พระเครื่อง

หมอดูแนะให้ผิดศีล

หมอดูแนะให้ผิดศีล

03 ก.พ. 2556

หมอดูแนะให้ผิดศีล : ปุจฉา -วิสัชนา กับพระไพศาล วิสาโล

                ปุจฉา :  นมัสการค่ะหลวงพ่อ มีคำถามที่อยากจะถามหลวงพ่อว่า หมอดูที่ให้คำแนะนำกับสามีที่มีเมียน้อยและให้คำแนะนำเมียน้อย เพื่อช่วยให้คนสองคนประคองรักให้ตลอดรอดฝั่งบนความทุกข์ของเมียหลวงนี่บาปมากไหมคะ ทั้งๆ ที่ก็รู้อยู่แล้วว่าคนคู่นี้ทำผิดศีล แต่กลับไม่แนะนำทางที่ถูกที่ควรให้

                วิสัชนา:  ที่จริงหากหมอดูคำนึงถึงศีลธรรม ตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดกับคนอื่น (หรือบุคคลที่สาม) อันเนื่องมาจากคำพูดของตน ก็ไม่ควรส่งเสริมให้ลูกค้าทำผิดศีล แต่หมอดูส่วนใหญ่สนใจแต่รายได้ หากตักเตือนทักท้วงลูกค้าว่าทำผิดศีล ย่อมขาดรายได้ อีกทั้งเขาคำนึงแต่ผลที่จะเกิดกับลูกค้าว่าทำอย่างไรถึงจะเกิดผลดี (ในทางโลก) แทนที่จะสนใจเรื่องความดี จึงให้คำแนะนำอย่างนั้นไป

                รู้สึกผิด ที่ไม่ได้ให้เงินช่วยเหลือ เพราะกลัวเป็นมิจฉาชีพ

                จุง วงศ์ ปุจฉา :  กราบเรียนพระอาจารย์ วันนี้ขับรถติดไฟแดงเวลาประมาณ ๒ ทุ่มค่ะ มีผู้หญิงคนหนึ่งขับมอเตอร์ไซค์มาเคาะกระจก ขอเงิน ๑๙๐ บาทบอกว่าเอาไปรักษาลูกๆ ไม่สบายอยู่รพ.จุฬา ดิฉันปฏิเสธไปเพราะไม่ทราบว่าเป็นพวกมิจฉาชีพหรือเปล่า ประกอบกับดิฉันขับรถมาคนเดียวด้วย เมื่อปฏิเสธแล้ว เขาก็ไม่ตื๊อ ขับมอเตอร์ไซค์ออกไปค่ะ

                ตอนนั้นไม่สบายใจที่ปฏิเสธเขาไปค่ะ ถ้าลูกเขาไม่สบายไม่มีเงินรักษาดิฉันจะรู้สึกผิดมากขึ้นเลยค่ะ ลําพังไม่เสียดายเงินหรอกค่ะ แต่ปัจจุบันมิจฉาชีพหาเงินแบบแปลกๆ กราบเรียนถามว่าที่ปฏิเสธไม่ให้เงินเขาไปแล้วลูกเขาไม่สบายจริงๆ จะบาปไหม กราบขอบพระคุณค่ะ
 
                วิสัชนา :  การที่คุณปฏิเสธไม่ให้เงินเขา ไม่ใช่เพราะคุณใจไม้ไส้ระกำ แต่เพราะไม่มั่นใจในสวัสดิภาพ ไม่ถือว่าเป็นบาป

                กรณีของคุณเป็นเรื่องที่น่าคิดว่า หากเหตุการณ์นี้เกิดในเวลากลางวัน และมีคนอยู่กับคุณด้วย คุณควรจะให้หรือไม่ ในเมื่อไม่แน่ใจว่าเขามาหลอกเอาเงินหรือเปล่า (เขาอาจไม่ได้ขี่มอเตอร์ไซค์มา แต่เดินมาขอเงินจากคุณ)

                ในความเห็นของอาตมานั้น แม้ไม่แน่ใจว่าเขาพูดจริงหรือไม่ แต่ก็ยังคิดว่าน่าให้ (ให้เท่าไหร่อีกเรื่องหนึ่ง) เพราะหากเขาพูดจริง แล้วเราไม่ให้ โชคร้ายก็ตกกับลูกของเขา แต่หากเขาพูดเท็จแล้วเราให้เงินเขา ก็เป็นโชคดีของเขา ชั่งน้ำหนักดูระหว่างโชคร้ายของลูก กับโชคดีของเขาแล้ว อาตมาคิดว่าให้เงินเขาดีกว่า เพราะหากเขาพูดจริง เงินที่เราให้นั้นอาจมีส่วนช่วยเด็กคนหนึ่งให้หายป่วยได้ แต่หากเขาพูดเท็จ เราก็แค่เสียเงินไปไม่กี่บาท

                อย่างไรก็ตามก่อนจะให้เงิน ควรย้ำกับเขาว่า เราให้เงินเพราะวางใจในตัวเขาทั้งๆ ที่เป็นคนแปลกหน้า หากเขาโกหกมันจะเป็นบาปแก่เขา และถ้าเขาพูดไม่จริงก็ควรยุติเพียงเท่านี้ ไม่ควรไปหลอกใครต่อ เพราะต่อไปจะทำให้คนที่ร้อนเงินเพราะลูกไม่สบาย ไม่สามารถจะขอใครได้ เพราะถูกผู้คนหวาดระแวง อันเป็นผลจากพฤติกรรมหลอกลวงของเขา เท่ากับว่าเขามีส่วนทำให้คนอื่นเดือดร้อน เป็นการสร้างกรรมที่หนักขึ้นกว่าเดิม
ล้อมกรอบ

                สายด่วนให้คำปรึกษาทางจิตใจผู้ป่วยระยะสุดท้าย โทร. ๐-๒๘๘๒-๔๙๕๒ และ ๐๘-๖๐๐๒-๒๓๐๒  จันทร์ถึงศุกร์ เวลา ๑๐.๐๐-๑๖.๐๐  น.

"}])