
ผุดรายการ'หันหน้าเข้าหากัน'ลดขัดแย้ง
'ช่อง11-มจร'หวังบ้านเมืองปรองดอง จับมือผุดรายการ'หันหน้าเข้าหากัน' : สำราญ สมพงษ์รายงาน
ตลอดระยะเวลา 6-7 ปี ที่ผ่านมา ต่างยอมรับว่าบ้านเมืองไทยแตกความสามมัคคี แบ่งสีแบ่งฝ่าย ยึดหลักฝ่ายของตัวเองถูกอีกฝ่ายหนึ่งผิด แม้นว่าความจริงแล้วการกระทำของอีกฝ่ายอาจจะถูกก็ได้ ซึ่งยากที่จะเยียวยา
ขณะเดียวกันวงการพระสงฆ์ก็อยู่ในบ้านเมืองที่มีความแตกแยกและย่อมได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พร้อมกันนี้พระสงฆ์บางส่วนก็รวมอยู่ในกระบวนการสร้างความแตกแยกนั้นด้วย
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) เป็นสถานการศึกษาของคณะสงฆ์ก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน ขณะเดียวกันในฐานะที่เป็นสถานการศึกษาจึงได้มีแนวความคิดที่จะสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นในสังคมไทย จึงได้มีแนวความคิดเปิดหลักสูตรสันติศึกษาระดับปริญญาโทขึ้น เพื่อสร้างวิศวกรทำหน้าที่แก้ความขัดแย้ง ขณะนี้กำลังเปิดรับสมัครอยู่ ทั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญคือสร้างกระบวนการแก้ความขัดแย้งภายในจิตใจประสานแก้ความขัดแย้งภายนอกเป็นสำคัญ ซึ่งแตกต่างจากสถาบันสันติศึกษาภายนอกที่มุ่งเน้นสร้างกระบวนการแก้ความขัดแย้งภายนอกเท่านั้น
ขณะเดียวกันเพื่อเป็นการกระจายการดำเนินงานสร้างสันติสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมและเผยแพร่กิจกรรมให้สังคมภายนอกได้รับทราบ ผู้บริหาร มจร จึงได้ร่วมกับศูนย์เผยแพร่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ภายใต้การเห็นชอบของสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ กรรมการมหาเถรสามาคม (มส.) มอบหมายให้พระครูปลัดสุวัฒนวชิรคุณ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศเป็นฝ่ายดำเนินการประสานไปยังสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยช่อง 11 หรือเอ็นบีที เพื่อร่วมกันจัดรายการ "หันหน้าเข้าหากัน" ซึ่งออกอากาศทุกวันจันทร์ ตั้งแต่เวลา 22.30-23.15 น. โดยมีรูปแบบของรายการเน้นการสัมภาษณ์ เปิดเวทีเสวนา และประชาเสวนา พร้อมคติเตือนใจจากพระสงฆ์ นักสันติวิธี ผู้อาวุโสทางการเมือง โดยได้ออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา
นายสมหมาย สุภาษิต รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารสำนักสงเสริมพระพุทธศาสนาและบริการสังคม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) ได้กล่าวถึงที่มาของแนวความคิดที่ในจัดทำรายการดังกล่าวว่า นอกจากวัตถุประสงค์ข้างต้นของ มจร แล้ว ประกอบกับพระครูปลัดสุวัฒนวชิรคุณพร้อมด้วยนักวิจัยและผู้ทรงคุณวุฒิประชุมหารือเกี่ยวกับความร่วมมือ ระหว่างศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์กับกลุ่มประเทศอาเซียน ร่วมกับนายจรูญ นราคร รองอธิบดีกรมการศาสนาและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องการจัดทำโครงการความร่วมมือระหว่างศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์กลับกลุ่มประเทศอาเซียน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มประเทศอาเซียนโดยมีกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาเป็นเครื่องมือในการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ สำรวจข้อมูลรุปแบบของศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ที่ประสบผลสำเร็จ เพื่อหาแนวทางในการจัดตั้งศูนย์พระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ในกลุ่มประเทศอาเซียน
"ขณะเดียวกันก็จะเป็นการเผยแพร่รูปแบบของศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาระหว่างกลุ่มอาเซียนนำไปสู่การสร้างเครื่อข่ายศูนย์พระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งการดำเนินการครั้งนี้ใช้กลุ่มประเทศอาเซียนที่มีองค์กร หน่วยงานทางพระพุทธศาสนา 5 + 1 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย เมียนม่าร์ ลาว กัมพูชา สิงคโปร์ และ ไทย เป็นหน่วยการศึกษาและดำเนินกิจกรรม จากจุดเหล่านี้จึงเกิดแนวความคิดทำรายการ "หันหน้าเข้าหากัน" ขึ้น โดยมุ่งเน้นสู่ความเป็นประชาคมอาเซียนและจุดของประเทศไทยมาเสริมด้านความปรองดองสมานฉันท์ในประเทศไทยและอาเซียน" นายสมหมาย กล่าวและว่า
ดังนั้น เนื้อหาของรายการ "หันหน้าเข้าหากัน" จึงเปิดพื้นที่นำเสนอเนื้อหายึดโยง 1 ใน 3 เสาหลักของการเป็นประชาคมอาเซียนคือหลักประชาคมสังคมและวัฒนธรรม เปิดพื้นที่ให้กับนักวิชาการสันติวิธี นักวิชาการศาสนาและพระสงฆ์ระดับอาเซียนและโลกเข้ามามีบทบาทในการสร้างความปรองดองและรวมเป็นอันหนึ่งเดียวกันในอาเซียน เปิดมุมมอง เสนอแนะแนวทาง วิธีการ และรูปแบบต่าง ๆ เพื่อยุติความขัดแย้ง และหาทางร่วมกันเพื่อสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในสังคมไทย เผยแพร่กิจกรรมการเชื่อมความสัมพันธ์ด้านศาสนา การเมือง และวัฒนธรรม เพื่อรองรับการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนในปีพ.ศ. 2558 และสรูปกิจกรรมความเคลื่อนไหวของคณะสงฆ์และความเคลื่อนไหวด้านสันติวิธีอื่น
นายสมหมาย กล่าวด้วยว่า เนื้อหาของรายการเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมาจึงเริ่มด้วยการแนะนำรายการ สนทนากับผู้ร่วมรายการโดยเป็นการแนะนำความคืบหน้าของการศึกษาพระพุทธศาสนาในประเทศอาเซียนครั้งนี้เป็นประเทศอินโดนีเซีย ต่อด้วยคติเตือนใจจากพระสงฆ์ นักสันติวิธี ผู้อาวุโสทางการเมือง และสกู๊ปข่าวกิจกรรมของคณะสงฆ์และข่าวด้านสันติวิธีอย่างเช่นข่าวที่รัฐบาลพม่าถวายสมณศักดิ์อัครมหาบัณฑิต แก่สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ กรรมการมหาเถรสามาคม (มส.) ยกคุณสมบัติผู้ไกล่เกลี่ยกรณีพิพาทวัดทรายมูลคณะสงฆ์ไทย-พม่าเป็นต้น
จึงเชื่อมั่นว่ารายการ "หันหน้าเข้าหากัน" ที่ทางช่อง 11 ร่วมมือกับทาง มจร จัดทำขึ้น จะเป็นช่องทางหนึ่งที่จะสร้างความปรองดองลดความขัดแย้งของสังคมไทย สังคมอาเซียนและสังคมโลกลงได้ สันติภาพก็จะเกิดขึ้นในโลกอย่างแน่นอน



