความเชื่อเรื่อแก้ปีชงไปแล้ว
สำหรับความเชื่อเรื่องปีชงและการแก้ปีชงนั้น คนจำนวนไม่น้อยคิดว่าก่อนหน้านี้คนไทยไม่รู้จักปีชงก็อยู่กันได้อย่างปกติสุข แต่ในมุมของ อ.นาวิน กลับมองว่า ปีชงและการแก้ปีชงเป็นศาสตร์ตามความเชื่อของชาวจีนที่มีมานานนับพันปี สามารถช่วยชีวิตคนได้อย่างมากมายมหาศาล ปีชงและการแก้ปีชงเป็นสิ่งเตือนสติไม่ให้คนประมาทในการดำเนินชีวิตทุกๆ ด้าน เช่น ใน พ.ศ.๒๕๕๖ นี้ มี ๔ ปีชง ได้แก่ "ปีมะเส็ง กุน ขาล วอก" ซึ่งตามสติถิที่มีการบันทึกเอาไว้ว่าต้องมีปัญหาเกิดขึ้นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง อย่างน้อยก็เป็นการเตือนสติให้คนใน ๔ ปี นี้ไม่ประมาทต่อการดำเนินชีวิต
ทั้งนี้ อยากจะเตือนคนที่เกิด ๔ ปี ดังต่อไปนีให้ใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมทาทตั้งอยู่บนความมีสติ คนเกิดปีกุน (ปีหมู) เป็นปีปะทะ ปีชง ๑๐๐% คนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ คนที่เกิด พ.ศ. ๒๔๙๐ อายุ ๖๖ ปี พ.ศ.๒๕๑๔ อายุ ๔๒ ปี และ พ.ศ.๒๕๕๐ อายุ ๖ ปี
คนเกิดปีมะเส็ง (ปีงูเล็ก) เป็นปีทับไท้ส่วย และเป็น คัก กับปีมะเส็ง คนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ คนที่เกิด พ.ศ.๒๔๗๒ อายุ ๘๔ ปี และพ.ศ.๒๕๓๒ อายุ ๒๔ ปี
คนเกิดปีขาล (ปีเสือ) ปีร่วมชงไท้ส่วย เป็นปี เฮ้ง หรือปีเบียดเบียน และเป็นปี ไห่ คือปีให้ร้าย กับปีมะเส็ง คนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ คนที่เกิด พ.ศ.๒๔๘๑ อายุ ๗๕ ปี พ.ศ. ๒๕๐๕ อายุ ๕๑ ปี และ พ.ศ.๒๕๔๑ อายุ ๑๕ ปี
คนเกิดปีวอก (ปีลิง) ปีร่วมชงไท้ส่วย เป็นปี ผั่ว หรือปีแตกแยก คนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ คนที่เกิด พ.ศ.๒๔๖๓ อายุ ๙๓ ปี และ พ.ศ.๒๕๒๓ อายุ ๓๓ ปี
"คนจีนมีความเชื่อว่าการกราบไหว้สักการะเทพเจ้าและสิ่งมงคลทั้งหลายที่จะให้ช่วยปกป้องคุ้มครองให้พ้นภัย รวมทั้งเรื่องเลวร้ายที่อาจะเกิดขึ้นได้ พุทธสถาน จี เต็ก ลิ้ม ได้เปิดให้ผู้ที่เกิดใน ๔ ปีชงฝากดวงสะเดาะเคราะห์ ๑ ปีเต็ม ณ วิหารนพเคราะห์ชันษาไภษัชยราชา เมื่อครบปีก็จะนำแผ่นดวงทั้งหมดไปประกอบพิธีกรรมตามศาสตร์ความเชื่อของชาวจีน" อ.นาวินกล่าว



